ข่าว

'เรืองไกร'งานเข้า!'เฉลิม'ฟ้องหมิ่นปมรถหรู

'เรืองไกร'งานเข้า!'เฉลิม'ฟ้องหมิ่นปมรถหรู

18 มิ.ย. 2556

'เฉลิม' ฟ้อง 'เรืองไกร - หนังสือพิมพ์' 50 ล้าน หมิ่นปมรถหรู เปิดเจ้าของโรงแรม'เตี้ย-ดำ'เบื้องหลังม็อบ'หน้ากากขาว' เหน็บ'ภราดร' เป็นบิ๊กแล้วเลยไม่มารายงานผลเจรจา

                18 มิ.ย. 56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว. สรรหา และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ แนวหน้า ไทยโพสต์ และเอเอสทีวีผู้จัดการ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการลงข้อความเท็จที่หาว่า ตนครอบครองรถหรูหนีภาษี ซึ่งมีการแถลงยืนยันไปแล้วว่า ไม่ได้หนี

                "ผมให้เกียรตินายเรืองไกร ฟ้องแพ่งแค่ 50 ล้านบาท ต้องเอาให้ถึงที่สุดเว้นแต่มาขอโทษ คือ ไม่ให้เกียรติผมไม่เป็นไร แต่มันต้องให้เกียรติตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีบ้าง คนอย่างผมไม่มีราคาไม่เป็นไร ว่าผมไม่มีราคาผมไม่ว่า แต่ผมเป็นรองนายกฯเนี่ยมาขับรถเถื่อน บ้าเหรอ"รองนายกฯ กล่าว

 

 

               
เปิดเจ้าของโรงแรม เตี้ย ดำ เบื้องหลังม็อบหน้ากากขาว

 

                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวก่อนการประชุม ครม.ถึงการหารือกับ ผบ.ตร. และผบช.น. เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้มีการกำชับเรื่องการชุมนุมเรียกร้องนั้นให้อำนวยความสะดวกโดยให้ตำรวจระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยว่า มือที่สามจะก่อเหตุหรือไม่ แต่ทั้งนี้คนที่มาชุมนุมก็ต้องเคารพกติกา ซึ่งตนคิดว่ากลุ่มหน้ากากขาว คือ กลุ่มพันธมิตรฯแปลงร่าง และพรรคการเมืองบางพรรค อย่างไรก็ตาม คิดว่ารัฐบาลนี้ล้มง่ายหรืออย่างไร ไม่ง่ายหรอก "ยาก" สุดท้ายหน้ากากขาวก็เหนื่อยเปล่า เพราะจะเอาช่องทางไหนมาเปลี่ยนรัฐบาล

                พร้อมกันนี้ รองนายกฯ ได้ยกตัวอย่างสถานการณ์ป่วนของมือที่สามที่อาจจะเข้ามาป่วนการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวด้วยว่า "โยนมาสักลูกก็ยุ่งแล้ว ผมไม่ได้ขู่นะแต่ผมกลัวเกิดเหตุ แล้วจะมาโทษรัฐบาล ผมไม่นิยมความรุนแรง ผมนิยมความนุ่มนวล ยกตัวอย่างไปเดินกันแถวๆเซ็นทรัลเวิลด์ และหรือพื้นที่บางแห่งถ้าเกิดมีใครโดยนระเบิดลงมาสักลูกหนึ่ง มันจะเกิดผลกระทบทางกว้างและมันจะเกิดผลกระทบกับรัฐบาล พูดก็หาว่าขู่ ไม่ใช่ขู่ แต่ผมมาบอกไว้ก่อนว่ามันมีความเป็นไปได้ ต้องให้ตำรวจระมัดระวังเพราะการเมืองวันนี้เล่นกันแรงไป ไม่ยึดกฎหมาย ไม่ยึดกติกาไม่ยึดระบอบประชาธิปไตย ปากก็บอกว่ายึดมั่นในระบบรัฐสภา ปากก็บอกว่าเชื่อถือประชาธิปไตย แล้วเมื่อวานที่ทำกัน มันมีไหมในรัฐธรรมนูญ  ผมยืนยันว่าตนไม่ใช้ความรุนแรง ตำรวจไม่ใช้ความรุนแรง แต่พฤติกรรมมันใช้ไม่ได้

                พร้อมกันนี้รองนายกฯ ยังเปิดเผยถึงบุคลที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มหน้ากากขาวว่า เป็นเจ้าของโรงแรม รูปร่างเตี้ยตัวดำ คอยเอาเงินจ่าย แต่ไม่ได้ระบุว่า โรงแรมไหน และคนที่มีบุคลิกดังกล่าวนั้นชื่ออะไร แต่ยืนยันทั้งหมดที่ตนพูดนั้นเป็นความจริงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยังพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า กี่ครั้งก็แพ้เลือกตั้งแล้วก็ใช้วิธีแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะไม่ว่าจะหน้ากากอะไรก็แล้วแต่ แล้วถามว่าทำไมถึงไม่ตั้งพรรคการเมือง และขอให้ประกาศตัวว่ายกย่องสนับสนุนว่าจะให้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

                "คุณบอกให้รัฐบาลลาออก มีรัฐธรรมนูญมาตราไหนที่คนนอกบังคับได้ มันต้องแพ้อภิปราย มันต้องรัฐบาลตัดสินใจสมัครใจลาออก หรือไม่ก็วิธีอื่น อย่างนี้ไม่ถูกต้อง และจริงๆถ้าเคร่งครัดในกฎหมาย พวกหัวโจกติดคุกหมด แต่พอทำไปก็หาว่าเผด็จการ เพราะคุณล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร เขาห้ามอยู่แล้ว ใครทำถือว่าเป็นกบฏ ผมไม่เกเรไม่ก้าวร้าว แต่มีหน้าที่ดูแล"รองนายกฯ กล่าว

                ส่วนที่มีการเตรียมยื่นฎีกาเพื่อขอพระราชทานนายกฯ ของม็อบสนามหลวงน้ัน รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลเอาจริงก็ติดคุก เพราะทำได้อย่างไร  ซึ่งรัฐบาลจะรอจนถึงที่สุดถึงจะจัดการ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ  ถึงเห็นดีเห็นงามกับพวกนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

                ส่วนกรณีที่มีกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) มาร่วมชุมนุมเรียกร้องกับกลุ่มสนามหลวงด้วยนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า ตนเป็นคนดูแลเรื่องการจ่ายเงินให้กลุ่ม ผรท. ยืนยันว่า จ่ายให้หมดแล้วในส่วนที่เขาเดือดร้อน แต่ที่มาร่วมชุมนุมตนคิดว่าไม่ใช่ตัวจริง ถามว่าเดือดร้อนอะไร เพราะหัวหน้าการ์ดของกลุ่มนี้คือนายสุชาติ ศรีสังข์ อดีตพรรคความหวังใหม่ ซึ่งตนรู้ว่าบ้านอยู่ที่มหาสารคาม แพ้เลือกตั้ง ออกมาจากพรรคความหวังใหม่ก็แพ้ ก็มาเป็นการ์ดมาเป็นหัวหน้าผรท. ทั้งที่เขาเลิก ผรท.ตั้งแต่นายสุชาติยังไม่เกิด

               
 

 

เหน็บ "ภราดร" เป็นบิ๊กแล้วเลยไม่มารายงานผลเจรจา "บีอาร์เอ็น"

               
                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า วันนี้ตนจะไปเยี่ยมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) และวันศุกร์ที่ 21 มิ.ย.นี้ จะประชุม ศปก.กปต. และจะลงมือทำงานเต็มที่ เพราะคณะที่ไปร่วมพูดคุยยังไม่ได้มารายงาน ตนได้แต่อ่านจากหนังสือพิมพ์ เพราะเขาไม่ว่างและเดินทางไปต่างประเทศ

                "บิ๊กแมว ยังไม่มารายงานเลย สงสัยเป็นบิ๊กแล้วไม่ต้องมารายงาน แต่วันที่ 21 มิ.ย. เขาจะมารายงาน ทั้งนี้ การพูดคุยก็พูดคุยไป แต่สุดท้ายก็ต้องมาหารือในศปก.กปต. และจากนี้จะประชุมให้มากขึ้น"รองนายกฯ กล่าว

                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า แม้จะมีการเจรจากัน แต่ทางตำรวจก็รายงานตนมาว่าผู้ต้องสงสัยวางระเบิดโรงแรมลีการ์เด้น อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา เข้ามาในพื้นที่ ซึ่งเขาก็ต้องดำเนินการ และเสียชีวิตหนึ่งคนและจับกุมตัวการสำคัญได้ และเขาสารภาพแล้ว เพราะฉะนั้นที่กลุ่มบีอาร์เอ็นออกยูทูบว่า 6 ศพ มาจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐนั้นชัดเจนแล้ว เพราะผู้ต้องหาสารภาพ