
ส.ส.ฝ่ายค้านเล็งสอบ'ข้าวเน่าแปดริ้ว'
ส.ส.ฝ่ายค้านในพื้นที่แปดริ้วเตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงข้าวเน่าในโกดังกลาง ระบุรู้สึกเศร้าใจที่เห็นชาวนาถูกเอาเปรียบ 'กขช.'รื้อจำนำเหลือตันละ1.2-1.35หมื่น
เมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 17 มิถุนายน นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวข้าวในโกดังกลางในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เน่าเสียหาย จากมอดข้าวสารไชกินเนื้อในว่า ขณะนี้ตนเองได้เตรียมให้ทีมงานในพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วว่าเป็นอย่างไรและหากพบว่าเป็นจริงตามที่มีข้อมูลการนำเสนอข่าวออกไปทางสื่อนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจมาก ที่เห็นชาวนาถูกโกงถูกเอารัดเอาเปรียบ
"เพราะผมเองก็เป็นลูกหลานของชาวนามาก่อน เรารู้ว่าความทุกข์ยากมันมีความโหดร้ายอย่างไร ความยากจนนั้นโหดร้ายอย่างไร เมื่อยากจนแล้วยังมาถูกเอารัดเอาเปรียบจากการทุจริตด้วย จึงเป็นเรื่องน่าห่วงมาก ซึ่งคาดว่าผลการตรวจสอบจะได้ข้อเท็จจริงภายในหนึ่งสัปดาห์ หรือไม่เกินสิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นก็จะลงไปทำการตรวจสอบด้วยตนเองอีกครั้งเพราะว่าที่ผ่านมาได้ถูกรับเชิญให้เข้าไปร่วมเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการข้าวระดับจังหวัดอยู่ด้วย" นายบุญเลิศ กล่าวและว่า
จึงต้องมีการตรวจสอบให้มันชัดเจนดูก่อนว่าเน่าจริงหรือไม่ จากนั้นจึงจะได้แจ้งไปยังทางนายอำเภอท้องที่ และผู้ว่าราชการจังหวัดทราบเป็นลำดับต่อไป ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าวของจังหวัด ขณะเดียวกันก็ขอให้ชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบให้แก่บ้านเมืองด้วย เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่มาก
รื้อจำนำเหลือตันละ1.2-1.35หมื่น
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุม กขช.ว่า ที่ประชุมได้ทบทวนหลักเกณฑ์การรับจำนำข้าวในฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2556/2557 และข้าวนาปรังปี 2557 โดยมีมติให้ลดราคาจำนำข้าวเปลือกและลดปริมาณการรับจำนำ เพื่อลดภาระงบประมาณ และรักษาวินัยทางการคลัง ที่กำหนดให้ขาดทุนจากโครงการจำนำข้าวเปลือกได้ปีละ 70,000-100,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ คณะกรรมการ กขช.ได้เสนอแนวทางกำหนดราคารับจำนำ 3 แนวทางคือ 1.ราคาจำนำข้าวเปลือกในปัจจุบันที่ตันละ 15,000 บาท ลบด้วย 15-20% 2.ราคาต้นทุนการผลิตจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บวก 25% และ 3.ราคาตลาด บวก 10% โดยราคาเฉลี่ยน่าจะอยู่ตันละ 12,000-13,500 บาท โดยให้ฝ่ายเลขาฯ รวบรวมรายละเอียดพร้อมกำหนดเงื่อนไขรวมทั้งปริมาณการรับจำนำใหม่ เพื่อเสนอต่อที่ประชุม กขช.พิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอต่อครม. ซึ่งจะต้องสรุปให้ได้ก่อนถึงฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2556/2557 ส่วนการปรับลดราคาเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อราคาในตลาดโลก
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้เร่งรัดระบายข้าวในสต็อกที่ปัจจุบันมี 10 กว่าล้านตันให้เร็วขึ้น ซึ่งจะเสนอครม.ให้เพิ่มจากเดิมที่มีเพียง 5 วิธี โดยจะเพิ่มการระบายโดยให้เทรดเดอร์ต่างประเทศมาเสนอซื้อโดยตรง และซื้อผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า(เอเฟต)



