ข่าว

'บราซิล'ประท้วงภาษีพุ่งกระเป๋าแฟบ!

'บราซิล'ประท้วงภาษีพุ่งกระเป๋าแฟบ!

18 มิ.ย. 2556

ผู้ประท้วงเรือนแสนในบราซิล ออกมาชุมนุมแสดงความไม่พอใจที่ต้องแบกรับภาษีที่แสนแพง ขณะที่ผู้นำหญิง ถูกโห่ระหว่างไปเปิดการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ

 

                         18 มิ.ย. 56  ประชาชนมากกว่า 1 แสนคน ได้กระจายกันออกไปตามถนนสายต่างๆ ในเมืองใหญ่อย่างน้อย 8 เมืองในบราซิล เพื่อประท้วงอย่างสันติ และแสดงความไม่พอใจที่ต้องแบกรับภาษีที่แสนแพง แต่กลับได้รับผลตอบแทนที่เจ็บปวด เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งภาคการศึกษาของรัฐ , สุขภาพ , การรักษาความปลอดภัย และระบบขนส่ง ขณะที่ประธานาธิบดีหญิง ดิลม่า รูสเซฟฟ์ ที่คะแนนตกลงไป 8 เปอร์เซ็นต์ ถูกโห่ในระหว่างไปเปิดการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ ที่บราซิลเจ้าภาพ เจอกับทีมชาติญี่ปุ่น

                         ที่เมืองเซา เปาโล ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของบราซิล มีผู้เข้าร่วมการประท้วงอย่างน้อย 65,000 คน ในบรรยากาศที่คล้ายกับงานคานิวาล เนื่องจากมีเสียงกลองในจังหวะแซมบ้า ขณะที่ฝูงชนร้องตะโกนต่อต้านการคอร์รัปชั่น และการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถประจำทาง และรถไฟใต้ดิน ขึ้นอีก 10 เซ็นต์ / ส่วนอุณหภูมิความร้อนแรงของการประท้วงที่ริโอ เดอ จาเนโร , เบโล ฮอริซอนเต้ และปอร์โต อาเลเกร ได้กลายเป็นความรุนแรง เมื่อผู้ประท้วงได้ปะทะกับตำรวจ ที่ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายพวกเขา มีผู้ประท้วงประมาณ 50 คน พยายามจะบุกเข้าไปยังสภาท้องถิ่น แต่ถูกผลักดันออกมา ขณะที่บางกลุ่มจุดไฟเผารถประจำทาง และขว้างก้อนหินใส่ขบวนรถไฟที่ว่างอยู่

                         ผู้ประท้วงหลายพันคน ในกรุงบราซิเลีย ได้เดินขบวนอย่างสงบ ไปยังอาคารรัฐสภา มีบางคนปีน ขึ้นไปบนหลังคาส่วนที่อยู่ในระดับต่ำ ก่อนจะจับมือกันและชูมือแสดงชัยชนะ มีหน้าต่างหลายบานแตกเสียหาย แต่ตำรวจไม่ได้ใช้กำลังเข้าควบคุมความเสียหายแต่อย่างใด และนับเป็นการประท้วงที่ใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นับตั้งแต่สิ้นสุดยุคการปกครองของผู้นำเผด็จการช่วงระหว่างปี 2507-2528

                         การประท้วงที่ได้แรงหนุนจากภาวะเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจที่เริ่มถดถอย เป็นสิ่งที่ตอกย้ำความไม่พอใจที่มีต่อประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ มากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ยืนยันคือคะแนนนิยมของเธอร่วงลงไปแล้วถึง 8 จุด มิหนำซ้ำยังถูกโห่ในระหว่างไปเปิดการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอีกด้วย

                         นักวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง เออร์รี่ วอร์นนิ่ง (Early Warning) ระบุว่า การประท้วงเป็นสัญญาณเตือน ชาวบราซิลโดยเฉลี่ยไม่ทราบว่ารัฐบาลควรจะอย่างไร แต่ที่แน่ๆ พวกเขารู้สึกว่า กระเป๋ากำลังแฟบลง // ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ ถูกแฟนบอลโห่นานกว่า 1 นาที ในขณะที่นายเซพพ์ บลัตเตอร์ ประธานฟีฟ่า กล่าวแนะนำเธอ ทำให้นายบลัตเตอร์ ต้องกล่าวตำหนิฝูงชนที่ไม่แสดงความเคารพ ขณะที่ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ ที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ต้องรีบตัดบทด้วยการกล่าวเปิดการแข่งขันด้วยประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียว

                         บรรดาพันธมิตรทางการเมืองของประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ ต่างไม่ยอมพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีรายงานว่าประชาชนไม่พอใจเรื่องบัตรเข้าชม ที่ราคาสูงกว่า 100 ดอลลาร์ หรือ 3 พันบาท คิดเป็น 1 ใน 4 ของเงินเดือนของชาวบราซิล นายโจเซ่ กีมาราเอส ผู้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ครองเสียงข้างมากในสภาล่าง ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า ถ้าเป็นนักการเมืองคนอื่น ไปอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน ก็จะถูกโห่จากพวกแฟนบอลอันธพาลเหมือนกัน

                         ชาวบราซิลไม่พอใจที่รัฐบาลใช้งบประมาณ 13,900 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4 แสนล้านบาท ไปกับการสร้างและปรับปรุงสนามฟุตบอล เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2016 ซึ่งบางคนบอกว่า พวกเขากำลังถูกรัฐบาลสังหารหมู่ด้วยภาษี พวกเขาไม่มีโรงเรียนดีๆ ให้ลูก โรงพยาบาลมีสภาพย่ำแย่ มีแต่การคอร์รัปชั่น การประท้วงจะช่วยสร้างประวัติศาสตร์ และปลุกนักการเมืองให้เผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว

                         บรรดาแกนนำการประท้วง ได้พยายามเตือนไม่ให้ผู้เข้าร่วมทำลายทรัพย์สินสาธารณะ หรือของเอกชน เพราะจะทำลายเจตนารมย์แต่แรกเริ่ม หลังจากมีการทำลายกระจกและพ่นสีสเปรย์จนเลอะเทอะ ส่วนตำรวจได้เปลี่ยนกลยุทธ์ในการรับมือ โดยระบุว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรง แต่ก็เตือนว่า จะใช้กำลังถ้าผู้ประท้วงทำลายทรัพย์สินอีก ขณะที่ผู้หญิงที่เป็นแม่หลายคน ได้ไปอยู่ในการประท้วงเพื่อความมั่นใจว่า ตำรวจจะไม่ทำร้ายลูกๆ ของพวกเธอ เธอบอกว่า อยากได้การศึกษาที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ อยากได้โรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และอยากได้ความปลอดภัยในชีวิต ไม่ใช่ให้รัฐบาลเอาเงินหลายพันล้านไปทุ่มกับฟุตบอลโลก

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA , AP , AFP)