ข่าว

อย่าคาดหวังการลดดอกเบี้ย

อย่าคาดหวังการลดดอกเบี้ย

20 มิ.ย. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : อย่าคาดหวังการลดดอกเบี้ย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 

                         จากข่าวสารที่ออกมา หากไม่เอาเรื่องหุ้นตกวินาศสันตะโรแล้ว เรื่องที่กำลังจะเข้าสู่การสนทนาทางเศรษฐกิจก็คือ จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมในระบบการเงินประเทศไทยลงเมื่อใด เพราะเหตุว่านับแต่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา การตอบสนองของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจยังไม่มีสัญญาณตอบรับ

                         ขณะที่ธนาคารกลางในฐานะผู้ดูแลนโยบายก็อยากเห็นการส่งผ่านการผ่อนคลายนโยบายการเงินให้ไปมีผลต่อภาคเศรษฐกิจจริง มีข่าวต่อออกมาว่าในเร็วๆ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจะมีการหารือกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ถึงสาเหตุที่ยังไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ลงได้ โดยคาดว่า ธปท.จะขอทราบเหตุผลที่ชัดเจนถึงปัจจัยที่ทำให้ยังไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ได้

                         ประการต่อมา ธปท. คงจะไม่สามารถบังคับให้ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ย เพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของกลไกทางการตลาด และการทำธุรกิจ การมีฐานะว่าธนาคารของตนเองมีอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากที่สูงต่ำไม่เท่ากัน ความสามารถในการระดมเงินออมไม่เท่ากัน การรักษาฐานลูกค้าของตนเองจะทำอย่างไร ที่เห็นชัดและเป็นความกดดันอีกส่วนหนึ่งคือ การแข่งขันกับการระดมเงินของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ที่ทำให้ช่วงนี้เรายังคงเห็นโครงการระดมเงินโดยใช้ดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษออกมาเพื่อให้ผู้ฝากเงินย้ายเงินฝากของตนเองที่ครบกำหนดให้มาฝากกับธนาคารตนเองกลับมาอย่างต่อเนื่อง

                         อีกด้านหนึ่งของเรื่องนี้คือการเติบโตของสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าธนาคารพาณิชย์ยังปล่อยสินเชื่อได้ดีต่อเนื่อง สินเชื่อมีการขยายตัวในอัตราสูงกว่า 10% ต่อเดือนอย่างต่อเนื่อง และการขยายตัวของสินเชื่อในระยะต่อไปยังสามารถที่จะเติบโตได้อีก มีผลทำให้ธนาคารพาณิชย์ยังต้องเร่งหาเงินฝากเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะรองรับการปล่อยสินเชื่อในอนาคตอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

                         ในฐานะที่ ธปท. เป็นผู้ที่ดูแลนโยบายการเงินเมื่อ กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.75% เป็น 2.50% ไปแล้ว การส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน ธปท. ก็อยากเห็นนโยบายนั้น สามารถส่งผ่านไปยังระบบเศรษฐกิจจริง และมีผลต่อเนื่องไปยังอัตราดอกเบี้ยของประชาชน ในส่วนของตลาดระยะสั้น ดอกเบี้ยก็ได้เปลี่ยนแปลงพอสมควรแล้วดังที่ท่านผู้ว่าการกล่าวไว้ว่า "ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ก็คงจะต้องมาคุยกันกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ว่า สภาวะตลาดการเงินเป็นอย่างไร มีเหตุมีผลอย่างไร และสามารถที่จะดำเนินการตามนโยบายที่ส่งผ่านไปได้หรือไม่"

                         ที่ผมติดตามดูก็เห็นข้อมูลผ่านการที่ตนเองเป็นคนที่มีเงินฝากกำลังจะครบกำหนด ผมพบว่ามีการออกแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อแข่งระดมเงินฝากอย่างดุเดือด เงินฝากออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ยพิเศษที่มีเงื่อนไขถอนได้ 2 ครั้งต่อเดือนนั้น ธนาคารให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 2.6% เลยทีเดียว มันบอกถึงว่าสภาพคล่องในระบบไม่ได้มีมากล้นจนเกินไป ประการสุดท้ายคือ ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอดปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์เติบโตสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของเงินฝากมาโดยตลอด เราๆ ท่านๆ จึงอย่าเพิ่งคาดหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในบัดเดี๋ยวนี้แน่ๆ...และมันคงไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน

 

 

--------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : อย่าคาดหวังการลดดอกเบี้ย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)