
เสียงสะท้อน SME : จักสานไม้ไผ่ป่าบง
เสียงสะท้อน SME : งานจักสานไม้ไผ่ป่าบง นับถอยหลังรอถึงทางตัน : โดย...ปรารถนา สุขนา
ในอดีตชื่อเสียงของบ้านป่าบง ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ถือว่าโดดเด่นอย่างยิ่ง เพราะเป็นแหล่งผลิตเครื่องจักสานจากไม้ไผ่ ส่งขายทั้งใน จ.เชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง และถือเป็นอาชีพรองจากการทำนาของประชากรในพื้นที่ โดยงานฝีมือที่ผลิตขึ้น เช่น ข้องสำหรับจับปลา กระเช้าสีดาไว้สำหรับใส่ของ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้คือ จำนวนผู้ผลิตงานฝีมือมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ความเป็นมาในการผลิตสินค้าเฉพาะด้านที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ การรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน ในชื่อกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่ ในปี 2549 โดยมี "ทองสุข แก้วสมุทร์" เป็นแกนสำคัญ เนื่องจากได้รับโอกาสให้ไปดูงานการพัฒนาสินค้าชุมชน ที่ได้รับการยอมรับในแง่ของความเป็นเอกลักษณ์ จึงเห็นถึงโอกาสที่จะมาประยุกต์ใช้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นในบ้านป่าบง ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น นั่นคือ เครื่องจักสานจากไม้ไผ่
ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นผลในทางปฏิบัติ จึงได้เสนอความคิดเห็นต่อผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น ให้จัดทำร้านค้าชุมชนขึ้น เพื่อที่จะได้นำผลิตภัณฑ์จักสานจากไม้ไผ่ที่ผลิตขึ้นโดยผู้สูงอายุมาจำหน่าย อันจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุภายในชุมชนมีรายได้เสริม ซึ่งในการผลิตสินค้าเครื่องจักสานขณะนั้น มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ข้อง กระบุง กระจาด กระเช้า แจกัน กล่องใส่ของอเนกประสงค์ และยังมีการดัดแปลงผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นต้องผ่านหลากหลายขั้นตอน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าสร้างยอดขายให้แก่ทางวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่นี้ คือ ข้องใส่กระดาษทิชชู ที่มีรูปทรงยังคงอนุรักษ์ความเป็นไทยไว้ นอกจากนี้ ในแต่ละปีวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่ ยังต้องผลิตกระเช้าผลไม้ให้โครงการหลวงดอยคำและตลาดนัดจตุจักร ซึ่งการผลิตกระเช้าผลไม้ให้โครงการหลวงดอยคำ ทำให้มีตลาดหลักในการส่งสินค้าของกลุ่มจักสานไม้ไผ่ อย่างไรก็ตาม สัญญาณเตือนถึงภาวะขาลงคือ กำลังการผลิตที่ลดลง ไม่เพียงพอกับคำสั่งซื้อที่เข้ามา ขณะที่วัตถุดิบก็ขึ้นราคา
“ในระยะหลังการทำสินค้าจักสานจากไม้ไผ่ ไม่ได้ทำในแง่เศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา เป็นการผลิตเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้ ขณะนี้เรามีแรงงานในกลุ่มผู้สูงอายุเพียง 20 คน เราไม่มีแรงงานวัยหนุ่มสาว และถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป อาชีพจักสานไม้ไผ่ก็น่าจะสูญสิ้นภายใน 5 ปีจากนี้ โดยปัจจุบันสมาชิกมีรายได้จากการจักสานเดือนละ 2,000 บาท ถือว่าไม่มากนัก แต่สำหรับผู้สูงอายุสิ่งที่ทุกคนทำลงไปนั้นก็เพื่ออนุรักษ์งานฝีมือ" ทองสุข แก้วสมุทร์ ผู้ก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่ กล่าวและว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างผลักดันให้เกิดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้จักสานไม้ไผ่ขึ้นภายในชุมชน โดยทำหน้าที่ในการประสานกับผู้สูงอายุในบ้านป่าบง เพื่อให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เรื่องการจักสานไม้ไผ่แก่ผู้ที่สนใจ
"ในการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้จักสานไม้ไผ่ขึ้นภายในชุมชน ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะขาดแคลนงบประมาณที่จะเข้ามาสนับสนุน อยากให้ภาครัฐได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน กระตุ้นให้เยาวชนในพื้นที่หรือแม้แต่พื้นที่ใกล้เคียงได้เล็งเห็นถึงวัฒนธรรมการจักสานไม้ไผ่ที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น ในการมารับช่วงเพื่อไม่ให้อาชีพนี้สูญหายไป" ทองสุข กล่าว
เป็นความคาดหวังว่าที่จะให้งานฝีมือที่เคยเป็นอาชีพดั้งเดิมยังอยู่ได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม
--------------------
(เสียงสะท้อน SME : งานจักสานไม้ไผ่ป่าบง นับถอยหลังรอถึงทางตัน : โดย...ปรารถนา สุขนา)



