ข่าว

จับ!หนุ่มค้าไอซ์เครือข่ายเรือนจำสงขลา

จับ!หนุ่มค้าไอซ์เครือข่ายเรือนจำสงขลา

18 มิ.ย. 2556

'สงขลา' จับกุมยาไอซ์พร้อมผู้ต้องหา 1 คน สารภาพเป็นเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดในเรือนจำกลางสงขลา ขณะที่ 'ลำพูน' โซนนิ่งยาเสพติด

 

                         18  มิ.ย. 56  นายเฉลิมชัย วิสุทธิชานนท์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ หัวหน้าชุด ฉก.ศพส.จ.สงขลาและร.ต.อ.สุธรรม สุขช่วย รอง สว.สส.สภ.เมืองสงขลา ช่วยราชการชุดฉก.ศพส.จ.สงขลา ร.ต.อ.บรรณพล อินทิพย์ หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.ที่ 43 พร้อมกำลังเข้าทำการจับกุมนายบริบูรณ์ หรือวิทย์ สุขแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/94/1 ถนนริมทางรถไฟ ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา พร้อมยึดของกลางยาไอซ์ จำนวน 26 ถุง น้ำหนักรวม 70 กรัม เครื่องชั่งดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือซัมซุง สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง ของผู้ต้องหาใช้ติดต่อในการซื้อขายยาไอซ์กับลูกค้า เงินสด จำนวน 2,700 บาท ตรวจยึดจากผู้ต้องหา ซึ่งรับว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาไอซ์ให้กับลูกค้าและสมุดจดรายการซื้อขายยาเสพติด และระบุชื่อลูกค้า จำนวน 1 เล่ม และกระดาษจดหมายเลขบัญชีที่โอนเงินค่ายาไอซ์ และจดจำนวนยาไอซ์ จำนวน 2 แผ่น

                         หลังจากที่นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า ที่บ้านไม่ทราบเลขที่ ชุมชนหมู่บ้านตากแดด ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา เป็นแหล่งจำหน่ายยาไอซ์เครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดในเรือนจำกลางสงขลา จึงได้สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด ศูนย์อำนวยการพลัง แผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดสงขลา (ฉก.ศพส.จ.สงขลา) ดำเนินการวางแผนจับกุมโดยทำการดักซุ่มบริเวณชุมชนหมู่บ้านตากแดด พบว่า นายบริบูรณ์ หรือวิทย์ สุขแก้ว นั่งอยู่ภายในบ้านไม่มีเลขที่ (หมู่บ้านตากแดด) ถ.ริมทางรถไฟ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา และมียาไอซ์ของกลางอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 26 ถุง น้ำหนักรวม 70 กรัม วางอยู่บนพื้นบ้านด้านหน้าที่นายบริบูรณ์ หรือวิทย์ฯ นั่งอยู่ จึงร่วมกันตรวจยึดและตรวจค้นในบ้านพัก ยอมรับสารภาพ ว่า ยาไอซ์ที่เจ้าหน้าที่พบในบ้านทั้งหมดเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และนำตัวพร้อมของกลางมายัง ที่ทำการชุด ฉก.ศพส.จ.สงขลา ม.8 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อสอบสวนขยายผล

                         นายเฉลิมชัย วิสุทธิชานนท์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ หัวหน้าชุด ฉก.ศพส.จ.สงขลา เปิดเผยว่า ผู้ต้องหายอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและให้การว่า ประมาณวันที่ 12 มิ.ย. 56 ตนได้สั่งซื้อยาไอซ์จากนายโก๋ ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุลจริง เป็นนักโทษอยู่เรือนจำกลางสงขลา ทางโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 ขีด (100 กรัม) ในราคา 210,000 บาท และในวันที่ 13 มิ.ย. 56 เวลาประมาณ 00.30 น. นายโก๋ ได้โทรศัพท์เข้ามา ให้ตนไปหยิบยาไอซ์ จำนวน 1 ขีด (100 กรัม) บริเวณศาลาบ้านเกาะหมี ตนไปหยิบยาไอซ์ จำนวนดังกล่าวมาเก็บซุกซ่อนไว้ในบ้านพัก และก่อนถูกจับกุมได้จำหน่ายยาไอซ์ให้กับลูกค้าไปแล้วประมาณ 30 กรัม ส่วนเงินค่ายาไอซ์ จำนวน 30 กรัม นั้น ทางลูกค้าจะโอนเงินเข้าบัญชีไปให้นายโก๋ เอง ทางธนาคารกสิกรไทย และเงินค่ายาไอซ์ ส่วนที่ตนเก็บไว้นั้น ตนจะโอนไปเข้าบัญชี ให้ภายหลังจากที่จำหน่ายยาไอซ์ให้ลูกค้าหมดแล้วหลังจากการสอบสวนขยายผลเสร็จสิ้นแล้ว ได้จัดทำบันทึกการจับกุม แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้ทราบอีกครั้งหนึ่งจนเข้าใจดีแล้ว นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

'ลำพูน' โซนนิ่งยาเสพติด

 

                         นายพินิจ หาญพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จ.ลำพูน ได้สรุปและเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานในระหว่างเดือน มิ.ย. - ก.ย. 56 โดยให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้ทุกภาคส่วนและประชาชนได้มีส่วนร่วมเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งเน้นย้ำให้เจ้าห้าที่ตระหนักถึงปัญหาและมีจิตสำนึกในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยกำหนดเป็นวาระของประชาชน , เร่งสร้างความเข้าใจในการไว้วางใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยนำรูปแบบตามแนวทางชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน เข้าไปใช้ในทุกหมู่บ้าน/ชุมชน , เร่งสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการหมู่บ้าน

                         โดยสร้างความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการและสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้แก่คณะกรรมการหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานควบคู่กันไป , ใช้กลไกผู้ประสานพลังแผ่นดิน 25 ตาสับปะรด ให้มีความจริงจังในการปฏิบัติงาน สร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และแนวทางในการดำเนินงาน, ทบทวนเป้าหมายการบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด โดยวิเคราะห์ข้อมูลในพื้นที่อย่างรอบด้าน ไม่เน้นเชิงปริมาณแต่ให้เกิดคุณภาพและไม่กลับไปเสพซ้ำ , สร้างกระบวนการติดตามผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู จะต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และจัดทำฐานข้อมูลส่งต่อผู้ผ่านการบำบัดรักษาในทุกระบบ , บูรณาการด้านการข่าวของทุกฝ่าย (ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง) โดยจัดประชุมโต๊ะข่าวร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย , ลงโทษทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาดต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้นำชุมชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด , ดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียนอย่างชัดเจนและจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่แจ้งเบาะแส , ให้คณะอนุกรรมการกำกับติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระดับจังหวัด ติดตามเร่งรัดผลการดำเนินงานตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ในเชิงคุณภาพเป็นประจำทุกเดือนและรายงานต่อศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัด (ศพส.จ.) ลำพูน รวมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากทุกส่วนให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และเป้าหมายที่กำหนด

 

จับ!หนุ่มค้าไอซ์เครือข่ายเรือนจำสงขลา

 

'พัทยา' จับแก๊งยาบ้า - ยาไอซ์ รายใหญ่

 

                         พ.ต.ท.เกรียติศักดิ์ สระทองออย รอง ผกก.ปป. เจ้าหน้าตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา และตำรวจอาสาสมัคร ได่ร่วมจับกุมตัวนายสมศักดิ์ ศักดิ์คำ อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 5 เม็ด และนายสัมพันธ์ บ้านแก่น อายุ 28 ปี ยึดยาบ้า 200 เม็ด ยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 0.39 กรัม นอกจากนี้ สามารถจับกุมผู้มีสารเสพติดในร่างกาย ชาย-หญิง รวม 20 ราย

                         ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ ได้นำกำลังชุดตำรวจสายตรวจในสังกัด ตั้งด่านตรวจหาสิ่งของผิดกฏหมาย ภายในซอยจ่าต๋อย พัทยาใต้ จากนั้นมีนายสมศักดิ์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาทางด่านตรวจท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจค้น เจอยาบ้า 5 เม็ด โดยรับว่าซื้อมาจากนายสัมพันธ์ เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ ก่อนจะขยายผลจับกุมได้ที่อพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งย่านปากทางพัทยาใต้ พร้อมยึดของกลางยาบ้าได้ 200 เม็ด ยาไอซ์ 1 ถุง และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง นอกจากนี้ยังจับผู้มีสารเสพติดในร่างกายอีก 20 ราย

                         สอบปากคำนายสัมพันธ์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยยึดอาชีพวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่เมืองพัทยาและเคยถูกจับกุมมาแล้วครั้งหน้าที่ตำรวจกวดขันอย่างหนักจึงหันมารับยาบ้าจากเอเย่นต์คนหนึ่งมาจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในเมืองพัทยาจนสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว

                         เบื้องต้น ขณะที่เจ้าหน้าตำรวจ กำลังสอบสวนนายสัมพันธ์ เอเย่นต์อยู่นั้น ยังมีลูกค้าโทรติดต่อเข้าขอซื้อยาเสพติดประมาณ 2-3 ราย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมทั้งเร่งขยายผลจับกุมแก๊งยาเสพติดในพื้นที่ให้หมดไปจากพื้นที่ต่อไป

 

 

'สุราษฎร์ธานี' จับกัญชา 468 กก. มูลค่ากว่า 15 ล้าน

 

                         ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต.เกียรติพงษ์ ขาวสำอาง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกันแถลงข่าวตำรวจสถานีตำรวจภูธรพุนพินจับกุมผู้ต้องหาคดีจับยาเสพติด (กัญชา) รายใหญ่ 468 กก. ทราบชื่อว่า นายอุดร หรือแป น้อยนาจ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 ม.7 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม จับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ต่อเนื่องบริเวณกลางทุ่งนา หน้ากองบิน 7 ม.5 ต.มะลวน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยกัญชาอัดแท่งของกลางอยู่ในรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สี่ประตู สีขาว ทะเบียน ฆต 8638 กทม. ขณะที่ผู้ต้องหาได้จอดรถที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้

                         โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากัญชาอัดแท่งดังกล่าวรับมาจากลาวผ่านชายแดน จ.นครพนม เพื่อส่งต่อไปให้ลูกค้าที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 2 หมื่นบาท เมื่อส่งกัญชาถึงมือลูกค้าตามที่ได้นัดหมาย ซึ่งขับมาด้วยกันกับเพื่อชื่อนายปาน หนีรอดไปได้ 

                         ขณะที่ทางตำรวจ ระบุว่า ผู้ต้องหานำของกลางผ่านด่านตรวจมาได้ เนื่องจากมีรถนำคอยแจ้งเตือนตลอดเวลา และกัญชาที่รับมาแท่งละ 5 พันบาท หากหลุดรอดไปได้ถึงมาเลเซีย ราคาจะถูกปรับขึ้นเป็นแท่งละ 3 หมื่นบาท รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท