ข่าว

'ธาริต'จ่อออกหมายจับ2เสี่ยขนรถหรู

'ธาริต'จ่อออกหมายจับ2เสี่ยขนรถหรู

17 มิ.ย. 2556

'ธาริต'เตือน 2 เสี่ยวงการรถหรูเข้าพบก่อนถูกออกหมายจับ ขณะที่ 'เรืองไกร'นัดร้องตรวจรถ'เฉลิม' ด้าน'ขนส่ง-ศุลกากร'แจง 'โรลส์รอยซ์'ของ 'เฉลิม'นำเข้าถูกต้อง

                17 มิ.ย.56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  เปิดห้องปฏิบัติการคณะทำงานคดีรถจดประกอบหลบเลี่ยงภาษี โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ 7 หน่วย และภาคธุรกิจตัวแทนรถหรูยี่ห้อดัง 10 บริษัท ร่วมตรวจสอบเอกสารรถต้องสงสัยจดประกอบผิดกฎหมายราคาในท้องตลาดตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป  จำนวน 548 คัน โดยมีการแยกกล่องบรรจุแฟ้มตามยี่ห้อรถดัง ซึ่งรถเบนซ์มากที่สุด รองลงมาเป็นบีเอ็มดับเบิลยู
 
                นายธาริต กล่าวว่า เอกสารจะถูกเปิดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตัวแทนรถหรูและพนักงานสอบสวน เพื่อตรวจสอบหาประวัติของรถแต่ละคัน ตั้งแต่การนำเข้าชิ้นส่วน การเสียภาษีศุลกากร ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านทุกคนที่มีลายเซ็นต์ในเอกสารระบุถึงการรับราคารถยนต์ จะต้องมาตรวจสอบลายเซ็นต์ของตนเองในเอกสารว่าถูกปลอมแปลงลายเซ็นต์หรือไม่  และให้การยืนยันเอกสาร การจดประกอบในไทย การเสียภาษีสรรพสามิต จนถึงการตรวจสอบสมรรถนะรถยนต์งจากสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรม (สมอ.)  ส่วนรถยนต์ที่ต้องตรวจการขอจดทะเบียนแต่เลี่ยงไม่นำรถยนต์เข้าตรวจสภาพที่ สมอ. โดยขอจดทะเบียนเป็นรถยนต์ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง หากพบความผิดปกติทางเอกสารก็จะต้องตรวจสอบทางกายภาพหรือทางฟิสิกส์ในวันจันทร์ที่ 24 มิ.ย.นี้
 
                อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า  ขณะนี้ได้กำหนดเวลาให้ทุกบริษัทตรวจสอบเอกสารให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 21 มิ.ย.นี้ โดยใช้วิธีออนไลน์ตรวจสอบตัวเลขซีรี่ของรถ เลขเครื่อง เลขตัวถังรถยนต์ไปยังบริษัทแม่ที่เป็นผู้ผลิตรถดังกล่าว สำหรับรถเบนซ์ที่มีจำนวนมากก็จะต้องตรวจหมายเลขเกียร์และสีเพื่อยืนยันทางกายภาพได้
 
                นายธาริต กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวนายนที  ริ้วทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับที่มีการซัดทอดว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้นางองุ่น จึงแสงมณี เจ้าของรถเทลเลอร์ขนรถที่ถูกเพลิงไหม้ทั้ง 6 คัน ว่า ล่าสุดดีเอสไอได้นำเครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ โดยเห็นหน้าผู้ว่าจ้างนายนที ซึ่งเป็นเสี่ยในวงการรถหรู 2 คน อย่างชัดเจน และรู้จุดที่นำรถ 6 คันไปขึ้นรถเทลเลอร์ด้วย โดยนางองุ่นยินดีที่จะชี้ภาพและยืนยันตัวเสี่ยในวงการรถหรูทั้ง 2 คน ดีเอสไอจึงต้องการให้เสี่ยทั้ง 2 คน ซึ่งรู้ตัวอยู่แล้วเข้ามามอบตัวก่อนที่ดีเอสไอจะขอหมายจับ โดยขณะนี้มีพยานหลักฐานบ่งชี้นายนที ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ จัดส่งรถยนต์ให้กับเสี่ยทั้ง 2 คน ล่าสุดดีเอสไอตรวจกระแสการเงินของเสี่ยทั้ง 2 คนพบว่า มีการโอนเงินหลาย 10 ล้านบาทไปที่ประเทศมาเลเซีย  สันนิษฐานเบื้องต้นเป็นการโอนเงินไปซื้อรถยนต์ และคาดว่ารถทั้ง 6 คันเป็นรถที่ขโมยหรือนำเข้าจากมาเลเซียโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษี
 
                นายธาริต กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเชื่อมโยงถึงนักการเมืองที่ครอบครองรถยนต์หรูเลี่ยงภาษีว่า  ดีเอสไออยู่ระหว่างหาพยานหลักฐานให้ชัดเจน ซึ่งแผนประทุษกรรมของขบวนการรถจดประกอบผิดกฎหมายแบ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มนำเข้า กลุ่มประกอบจดตัวรถ กลุ่มผู้ใช้อิทธิพลดำเนินการให้มีการจดทะเบียนเพื่อตบตาให้เจ้าหน้าที่จดทะเบียนให้ และอีกกลุ่มเป็นฝ่ายขาย โดยวันนี้  ในเวลา  13.30 น. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ติดต่อจะเข้ามายื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอตรวจสอบรถยนต์หรูของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี  ว่าเป็นรถยนต์ที่เสียภาษีถูกต้องหรือไม่

                

 

               
 "ขนส่ง - ศุลกากร" ดาหน้าแจง "โรลส์รอยซ์" ของ "เหลิม"นำเข้าถูกต้อง

 

                 นายณันทพงศ์ เชิดชู ผอ.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5  กล่าวในงานราชดำเนินเสวนา หัวข้อ "อวสาน รถหรู"  ถึงกรณีที่นายเรืองไกร ยื่นหนังสือให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบรถโรลส์รอยซ์ของ ร.ต.อ.เฉลิม ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถโรลส์รอซ์ ทะเบียน 4444 ของ ร.ต.อ.เฉลิม  เป็นรถใหม่ นำเข้ามาทั้งคัน ไม่ใช่รถยนต์จดประกอบ

                ขณะที่นาย ราฆพ ศรีศุภอรรถ รองอธิบดีกรมศุลกากรยืนยันเช่นเดียวกันว่ารถดังกล่าวนำเข้ามาเมื่อปี 2553 เป็นการนำเข้าทั้งคันและเสียภาษีอย่างถูกต้อง หากนายเรืองไกร จะยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบ ศุลกากรยินดีจะส่งรายละเอียดให้ตรวจสอบเพิ่มเติม





 

"เรืองไกร"  ร้องดีเอสไอตรวจรถ โรลซรอย "เฉลิม"

          นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้ตรวจสอบการเสียภาษีรถยนต์ โรลซรอย  ทะเบียน "พอ 4444" กรุงเทพมหานคร ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นำมาใช้ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า มีการนำเข้าและเสียภาษีที่เกี่ยวข้อง อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  เนื่องจากร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า รถยนต์ดังกล่าวซื้อมาในราคา 26 ล้านบาท แต่ตนได้ตรวจสอบข้อมูลว่า ไม่ระบุอยู่ในรายการทรัพย์สินที่ร.ต.อ.เฉลิมยื่นแสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  คาดว่ารถยนต์คันดังกล่าวอาจมีชื่อบุคคลในครอบครัวของร.ต.อ.เฉลิมเป็นผู้ครอบครอง  นอกจากนี้ ตนยังได้ตรวจสอบราคาขายจากบริษัทแม่แล้วนำมาคำนวณภาษี จึงพบว่า ราคารถยนต์หรูที่คิดภาษีทุกรายการจะมีราคาประมาณ 37 ล้านบาท จึงนำเรื่องมาขอให้ดีเอสไอตรวจสอบ
 
         ด้านนายธาริต กล่าวว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียน ก็จะเร่งตรวจสอบเอกสารรถดังกล่าว จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะประชุมหารือร่วมกับ 7 หน่วยงาน จะสามารถรู้ผลได้ชัดเจนภายในวันที่ 18 มิ.ย.นี้
  
         หลังจากนั้น นายธาริต ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ One Stop Service ที่เปิดอยู่ที่ชั้น G อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้บริการแก่ผู้ใช้รถหรูตามรายชื่อ 548 คันที่ดีเอสไอประกาศไป สมัครใจนำรถให้ดีเอสไอตรวจสอบ โดย จะเริ่มให้บัตรคิวแรกในเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มิ.ย.2556 เบื้องต้นศูนย์นี้จะให้บริการรับแจ้งและแจกบัตรคิวแก่ผู้สมัครใจ จนถึงวันที่ 21 มิ.ย.ก่อน แล้วจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะขยายการรับแจ้งต่อไปหรือไม่ สำหรับการตรวจสอบรถตามสมัครใจ จะเริ่มตรวจทางกายภาพในวันที่ 24 มิ.ย.นี้