
เชียงใหม่รณรงค์'ยุติความรุนแรง'
อดีตนักอนุรักษ์ปฎิบัติธรรม-ถือศีลอด พร้อมแจกใบปลิวเรียกร้องชาวเชียงใหม่ยุติความรุนแรง เตรียมร่วมกับภาคประชาชนที่รักสงบ-ผู้นำศาสนา เดินรณรงค์ยุติความรุนแรง
18มิ.ย.2556 นายนิคม พุทธา อดีตแกนนำเครือข่ายนักอนุรักษ์ และชาวอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตนเองได้มาปักหลักปฎิบัติธรรมและถือศีลอดเพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง รวมทั้งแจกจ่ายใบปลิวเพื่อเชิญชวนให้ชาวเชียงใหม่ร่วมกันยุติความรุนแรง และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 17-19 มิถุนายนนี้ โดยในช่วงกลางวันจะเดินแจกจ่ายใบปลิวและปฎิบัติธรรมบริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ส่วนช่วงกลางคืนจะปฎิบัติธรรมที่วัดสะดือเมือง
นอกจากนี้ในวันที่ 19 มิถุนายน เวลาประมาณ 17.00 น. จะมีกิจกรรม"จุดประทีปแห่งสติให้สว่างไสว และสวดภาวนาให้เมตตาแผ่กระจาย" ก่อนเริ่มกิจกรรมจะมีภาคประชาชนชาวเชียงใหม่ที่รักสงบ เช่น อ.ประมวล เพ็งจันทร์ รวมทั้งผู้นำศาสนาต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง พุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกซ์ ประมาณ 20 คน มาร่วมเดินรณรงค์และแจกจ่ายใบปลิวตั้งแต่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ไปวัดสวนดอก วัดเจดีย์หลวง และกลับมาที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อประกอบพิธีจุดเทียนภาวนาต่อไป การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นไปอย่างสงบสันติ เป็นการรวมตัวของภาคประชาชนที่มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อบ้านเมือง และทำด้วยจิตสำนึกที่ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นในบ้านเมือง
"ส่วนการเคลื่อนไหวครั้งนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มหน้ากากขาวและกลุ่มคนเสื้อแดงที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา จนกลายเป็นข่าวโด่งดังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ แต่หลังเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ปรากฎว่ารัฐบาลจะหาแนวทางแก้ไขปัญหาหรือหาทางคลี่คลายปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น เกรงว่าหากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอาจมีแนวโน้มว่าขยายวงกว้างไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งอาจก่อให้เกิดความโกรธแค้นที่ขยายวงกว้างตามมาอีกด้วย" นายนิคม กล่าวและว่า
หากมองวิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในทางนโยบาย รัฐบาลควรตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกจัดการกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น แต่ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานกลาง ภาคประชาชนจึงมีข้อเสนอเพื่อนำไปสู่การปฎิบัติ คือ รัฐบาลควรมีมติ ครม.ออกมาเพื่อดูแลการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างไม่ให้เกิดความรุนแรงเหมือนเช่นที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันสำนักข่าวอิศนาได้เสนอบทความเรื่อง "วิธีสลาย “สงครามสี” ในสังคมออสเตรเลีย" http://www.isranews.org/component/content/article/21819-1.html



