ข่าว

'เฉลิม'อ้าแขน!ยินดีให้สอบรถหรู

'เฉลิม'อ้าแขน!ยินดีให้สอบรถหรู

17 มิ.ย. 2556

'เฉลิม'อ้างโรลซรอยซ์แค่คนสิงคโปร์ที่รู้จักฝากจอดเอาไว้ ย้ำไม่เร่งปิดคดี'เอกยุทธ' ปัดไม่ทราบข่าวปรับ'ครม.' ไม่เชื่อลดก่อเหตช่วงรอมฎอน

                เมื่อเวลา 12.20น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว.สรรหา ยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อโรลส์รอยซ์ ทะเบียน พอ 4444 ว่า  เบื้องต้นยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการเล่นละคร นายเรืองไกร มีเจตนาดีที่จะพิสูจณ์ความถูกต้องความชอบธรรมของรถยนต์คันนี้ ตนขอขอบคุณที่ได้ดำเนินการ ขอเรียนว่า เมื่อตนสมัครเป็นนักการเมืองและทำธุรกิจเหมืองแร่ ที่ จ.สุพรรณบุรี กับเด็กหนุ่มชาวสิงคโปร์ ที่รู้จักคบหากันมาตั้งแต่เป็นตำรวจกองปราบ ที่ผูกพันกับครอบครัวตน จากนั้นก็ร่วมกันทำธุรกิจเรือโป๊ะบรรทุกของ ซึ่งมีลูกคนโตของตนถือหุ้นคนละครึ่ง ซึ่งรายได้ดี ทำให้ตนไม่ต้องมาคดโกงทางการเมือง และไม่เคยทุจริต นอกจากนั้น เด็กชายชาวสิงคโปร์ ยังเป็นคนชอบรถ มีรถหลายคันแต่บ้านไม่มีที่จอด จึงมาจอดบ้านตน ซึ่งตนจะเอาไปทำอะไรก็ได้ ซึ่งรถโรลส์รอยซ์ โกสท์ ทะเบียน พอ 4444 เป็นหนึ่งในหลายคันที่มาจอดฝากไว้  ซึ่งรถคันนี้นำเข้า ไม่ได้จดประกอบ ผ่านกรมศุลกากร ผ่านการเสียภาษี ซึ่งวันนี้เขายังผ่อนกับไฟแนนซ์ และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องว่าตนเป็นเจ้าของเลย ทั้งนี้มีรถที่นำมาฝากไว้ทั้งหมด 2 คัน โรลส์รอยซ์ทั้งหมด

                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า หากถามว่ารถเสียภาษีไม่ถูกต้อง ตนจะผิดหรือไม่ ก็ไม่ผิดเพราะถ้าผิดคือ ฐานรับของโจรคือครอบครองทรัพย์ ตนขอฝากดีเอสไอ ว่า ให้ตรวจสอบเบื้องต้นว่ารถเป็นของใคร และเรื่องทั้งหมดตนยินดีให้มีการตรวจสอบ และยืนยันว่า นายเรืองไกรไม่ได้เล่นลิเกกับตน เขาเอาจริง ตนปริญญาเอกกฎหมาย เป็นรองนายกฯ ถ้ามีรถผิดกฎหมายจะกล้านั่งมาทำเนียบ สภา เหรอ

                "เรื่องดังกล่าวมีที่มาคือมีคนกลุ่มหนึ่งมาหาตน และบอกว่าจะแจ้งจับนายชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 157 จากกรณีที่ลาออกจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ตุลาการซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องโดยขอให้สั่งไปยัง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แต่ตนเรียนกฎหมาย จากดุลยพินิจนั้นไม่ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงไม่เอาด้วย"  ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
 
               เมื่อถามว่า นายเรืองไกร นั้นเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มหนึ่งตามที่ระบุหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่รู้ ซึ่งตนอาจจะมีมุมมองไม่เหมือนนักการเมืองอื่นๆ ทั้งนี้สำหรับนายชัช ตนมองเชิงบวก ซึ่งเป็นสิทธิ์ของตน อะไรที่มันไม่เข้าเกณฑ์เมื่อรับเป็นคดีตนต้องนั่งเป็นประธาน เขาฟ้องก็เข้าคุก ไม่ได้หรอก ทั้งนี้ช่วงบ่ายวันนี้ ตนจะประชุมทีมกฎหมาย ว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายวันที่ 18 มิ.ย.นี้ จะแจ้งจับที่ สน.แสมดำ

               ต่อมาในช่วงเย็น ร.ต.อ.เฉลิม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีดังกล่าว ว่า ตนได้หารือกับทีมกฎหมายส่วนตัวแล้ว ได้ข้อสรุปว่า ตนจะมอบหมายให้ทนายส่วนตัวดำเนินคดีฟ้องร้องนายเรืองไกร ในข้อหาฟ้องหมิ่นประมาทในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้
 

 

 

               
ย้ำไม่เร่งปิดคดี"เอกยุทธ"ยันไม่เหมือนคดี"ทนายสมชาย"

 

               ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงความคืบหน้าคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ว่า เรื่องนี้ทำไมตนจึงต้องเชิญ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรม นายอภิสิทธิ์ เวชาชาชีวะ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายของนายเอกยุทธ และทนายของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธปิไตย (พธม.) มาให้ร่วมปากคำ เพราะมีการให้สัมภาษณ์ว่าข้อเท็จจริงนั้นไม่เป็นไปตามที่ตำรวจพูด ตนจึงเปิดโอกาสให้มาให้ถ้อยคำ ซึ่งมีสื่อไปตีว่าไปข่มขู่ จะไปข่มขู่ได้ยังไงไม่มีหรอก เมื่อพวกคุณมีหลักฐานมากกว่าที่ตำรวจมีก็ต้องปรับปรุงสอบสวนใหม่ และตนจะให้ทาง ผบ.ตร ไปแถลงใหญ่อีกครั้งเชิญนักข่าวเยอะๆ อธิบายในแต่ละเรื่องให้คนเข้าใจ

               "ขอย้ำ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ นายสุวัตร และนายอภิสิทธิ์ ว่าอย่าได้เกรงใจใคร ถ้ามีหลักฐานที่ควรจะบอกตำรวจ ตนพร้อมรับฟัง ไม่คุกคาม ซึ่งถ้าตนยังอยู่ตรงนี้ต้องมีความจริงจะปกปิดทำไม ซึ่งจะยังไม่มีการปิดคดี" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
       
                เมื่อถามว่า พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุว่า คดีนี้คล้ายกับคดีของนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ร.ต.อ.เฉลิม มันจะเหมือนได้อย่างไร นี่เขาเจอศพ ตนเขียนสำนวนมา 11 ปี จับโจรมาตั้งแต่เด็ก พวกนี้เคยเขียนเหรอ ทั้งนี้ คดีนี้พฤติกรรมคล้ายกับคดีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สมัยที่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรม ดร.อมร มหพัฒนางกูร ผู้ปกครองศาลเจ้าพ่อเสือ โดยคนร้ายคือ ส.ต.ท.ไพร็อท ภูกาบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ที่ทำหน้าที่อารักขาด ดร.อมร เป็นผู้ก่อเหตุเสียเอง เพราะเห็นแต่ละวันมีเงินหนึ่งล้านบาทบ้าง สองล้านบาทบ้าง ก่อนจะพาไปที่ จ.กาฬสินธ์ ซึ่งพฤติกรรมเดียวกับนายเอกยุทธ

               เมื่อถามว่า คดีนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่นายเอกยุทธ ออกมาแฉ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในหลายๆครั้งก่อนหน้าหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ส่วนหลักฐานอย่างเช่น เอกสาร หรือฮาร์ดดิสที่หายไปต้องตามต่อ ไม่ปิด และต้องชี้แจงให้เข้าใจ
       
                เมื่อถามว่า ได้มีโอกาสคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องนี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรียนตามตรง ที่ตนบอกว่าเป็นขี้ข้านั้นตนพูดสนุกกับท่าน ตนคบแบบเพื่อนรัก ในประเทศไทยคนที่เป็นตำรวจไม่มีใครกินข้าวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่าตน ทั้งนี้ ตนไม่อยากพูด เดี๋ยวว่าคุย เพราะมีพวกเสนอหน้าเยอะแต่ตนไม่เคย และไม่เคยโทรหา ท่านก็ไม่เคยโทร ก็ทำงานในหน้าที่ ซึ่งเมื่อครั้งที่ตนลงปาร์ตี้ลิสต์ หมายเลข 3 ให้เป็นรองนากยกฯ คุมตำรวจ ท่านก็ไม่บอก นี่จะปรับออกก็ยังไม่บอก

 

 

               
ปัดไม่ทราบข่าวปรับครม.

 

               ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรับคณะรัฐมนตรีที่มีกระแสข่าวจะให้ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มาเป็น รมช.พาณิชย์ว่า นายมิ่งขวัญเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรีว่าการมาแล้ว จะมาเป็นรัฐมนตรีช่วยได้อย่างไร และคนไปเข้าใจตนผิดเห็นตนทำงาน นายกฯใช้งานไปนึกว่ามีความสำคัญในพรรค แต่ไม่เลย ไม่มีตำแหน่งแห่งหน กรรมการยุทธศาสตร์ กรรมการบริหารพรรคก็ไม่ได้เป็น แต่ที่ สส.เขาชอบเพราะวิเคราะห์การเมืองไม่เคยผิด ตนไม่รู้เรื่องเลย ไม่เคยถามนายกฯ นายกฯไม่เคยบอก ส่วนเลือกตั้งดอนเมือง ตนไม่แสดงความเห็นเพราะนายกฯแสดงความเห็นในฐานะผู้ใหญ่ของพรรคแล้ว และที่ไม่ได้ไปช่วยหาเสียง เพราะตนไปต่างจังหวัด หาเสียงอีสาน คนชอบ ยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะกับใคร อยู่ทุกวันนี้จะเอาตัวไม่รอดแล้วจะไปทะเลาะกับใคร

 

 

               
ไม่เชื่อลดก่อเหตช่วงรอมฎอน

 

                ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีที่คณะพูดคุยสันติภาพได้เจรจากับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น ว่า ต้องไปพูดคุยกับพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม ว่า ไปเจรจาสามสี่รอบมามีความคืบหน้าอะไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานผลการพูดคุย ซึ่งวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ตนจะไปกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) เพื่อประชุมหารือ ซึ่งตนขอเรียนว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้น โดยหลักต้องกองทัพ ถ้ากองทัพไม่เป็นหลักแล้วแก้ยาก
       
                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า  ตนจะไม่เดินทางไปเจรจา แต่จะทำงานที่ กอ.รมน ซึ่งตนจะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ และจะเรียกประชุมศปก.กปต. เพื่อจะกำหนดภารกิจและส่งคนลงไปทำงานใน 6 กลุ่มที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เคยกำหนดไว้  และตนจะลงไปตรวจ ซึ่งตนคิดเบื้องต้นแล้วว่า กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องไปสร้างบ้านพักครูในโรงเรียน เพื่อครูจะได้อยู่ในโรงเรียน และจะไม่ให้พระบิณฑบาต แต่จะให้พี่น้องประชาชนชาวพุทธไปทำอาหารในวัด ส่วนถนนที่ทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ ก็บอกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำให้แข็งแรงไม่งั้นจะฝังระเบิดได้ และข้างทางที่รกร้างรุงรัง ตนจะสั่งให้ผู้ว่าฯ ทำให้มันโล่งแจ้ง แค่นี้ก็จะช่วยได้

               เมื่อถามว่า หากช่วงเดือนรอมฎอน ยังเกิดเหตุการณ์ขึ้น และมีการโยนว่า เป็นฝีมือของทหารไทย ยังจะเชื่อคำพูดได้อีกหรือไม่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่เคยเชื่อตั้งแต่แรก ขบวนการโจรก่อการร้าย ชื่อเขาก็ฟ้องแล้ว เชื่อได้ที่ไหน และทหารไทยจะไปฆ่าพี่น้องประชาชนทำไม จิตสำนึกคนที่เป็นนายทหาร นายตำรวจ ไม่มีคิดร้ายต่อประชาชนหรอก เพราะเขาถูกหล่อหลอมมา
       
                "โจรไม่รู้จักวันถือศีลอด เขาไปมาไม่พอใจ ถล่มป้อมกรือเซะ เขายังมีคนแบบนี้อยู่ ก็ผมบอกตั้งแต่แรก ประชาธิปัตย์ยังแก้ไม่ได้ แล้วใครจะแก้ พอผมบอก ก็ว่าผมท้อ ไม่ท้อหรอก แต่มันต้องคุยบนพื้นฐานความเป็นไปได้ ไม่ใช่มาสนุกที่ทำเนียบ แล้วพื้นที่จริงจะเป็นอย่างไร"  ร.ต.อ. เฉลิม กล่าว
       
                เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่จะต้องพูดคุยกับนาย นาจิบ ราซัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แล้วหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนเสียใจมากเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาเขามารอตนเรียบร้อยแล้วที่ลังกาวี แต่ตนติดงานสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ต้องเลื่อนกระทันหัน ส่วนข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่จะเข้าประชุม ศปก.กปต.นั้น  เท่าที่อ่าน ยากทั้งหมด ซึ่งตนเคยเสนอสามข้อ 1.ใครไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ร้องมา 2.ที่บอกว่าถูกออกหมายจับโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้เอาสำเนาหมายมา เดี๋ยวจะแก้ให้ 3.อยากยกเลิกพื้นที่พระราชกำหนด คุณทำให้หมู่บ้านคุณสงบ แค่นี้อำนาจของตน แต่ก็ไม่มีเลย และเอาตรงไหนเป็นตัวตั้งว่าถูกกลั่นแกล้ง

 

 

งง "หน้ากากขาว" โตเร็ว แขวะสงสัยเมื่อยืนหน้าห้างจะมีคนออกมามุง ต่างจากเสื้อแดง

 

               ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาวว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนนั่งรอหนังกลับตั้งแต่ปี 2548 และมาปี 49 ก่อนปฏิวัติ หลังปฏิวัติยึดทำเนียบรัฐบาล ที่น่าสังเกตภายใน 4 สัปดาห์กลุ่มหน้ากากขาวโตเร็วจาก 200 คน กระทั่งเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.กลายเป็น 3,000 คนขึ้นไป ตนมีทีมงานที่ใช้งานการเมือง ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่เป็นเด็กหนุ่มจบกฎหมาย 70% ชุมนุมทีไรตนให้ไปขึงและดู ซึ่งผู้ที่มาชุมนุมดังกล่าวคือ ต่างคนต่างมา บุคลิกคนชั้นกลาง กทม. ต่างจังหวัดแค่ริมตะเข็บ เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี สมุทรสาคร ลักษณะการแต่งกายเป็นพวกเดินห้าง จะมีคนส่งสัญญาณแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ที่แปลกที่สุดเวลาที่พวกนี้มาอยู่หน้าสยามพารากอนคนในห้างและคนซื้อของจะมายืนดู ที่น่ากลัวคือ คนในห้างมายืนดู อย่างเสื้อแดงคนในห้างไม่ออกมา อาจไม่ตรงที่ตำรวจรายงาน แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มี ตนไม่ใช้คความรุนแรงจะมีได้อย่างไร ก็มาๆ ไปๆ จะอย่างไรก็เอา สุดท้ายเหนื่อยไปเอง

               เมื่อถามว่า เจตนากลุ่มหน้ากากขาวคือ จะล้มรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องถามกลับว่าล้มรัฐบาลแล้วจะเอาใครมาเป็นรัฐบาล จะเอามาช่องทางไหน ทำไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญ เขาเอาม็อบ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย มาเป็นตัวตั้ง บอกว่า ม็อบเสธ.อ้ายโตเร็ว อันนี้ต้องโตช้าๆ

               เมื่อถามว่า หน้ากากขาวจะกระจายออกมาอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า กรณีนี้เป็นกรณีที่น่าศึกษา เริ่มต้นจาก 200 คน มา 3000 คน ตนจะตามละเอียด ตนมีวิธีของตน