
'ผบ.ตร.'ยันคดีอุ้ม'เอกยุทธ'ฆ่าชิงทรัพย์
'ผบ.ตร.'ยืนยันปมอุ้ม'เอกยุทธ'ฆ่าชิงทรัพย์ ชี้เป็นประเด็นอื่นยาก-กำชับพนักงานสอบสวนทำคดีรอบคอบ ด้าน'วัชระ'ตั้งศูนย์คลี่คลายคดี 'นักธุรกิจดัง'เชื่อการเมืองเอี่ยว
17 มิ.ย.56 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยัน คดีการเสียชีวิตของ นายเอกยุทธ อัญชัญบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ว่าจากพยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่รวบรวมได้ ยืนยันว่าเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ และมองว่าเป็นประเด็นอื่นยาก ส่วนแผนประทุษร้ายหรือพฤติกรรมการที่ก่อเหตุที่หลายฝ่ายมองว่าสรุปง่ายเกินไปนั้น ยืนยันว่า จากการสอบปากคำคนร้ายซึ่งเป็นคนภาคใต้ก็จะพูดตรงๆซึ่งสอดคล้องกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทำให้การพิจารณาคดีได้ไม่ยาก
"พนักงานสอบสวนยังไม่ปิดคดีกล่าว ซึ่งตนได้กำชับให้ทำสำนวนคดีอย่างรอบคอบและรัดกุมที่สุด ส่วนกรณีที่ญาติอาจติดใจคดีในคดีดังกล่าวนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนก็กำลังดำเนินการอยู่" พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว
"วัชระ" ตั้งศูนย์คลี่คลายคดี "เอกยุทธ"
นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วน สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ตนเปิดศูนย์ข้อมูลเพื่อการคลี่คลายคดีฆาตกรรมอำพรางนายเอกยุทธ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีฝ่ายการเมืองชี้นำว่า เป็นคดีชิงทรัพย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เร่งปิดคดีโดยเร็ว จนทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงใจ จึงเปิดศูนย์ดังกล่าวเพื่อให้ผู้ที่มีเบาะแสสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ [email protected] ,[email protected] หรือส่งข้อมูลมาได้ที่ สส.วัชระ เพชรทอง สภาผู้แทนราษฎร ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต กทม.10300 อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการเมืองแน่นอนไม่ใช่การฆาตกรรมเพื่อชิงทรัพย์ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงไว้
"นครบาล"ประชุมคอนเฟอเรนซ์คดี"ฆ่าเอกยุทธ"
พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนนครบาลประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 และทีมสืบสวนสอบสวนกองปราบปรามติดตามความคืบหน้าการค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ โดยการประชุมเริ่มขึ้น เวลา11.00 น. ที่ผ่านมาโดยที่ประชุมคอนเฟอร์เรนซ์รายงานว่า ยังไม่พบหลักฐานชิ้นสำคัญตามที่คนร้ายให้การไว้โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด และภาพกล้องวงจรปิดจากการตรวจสอบพื้นที่ จ.พัทลุง ซึ่งแบ่งทีมสืบสวนลงพื้นที่ค้นหาต่อไปขณะที่กองปราบได้รายงาน การตรวจสอบภูมิหลังของผู้ก่อเหตุ และนายเอกยุทธ รวบรวมวิเคราะห์หาพฤติกรรมการก่อเหตุ ว่ามีเหตุจูงใจอื่นอีกหรือไม่ นอกจากเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ และเรื่องส่วนตัว ตามที่ตั้งประเด็นไว้ทีแรกซึ่งยังไม่พบมูลเหตุจูงใจอย่างอื่นนอกจากประสงค์่ต่อทรัพย์และความแค้นส่วนตัว
รองผบช.น.กล่าวว่า ยังไม่มีการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมหลังจากนำส่งศาลฝากขังที่เรือนจำกรุงเทพต้องรอพยานหลักฐาน เบาะแสเพิ่มเติม จากการแบ่งงานลงพื้นที่ก่อน
ทนาย"เอกยุทธ"ยอมยุติบทบาท ถ้าญาติขอจบไม่สางต่อคดีฆ่า
นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความนายเอกยุทธ อัญชันบุตร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพูดคุยกับครอบครัวของนายเอกยุทธ ถึงข้อสรุปว่า จะให้เดินหน้าทำคดีนี้หรือไม่ เพราะในส่วนพี่สาว น้องสาว และภรรยาของนายเอกยุทธ ยังคงรู้สึกหวาดกลัว จึงไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก ขณะที่พี่ชาย และลูกชาย ยังมีข้อสงสัยหลายประการ อยากให้คลี่คลาย และไม่เชื่อว่านายเอกยุทธ ถูกฆ่าเพราะประสงค์ต่อทรัพย์ คาดว่าวันที่ 18 มิ.ย.นี้ จะได้ความชัดเจน แต่หากญาติลงมติให้คดีจบเพียงเท่านี้ ก็พร้อมยุติการทำหน้าที่ หรือหากจะให้ดำเนินการต่อก็พร้อมเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ จะทำหนังสือส่งไปให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สืบสวนขยายผลในประเด็นที่ยังสงสัย คือคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ มี 2 คนจริงหรือไม่ ให้เร่งติดตามโทรศัพท์ของนายสันติภาพ เพ็งด้วง อีกเครื่องที่ยังหาไม่พบ ซึ่งใช้ติดต่อกับบุคคลที่ 3 ที่เชื่อว่าเป็นคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง เร่งติดตามเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในบ้านนายเอกยุทธ รวมถึงทรัพย์สินที่สูญหายไป ทั้งนาฬิกา สร้อยทองคำ และพระสมเด็จถูกนำไปขายที่ไหน และขอให้ติดตามกลับคืนมา และขอให้ติดตามเสื้อผ้าของนายเอกยุทธ เพราะว่าพยานหลักฐานดังกล่าวจะเป็นเบาะแสสำคัญในการคลี่คลายข้อสงสัยต่อไป



