ข่าว

'สุวัตร'ยื่นสอบปมสงสัยฆ่า'เอกยุทธ'

'สุวัตร'ยื่นสอบปมสงสัยฆ่า'เอกยุทธ'

18 มิ.ย. 2556

'สุวัตร'ยื่นข้อเรียกร้อง'ผบช.น.'สอบปมต้องสงสัยอุ้มฆ่า'เอกยุทธ' ด้าน'เฉลิม' สั่งกองปราบฯหาข้อมูลคดี'นักธุรกิจดัง'เพิ่ม ด้านตร.จ่อสอบแฟนบอลสางปมแค้นถูกไล่ออก

               เมื่อเวลา 09.00น.วันที่18 มิ.ย.นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความนายเอกยุทธ อัญชันบุตร เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)ให้คณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธสอบสวนในประเด็นต้องสงสัยต่างๆ และสอบสวนขยายผลทางคดีเพิ่มเติมพร้อมหาหลักฐานทรัพย์สินของมีค่าของนายเอกยุทธที่ผู้ต้องหานำไปทิ้งไว้ตามที่กล่าวอ้างให้พบ เพื่อความกระจ่างชัดเจนในปมต้องสงสัยและให้สืบสวนขยายผลในประเด็นคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ กทม. มีเพียงนายสันติภาพ เพ็งด้วง และนายพีระพงศ์ พิมพิสาร จริงหรือไม่ หรือมีบุคคลอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และให้ตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของนายสันติภาพช่วงก่อเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุอย่างละเอียดว่ามีการติดต่อกับใครหรือไม่อย่างไร

                "นอกจากนี้ยังให้มีการสอบสวนการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาคนอื่นๆ มีการติดต่อกับบุคคลที่ 3 ที่อาจเป็นคนสั่งการอยู่เบื้องหลังด้วยหรือไม่ และให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในบ้านนายเอกยุท ธและทรัพย์สินที่สูญหายไปทั้ง นาฬิกา สร้อยทองคำ และพระสมเด็จว่า โยนทิ้งน้ำตามคำให้การหรือไม่ หรือนำไปขายที่ไหนขอให้ติดตามกลับคืนมาด้วย และให้หาคำตอบให้ได้ว่าหากเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ทำไมไม่นำทรัพย์สินไปด้วย ขอให้ติดตามเสื้อผ้าของนายเอกยุทธให้ได้ เพราะพยานหลักฐานดังกล่าวจะเป็นเบาะแสสำคัญในการคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ ข้างต้น" นายสุวัตร กล่าว

 

 

               
"เฉลิม" สั่งกองปราบฯหาข้อมูลคดี "เอกยุทธ" เพิ่ม

 

                ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) กล่าวถึงคดีของนายเอกยุทธ ว่า ตนมอบหมายให้ ผบ.กองปราบปราม ไปสืบทางลับอีกทางว่า ข้อเท็จจริงมีอะไรแตกต่างจากที่พนักงานสอบสวนทำอยู่ นอกจากนี้ ตนอ่านบทความและการแสดงความคิดเห็นของอาจารย์คนหนึ่งที่บอกว่า นายเอกยุทธ เสียชีวิตคล้ายกับอดีต 4 รัฐมนตรีนั้น ตนถามว่าเป็นการนำส่วนไหนของสมองมาคิด ทั้งที่ เป็นเรื่องที่พวกคุณไม่ชอบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ปั่นบ้าง ป่วนบ้าง ให้เป็นเรื่องการเมืองจนมีการปฏิวัติ

                "นอกจากนี้ในการหารือกับ ผบ.ตร.เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ตนได้สั่งให้บสวนตามจับกุมเหตุระเบิดที่ปากซอยรามคำแหง 43/1 ให้ได้ เพราะจะได้คลี่คลายประเด็นจะได้ไม่เป็นประเด็นทางการเมือง" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

 

 

 

ตร.จ่อสอบแฟน"บอล"สางปมแค้นถูกไล่ออก

 

               พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ตำรวจตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นข้อสงสัยที่สอดคล้องกับทนายของนายเอกยุทธ ไว้แล้วและต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากแพทย์ด้วย ขณะที่ คดีนี้เกิดเหตุในหลายพื้นที่คนละจังหวัดต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูล โดยจะต้องสอบปากคำพยานและผู้ต้องหาเพิ่มเติมด้วย มั่นใจว่าจะตอบข้อสงสัยทุกประเด็นได้ภายใน 1 สัปดาห์ และขอยืนยันว่า จะสืบสวนคดีนี้อย่างเต็มที่ พร้อมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการทุกชุด

               ด้าน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. ดูแลงานด้านการสืบสวน กล่าวว่า จากพยานหลักฐานและคำให้การของผู้ต้องหายังมีเพียงประเด็นเดียว คือ ประสงค์ต่อทรัพย์เท่านั้น ยังไม่มีประเด็นอื่นเพิ่มเติม การที่ทนายความ และญาตินายเอกยุทธ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้สืบสวนสอบสวน 13 ประเด็นข้อสงสัยนั้น เป็นสิทธิ์ที่สงสัยได้ ตำรวจยินดีรับฟัง และจะเรียกตัวแฟนสาวของนายสันติภาพ ที่โดนไล่ออกจากบริษัทของนายเอกยุทธ และถูกอ้างว่า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โกรธแค้นมาสอบสวนด้วยว่า โยงกันหรือไม่อย่างไร ตอนนี้ทราบชื่อที่อยู่แล้ว สำหรับพี่สาวเจ้าของบ้านที่นายสันติภาพ นำตัวนายเอกยุทธ ไปขังไว้นั้น เชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงยังไม่เรียกตัวมาสอบสวน ส่วนกรณี พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล จะเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อให้ข้อมูลทางคดีนั้นก็เป็นสิทธิของเขา

               นายสุวัตร ยืนยันว่า ญาติและครอบครัวนายเอกยุทธ มอบหมายให้เดินหน้าหาความจริงในคดีนี้ต่อ เพื่อตอบข้อสงสัยทุกประเด็นให้ชัดเจน หากจำเป็นต้องมีการผ่าศพตรวจพิสูจน์อีกครั้ง ญาติก็ยินดีพร้อมจะเก็บศพนายเอกยุทธไว้ตรวจสอบโดยจะยังไม่ทำพิธีฌาปนกิจในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ตามกำหนด

 

 

เปิด 13 ปมข้องใจ"ฆ่าเอกยุทธ" ผบช.น.รับมีเวลาทำคดีน้อยอาจตกหล่นบางปม

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 13 ปมข้อสงสัยที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง และญาติตั้งข้อสังเกตในหนังสือร้องเรียน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ให้ตำรวจนครบาลสืบสวนสอบสวนคลี่คลายใน 13 ประเด็น ประกอบด้วย 1.มูลเหตุจูงใจ หากผู้ต้องหาประสงค์ต่อทรัพย์จริง เหตุใดจึงนำทรัพย์สินไปทิ้งน้ำ 2.การลงมืออุ้มนายเอกยุทธ ลงมือเพียงผู้ต้องหา 2 คนหรือไม่ ทำไมนายเอกยุทธ ไม่ต่อสู้ขัดขืนหรือหลบหนี 3.ให้ติดตามหาโทรศัพท์มือถือของนายสันติภาพ ที่คุยระหว่างอยู่ที่ร้านอาหารตามภาพวงจรปิด โดยตรวสอบว่า นายสันติภาพพูดคุยกับใคร 4.ให้ติดตามนายเปี๊ยก ตามที่นายสันติภาพ กล่าวอ้างว่า เป็นผู้นำกุญแจมือ และโทรศัพท์มาให้ 5.การตามหาฮาร์ดดิสกล้องวงจรปิดที่หายไป และให้ผู้เชี่ยวชาญกู้คืนข้อมูล 6.คำให้การของผู้ต้องหายังมีความขัดแย้ง เช่น มีการแวะพักที่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องตรวจสอบว่าเป็นบ้านของใคร และแวะทำอะไร

               7.หาหลักฐานกล้องวงจรปิดจุดที่นายเอกยุทธ ถูกฆ่าตาย และตามหาพยาน รวมถึงคนขับรถสิบล้อที่นายเอกยุทธ วิ่งไปขอความช่วยเหลือ 8.ให้ตรวจสอบว่าใบหน้าของนายเอกยุทธ ถูกทำร้ายหรือไม่ 9.บุคคลใดนำกระเป๋าใส่เอกสารของนายเอกยุทธ ไป 10.ประเด็นลูกอัณฑะของนายเอกยุทธ ถูกทำร้าย 11.ประเด็นพบผู้ต้องสงสัยบริเวณปากซอยประดิพัทธิ์ 17 12.ขอให้ตำรวจตรวจสอบรถโฟร์คตู้ของกลางอีกครั้ง เพื่อหาลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอของบุคคลอื่น 13.หาเสื้อผ้านายเอกยุทธ เพราะอาจทิ้งหลักฐานดีเอ็นเอ เนื่องจากอาจมีเลือดของผู้ร่วมกระทำผิดติดอยู่

               ขณะที่ ผบช.น. รับข้อร้องเรียน พร้อมยืนยันว่า ขอเวลาตรวจสอบประเด็นที่สงสัยไม่เกิน 1 สัปดาห์จะมีความคืบหน้า และหากมีประเด็นใดที่ได้คำตอบก็จะรีบแจ้งทนายให้ทราบทันที ขอให้ญาติสบายใจได้ ส่วนตัวก็ไม่มีการปิดบังอะไร และทำงานร่วมกันกับญาติและทีมโดยตลอด ทั้งให้เข้าร่วมรับฟังการสอบสวน และเห็นด้วยกับประเด็นข้อสงสัยของนายสุวัตร ที่นำมามอบให้ และมีบางข้อที่ตำรวจก็สงสัยเช่นกัน เพียงแต่ในบางเรื่องตำรวจก็ต้องรอคอยผลการตรวจพิสูจน์ทางจากทางแพทย์ ทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

               ผบช.น. กล่าวต่อว่า ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้ตั้งประเด็นสอบแพทย์เพิ่มเติม ทั้งนี้ ขอบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีรอยต่อหลายจังหวัด และระยะทางค่อนข้างไกล การที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปหาจุดฝังศพ หรือทำแผนต่างๆ ตำรวจมีเวลาเพียงแค่ 48 ชั่วโมงจากนั้นต้องฝากขัง ทำให้มีบางประเด็นตกหล่นไปบ้าง ดังนั้น จะทำเรื่องขอตัวผู้ต้องหาออกมาเพื่อสอบปากคำเพิ่มให้ครบตามประเด็น ประเด็นไหนที่สอบเสร็จแล้ว หรือมีความคืบหน้า จะรีบแจ้งให้ทางทนายนายเอกยุทธ ทราบทันที

               "เรายินดีรับข้อมูลจากทนายของนายเอกยุทธ ตลอด เพราะรู้เบื้องหลัง และประวัติของนายเอกยุทธ ดีกว่าตำรวจ คดีนี้เชื่อว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี” ผบช.น.กล่่าว

               ผบช.น.กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ประเด็นแผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ไม่น่าจะสามารถทำได้แค่เพียงสองคน ว่าแผนดังกล่าวทุกคนสามารถมองว่าทำได้ หรือทำไม่ได้ แต่ตำรวจต้องดูว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนสำหรับแผนของคนร้าย ยืนยันว่าตำรวจยังไม่ได้รีบสรุปคดี ยังเปิดกว้างในการรับข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับคดี ทั้งนี้ หากใครมีเบาะแสก็สามารถแจ้งได้ โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถอยู่ถนนลาดกระบัง ในช่วงเวลา 03.00 น.ของคืนวันที่ 7 มิ.ย.คาบเกี่ยววันที่ 8 มิ.ย. และเห็นนายเอกยุทธ วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ สามารถเข้ามาให้ข้อมูลได้ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก อีกทั้งตำรวจยังติดใจกับคำให้การของนายสันติภาพ ที่บอกว่านายเอกยุทธวิ่งไปขอความช่วยเหลือกับรถยนต์คันหนึ่งที่วิ่งผ่านมา ซึ่งบริเวณนั้นยังไม่พบกล้องวงจรปิด แต่จะตรวจที่เกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง เผื่อจะเจอหลักฐานบางอย่างที่ต้องการ เช่นกุญแจมือ เป็นต้น

               “สิ่งที่ทำทั้งหมด ตำรวจทำอย่างโปร่งใส ตั้งแต่ให้แพทย์ที่ จ.พัทลุง ตรวจสอบศพนายเอกยุทธ ก่อนตามกฎหมาย และส่งเข้ามาที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง” ผบช.น. กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นฆ่าเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ให้การคือ คนร้ายต้องการเงิน แต่วิธีการอย่างไรเราไปหยั่งรู้ไม่ได้ แต่ตำรวจก็ไม่ได้เชื่อ เพราะตำรวจมองเหมือนที่นายสุวัตร ทนายความตั้งประเด็นไว้ หากประสงค์ต่อทรัพย์ทำไมต้องเอาสร้อย พระ และนาฬิกา ไปทิ้งน้ำ ถามว่าเชื่อหรือไม่ ตนบอกได้เลยว่าไม่เชื่อ แต่มีเหตุผลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน แต่ได้อธิบายกับทางทนายความแล้วว่าเป็นอย่างไร ทำไมจึงต้องเอานักประดาน้ำไปงมหาทรัพย์สิน เมื่อไม่พบจะได้ตัดประเด็นที่คาใจออกไป แต่เรื่องนี้อยู่ในสำนวนแล้วแต่คงบอกไม่ได้

               ผบช.น.กล่าวด้วยว่า กรณีที่ทนายสุวัตร บอกว่ามีการนำทรัพย์สินไปขายที่ย่านเยาวราชนั้น ทางญาติและทนายนายตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณไอแพดของนายเอกยุทธ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางญาติ และทนายเป็นฝ่ายตรวจสอบเอง ก่อนจะไปแจ้งความ ทำให้น่าเชื่อว่าอาจจะมีโทรศัพท์มือถือ ไอแพด หรือทรัพย์สินอื่นๆ ของนายเอกยุทธไปขายในย่านนั้น แต่ตั้งเป็นประเด็นสงสัยเท่านั้น

                "คดีนี้ผมอยากให้เป็นอุทธาหรณ์ หากมัวแต่มาไม่ไว้ใจกัน กระทั่งสุดท้ายมันสายไปแล้ว ผมไม่อยากจะใช้คำพูดว่าถ้าอย่างนั้น หรือถ้าอย่างนี้ ผมบอกทนายตรงๆ เลย ถ้าเรารู้ก่อน เราได้ตัวนายเอกยุทธ แน่นอน ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไร แต่เมื่อมันผ่านไปแล้ว ตำรวจก็ต้องทำคดีให้ดีที่สุด ผมยืนยันเลยว่า ผมไม่มีนอกมีในอะไรทั้งสิ้น กรรมาธิการชุดไหนต้องการเรียกผมไปสอบ ขอให้เรียกมา" ผบช.น.กล่าว

                ด้าน พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เผดิมชิต ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 กล่าวถึงการแกะรอยฮาร์ดิสกล้องวงจรปิดในบ้านพักนายเอกยุทธ ว่า จะสอบปากคำช่างเทคนิคของบริษัทที่รับติดตั้งกล้องวงจรปิดให้บ้านนายเอกยุทธ เพื่อสอบสวนยืนยันความชัดเจนในด้านเทคนิควิธีว่า สามารถดูภาพได้หรือไม่ หากดูไม่ได้ เพราะสาเหตุใด จะมีการสอบในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีการนำตัวนายเอกยุทธ ไปที่สนามบินด้วย แต่ไม่ขอเปิดเผย เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวนการสอบสวน