ข่าว

กทม.-บีทีเอสเตรียมปรับความถี่ขบวนรถไฟฟ้าข้ามฝั่งธนฯ

กทม.-บีทีเอสเตรียมปรับความถี่ขบวนรถไฟฟ้าข้ามฝั่งธนฯ

08 มิ.ย. 2552

กทม.-บีทีเอส เตรียมปรับความถี่ขบวนรถไฟฟ้าข้ามฝั่งธนฯ ให้ทันก่อนเปิดวิ่งเก็บค่าโดยสาร ส.ค.นี้ หลังโดนสวดยับยืนรอนานหลายนาที

นายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลม จากสถานีสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่ ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ที่มีปัญหายืนรอรถไฟฟ้าเป็นเวลานาน ว่า ปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้น เนื่องจากเลนรถไฟฟ้าบริเวณกลางสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามีลักษณะคอขวดเพราะมีรางเดียว ทำให้รถไฟฟ้าไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ต้องหยุดรอหลีกทาง โดยผู้โดยสารใน 3 สถานี ได้แก่ สถานีสะพานตากสิน กรุงธนบุรี และวงเวียนใหญ่ จะใช้เวลาเดินทางเป็น 2 เท่า

 นายจุมพล กล่าวว่า โดยขณะนี้รถแต่ละขบวนมีระยะห่างในการวิ่ง 4.40 นาที แต่จากนี้ไปกทม.และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ(บีทีเอส) เตรียมที่จะจัดความถี่รถให้มากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณใหม่ให้เข้ากับระบบของ กทม. ก่อนที่จะเปิดเดินรถอย่างเป็นการถาวรในอีก 2 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะปรับเวลาความถี่ในการวิ่งของรถเป็น 3 นาทีครึ่ง อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 3 นาทีครึ่งนี้ อาจถือเป็นช่วงวิกฤตในชั่วโมงเร่งด่วนได้ เนื่องจากในอนาคต กทม.จะขยายเส้นทางไปถึงบางหว้า ระยะทาง 5.3 กิโลเมตร จำนวน 4 สถานี ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2554 คาดว่าจะมีประชาชนใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยอาจมีมากถึงแสนเที่ยวการเดินทางต่อวัน ทำให้ความถี่ของรถที่จะปรับเป็น 3 นาทีครึ่งอาจไม่เพียงพอ และเป็นปัญหาต้องให้ประชาชนรอรถนาน ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมการในเรื่องนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. จึงได้มอบหมายให้ สจส.ออกแบบและหาแนวทางแก้ไขการเพิ่มรางรถไฟฟ้าตรงช่วงที่เป็นคอขวด ให้รถสามารถวิ่งสวนทางกันได้

 ผอ.สำนักการจราจรฯ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นอาจต้องสร้างสะพานคู่ขนานฝั่งทิศใต้อีก 1 ช่อง เพื่อเชื่อมรางรถไฟฟ้าเดิมเข้ากับรางรถไฟฟ้าวิ่งข้ามไปยังฝั่งธนบุรี ซึ่งคงต้องใช้เวลาดำเนินการอีกสักระยะ อย่างไรก็ตาม ภายในต้นปีหน้า บริษัท บีทีเอส จะทำการเพิ่มตู้รถไฟฟ้าเป็นขบวนละ 4 ตู้ จากเดิมที่วิ่งอยู่ 3 ตู้เท่านั้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย

 รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นแล้ว การให้บริการในส่วนต่อขยายสายสีลมยังมีปัญหาเรื่องของระบบ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาพนักงานขับรถไฟฟ้าสายสีลม ที่ปัจจุบันใช้ระบบบังคับด้วยมือ (Manual) เพราะเส้นทางดังกล่าวบริษัท บีทีเอส ใช้ระบบอาณัติสัญญาณของบริษัท ซีเมนส์ ส่วนระบบของกทม. ใช้ของบริษัท บอมบาดิเอร์ ปรากฏว่าพนักงานขับรถไฟฟ้าไม่สามารถมองเห็นตัวรถในแผงควบคุม ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับบริษัท บีทีเอส เป็นอย่างมาก และมีการระบุว่า กทม.เร่งเปิดให้บริการทั้งที่ระบบยังไม่มีความพร้อมแต่อย่างใด แต่ที่ กทม.ต้องเร่งเปิดวิ่งบริการเพราะเป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น