
กลิ่นหึ่ง!รับจำนำข้าวเน่าทุกเมล็ด
กลิ่นหึ่ง!รับจำนำข้าวเน่าทุกเมล็ด ปล่อยทิ้งมอดชอนไชนับล้านกระสอบ โรงเก็บข้าวสารในโกดังกลางพนมสารคาม
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านข้างเคียงในบริเวณพื้นที่ใกล้กับโรงเก็บรักษาข้าวสาร ในโครงการรับจำนำ 54/55 ของโกดังกลางแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ของหน่วยงานองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ในพื้นที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ขณะนี้เวลาเกิดฝนตกหนักทำให้อากาศมีความชื้นและมีกระแสลมพัดผ่านเข้าสู่หมู่บ้านในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มักจะได้กลิ่นเหม็นหืนของแป้งข้าวสารเน่าจากการถูกมอดชอนไช โชยไกลออกมาจากโกดังกลางสำหรับเก็บข้าวในโครงการรับจำนำของรัฐบาล
เมื่อสอบถามเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นคนงานที่เคยเข้าไปทำงานอยู่ในบริเวณนั้นทราบว่า ข้าวสารที่ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ยังภายในโกดังจำนวนมาก จนมีกองจัดเก็บขนาดมหึมานับล้านกระสอบ ตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปี 2555 ได้ถูกมอดข้าวสารเข้าไปชอนไชกัดกินเนื้อในของข้าวทุกเมล็ดจนหมดเกลี้ยงเหลือแต่เศษผงแป้งจากขี้มอดทุกกระสอบแล้ว จึงทำให้ข้าวสารที่เก็บไว้ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าหืนขึ้นขี้มอดโชยออกไปไกลหลายกิโลเมตร เมื่อถูกกระแสลมพัดผ่านมาในเวลาฝนตกหนักที่มีอากาศชื้น
ขณะเดียวกันยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลปัญหาเรื่องนี้ เนื่องจากหากมีการตรวจสอบพบไปจนถึงต้นตอที่มาของกลิ่นที่ถูกพัดผ่านโชยออกมาก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนเกิดขึ้นตามมาต่ออาชีพการงานของข้าราชการประจำได้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวนี้ถือเป็นโครงการตามนโยบายหลักของรัฐบาลที่ใช้ในการหาเสียง จึงเกรงว่าอาจจะได้รับความเดือดร้อน และทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
บอร์ดปิดบัญชีข้าวถกด่วนก่อนประชุม
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ได้เรียกหน่วยงานทีเกี่ยวข้องประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ หลังจากที่นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือขอให้ให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ หารือด่วนในช่วงเช้าวานนี้ (17 มิ.ย.) ก่อนที่จะมีการประชมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้
ทั้งนี้ เพื่อหาข้อยุติตัวเลขขาดทุนในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 54/55 หลังจากนายวราเทพพบว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไม่มีการบันทึกจำนวนข้าวเปลือกที่อยู่ระหว่างการแปรสภาพเป็นข้าวสารอีกจำนวน 2.5 ล้านตัน ลงในรายงานปิดบัญชี ซึ่งหากคิดตามวิธีคำนวณของคณะอนุกรรมการฯ จะมีมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท หากนำไปหักลบกลบหนี้กับตัวเลขขาดทุน ก็จะลดลง โดยหากได้ข้อยุติเรื่องตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว ก็จะนำไปเสนอให้กขช.รับทราบต่อไป
น.ส.สุภา กล่าวเพิมเติมว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้นำตัวเลขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการรับจำนำข้าวประมาณ 9-10 หน่วยงานมาใช้ ในการจัดทำรายงานปิดบัญชีโครงการ โดยที่ผ่านมายืนยันว่าใช้วิธีคิดในลักษณะเดียวกันโดยคำนวนจากฐานราคาเฉลี่ย แล้วนำมาบวกลบกับยอดตัวเลขค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งทำมาแล้วในการปิดบัญชีโครงการประกันราคาสินค้าเกษตรในสมัยที่นายกรณ์ จาติกวนิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และครั้งที่สองเป็นการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2554/2555 ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน จึงไม่เข้าใจว่าทำไมครั้งนี้จึงกลับมีปัญหา และยืนยันว่าในการประชุม กขช. เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ กขช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับวิถีคำนวณตัวเลขปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการฯ
รายงานข่าวเปิดเผยภายหลังการประชุมของคณะอนุกรรมการฯว่า ที่ประชุมไม่รับตัวเลขข้าวเปลือกที่อยู่ระหว่างแปรสภาพเป็นข้าวสารอีก 21.5 ล้านตันมาลงบันทุกเป็นรายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต เพราะการบันทึกบัญชีจะลงเฉพาะที่เป็นข้าวสารพร้อมขายแล้วเท่านั้น อีกทั้งต้องลงไปตรวจสอบก่อนว่ามีข้าวเปลือกดังกล่าวอยู่จริงหรือไม่ ขณะนี้ทางคณะอนุกรรมการปิดบัญชีจึงยังยืนยันตัวเลขการขาดทุนเท่าเดิมที่ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท
"ทักษิณ"จับตาปัญหาจำนำข้าว
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แก่นของการทำงานการเมืองอยู่ที่พรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ให้ ส.ส.คอยลงพื้นที่ชี้แจงประชาชนแทนรัฐบาลและรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตอนที่คุยกันก็ไม่ได้มีเรื่องการเมืองเท่าใด เพราะไม่มีประเด็นอะไรมาก มีแค่เรื่องโครงการรับจำนำข้าว ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ คิดว่านายกฯ ได้ประเมินประมวลเรื่องการระบายข้าว ปริมาณข้าวในสต็อก ตัวเลขที่ระบายข้าวออกไป คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถเปิดเผยต่อประชาชนได้
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังเป็นห่วงเรื่องรับจำนำข้าวใช่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า อย่าเรียกว่าเป็นห่วง แต่แค่กำลังติดตามเรื่องนี้อยู่เท่านั้น ซึ่งเรามีหน้าที่นำเรื่องนี้ไปชี้แจงต่อประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศต่อไป



