
'อภิสิทธิ์'จี้'รบ.'ปรามเสื้อแดง
'อภิสิทธิ์'จี้รัฐบาลปรามคนเสื้อแดงทำร้ายกลุ่มความเห็นต่างกับรัฐบาล แนะ'ยิ่งลักษณ์'หยุดลอยตัวหนีปัญหาจำนำข้าว ควง'แทนคุณ'แห่ขอบคุณชาวดอนเมือง
17 มิ.ย.56 เมื่อเวลา 07.50 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกทำร้ายกลุ่มหน้ากากขาวที่ จ.เชียงใหม่เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนเป็นห่วงว่าการเคลื่อนไหวเพื่อชุมนุมจะมีถี่ขี้น สะท้อนความอึดอัดที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล ซึ่งการแสดงออกภายใต้กฎหมายเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ปัญหาคือ รัฐบาลซึ่งมีอำนาจ น่าจะปรามไม่ให้กลุ่มผู้สนับสนุนตัวเองไปขัดขวางกิจกรรมของคนอื่น เพราะถ้าคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยอยากเคลื่อนไหวก็ทำในส่วนของตัวเองโดยที่คนอื่นก็ไม่เข้าไปยุ่งกับกิจกรรมเหล่านั้น ในทางกลับกันเมื่อมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลต้องการแสดงออกก็ต้องปล่อยให้คนเหล่านี้มีสิทธิ์แสดงออกได้ บ้านเมืองจึงจะเดินหน้าโดยที่ไม่มีปัญหา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยไปกล่าวหาว่าการชุมนุมของหน้ากากขาวเป็นการยั่วยุ เพราะการเคลื่อนไหวไม่ว่าของฝ่ายใดย่อมมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถ้าใช้ตรรกะเดียวกับพรรคเพื่อไทย ก็ต้องบอกว่า เวลาคนเสื้อแดงชุมนุมก็มีคนจำนวนมากอึดอัด แต่พวกเขาให้สิทธิ์ได้ตามกฎหมาย ดังนั้น ในเมื่อกลุ่มหน้ากากขาวใช้สิทธิ์ตามกฎหมายย่อมมีสิทธิ์ หากไม่พอใจก็แยกไปจัดเวทีต่างหาก เพราะหากรัฐบาลปล่อยให้ความขัดแย้งระหว่างมวลชนขยายความขัดแย้งมากขึ้นก็ไม่เป็นผลดี สุดท้ายรัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับบ้านเสียหาย ภาพลักษณ์ของประเทศเรื่องความขัดแย้งจะดูแย่ลง แต่ถ้าปล่อยให้มีการแดสงออกซึ่งสิทธิโดยความสงบ ก็จะสะท้อนว่าวุฒิภาวะเรื่องประชาธิปไตยมีเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่เกิดความรุนแรง ทุกอย่างจะถอยหลังกลับไปอีก
เมื่อถามว่า รัฐบาลจงใจบริหารงานบนความขัดแย้งและความเกลียดชังเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าว่า ตนยืนยันว่าถ้าใครคิดว่าสามารถแสวงหาประโยชน์จากการบริหารบนความขัดแย้ง ถือว่าคิดผิด เพราะสุดท้ายจะย้อนกลับมาที่ตัวเอง
แนะ"ยิ่งลักษณ์"หยุดลอยตัวหนีปัญหาจำนำข้าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยังไม่มีการทบทวนนโยบายโครงการรับจำนำข้าวว่า ปัญหาการขาดทุนเฉลี่ยปีละ 2 แสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข 2.6 เเสนล้านบาท หรือ 2.4 เเสนล้านบาท รัฐบาลควรดูว่าการจัดสรรงบประมาณเฉพาะในร่าง พรบงประมาณปี 2557 รัฐบาลต้องจัดสรรดอกเบี้ยเฉพาะโครงการปี 54/55 เพียงฤดูกาลเดียวต้องจัดสรรถึง 1.5 หมื่นล้านบาท รัฐบาลจึงต้องทบทวนว่า หากสามารถนำเงินที่ขาดทุนแสนกว่าล้านบาทไปช่วยเกษตรกรหรือนำไปพัฒนาจะมีประโยชน์มากกว่าที่ทำอยู่มากแค่ไหน และไม่อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เอาเรื่องการเมืองอยู่เหนือความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองในการบริหารประเทศ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนทราบดีว่าทีมงานของนายกฯ แนะนำเรื่องไหนที่เป็นปัญหา หรือเป็นเรื่องยาก ๆ ให้นายกฯลอยตัวออกไป เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งอาจทำให้นายกฯได้ผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ตนอยากให้เห็นแก่ประโยชน์ประเทศชาติ เพราะเวลาที่มีปัญหาเข้าขั้นวิกฤติ เช่น จำนำข้าว ผู้นำรัฐบาลต้องตัดสินใจ จะเอาอย่างไรก็ต้องบอกประชาชน ถ้าจะให้ประชาชนเข้าใจว่าทุกปียอมเสียเงิน 2 แสนล้านบาท แต่ถึงมือเกษตรกรไม่ถึงแสนล้านบาท ขอให้ประชาชนยอมรับว่าจะทำอย่างนี้
"ท่านก็ต้องยืนยันและต้องดูแลว่าต้องลดงบประมาณอย่างไร เพื่อไม่ให้ฐานะการคลังของประเทศทรุด หรือถ้าบอกว่าจำเป็นต้องหาเงินปีละ 2 แสนล้านบาท มาทำโครงการนี้ด้วยการขึ้นภาษีก็ต้องบอกกับประชาชน ไม่เช่นนั้นก็ต้องบอกเกษตรกรว่า รัฐบาลต้องเปลี่ยนการช่วยเหลือ ซึ่งตนย้ำว่าเราสามารถช่วยเกษตรกรให้ได้ไม่น้อยกว่าเดิม และประหยัดเงินได้เป็นแสนล้านบาท เพียงแต่ปรับปรุงนโยบายเท่านั้น"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า นายกฯจะโยนความรับผิดชอบให้กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ เพราะนโยบายนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน กระทรวงเกษตรฯก็ได้รับผลกระทบ เพราะต้องไปดูผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการปลูกข้าว ปริมาณข้าว ความเป็นอยู่ของเกษตรกร ในขณะที่ ธกส.ก็มีปัญหาเรื่องการหมุนเงิน จนกระทบกับภารกิจอื่นที่เคยช่วยเหลือเกษตรกร อีกทั้ง กระทรวงการคลังก็มีปัญหาเรื่องการจัดงบประมาณให้โครงการนี้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่นายกฯต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง อย่าเดินตามยุทธศาสตร์ที่ต้องการกันนายกฯออกไป เพราะแม้แต่ปัญหาภาคใต้ และจำนำข้าวขาดทิศทางชัดเจนที่ต้องกำหนดโดยหัวหน้ารัฐบาล เนื่องจากต้องการโยนความรับผิดชอบให้คนอื่น ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้สลับซับซ้อนมากกว่าหน่วยงานหนึ่งดูแลได้
เมื่อถามว่า ถ้าคนเป็นหัวหน้ารัฐบาลหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการบริหาร ยังจำเป็นที่จะมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของนายกฯ ในการตัดสินใจในการบริหาร จึงขอเรียกร้องให้ทำหน้าที่ ซึ่งที่ตนเรียกร้องไม่มีเรื่องทางการเมืองใด ๆ นอกจากการแก้ปัญหาในทางการบริหารให้กับประชาชน
ควง "แทนคุณ" แห่ขอบคุณชาวดอนเมืองหลังได้ชัย สส.ในรอบ 37
นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน สส.กทม.และนายกษิต ภิรมย์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมชึ้นรถขบวนแห่ขอบคุณชาวดอนเมืองกับนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม สส.ดอนเมือง โดยเริ่มต้นตั้งแต่บริเวณวัดดอนเมือง ถนนสรงประภา ซึ่งนายแทนคุณ ได้ขึ้นรถปราศรัยกล่าวขอบคุณประชาชนที่สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนที่ผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก มีทั้งโบกมือ ชูกำปั้น และยกนิ้วหัวแม่มือ เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์ในรอบ 37 ปี จากนั้นทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนแห่รอบพื้นที่ดอนเมือง
จากนั้นต่อมาในเวลา 07.50 น. นายอภิสิทธ์ กล่าวถึงชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ขอขอบคุณชาวดอนเมืองที่ให้โอกาสนายแทนคุณ และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับโอกาสนี้มาเกือบ 40 ปีแล้ว จึงเป็นความตั้งใจที่จะเดินหน้าทำงานหนัก โดยปัจจัยคุณสมบัติส่วนตัวของนายแทนคุณที่ไม่ทิ้งพื้นที่ทำให้ประชาชนให้โอกาส ซึ่งตนย้ำจุดนี้กับผู้สมัครในทุกพื้นที่ทั้งภาคเหนือและอีสาน หากทุ่มเททำงานอย่างจริงจัง ประชาชนจะให้โอกาส และคงปฎิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนอยากบอกรัฐบาลว่า ต้องการให้ปรับปรุงการทำงาน เอาใจใส่ในการแก้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง เช่น เรื่องปากท้อง และความกังวลในปัญหาน้ำที่ท่วมที่ยังมีอยู่มาก ไปจนถึงความห่วงใยต่ออนาคต เนื่องจากขณะนี้มีข่าวเกี่ยวกับการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว การกู้เงินเพิ่มอีก 2 ล้านล้านบาท และยังมีความขัดแย้งที่มาพร้อมกับกระบวนการการออกกฎหมายนิรโทษกรรม จึงหวังว่ารัฐบาลจะฟังเสียงประชาชน และกลับไปทบทวนว่าจะปรับปรุงแนวทางการทำงานอย่างไร โดยพวกตนจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยประเมินว่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาลง แต่เกิดจากนายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัคร สส.จากพรรคเพื่อไทย มีเวลาลงพื้นที่น้อยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่านายยุรนันท์ลงพื้นที่มากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยต้องประเมินจากคะแนนเสียงที่เคยได้รับกับครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการทบทวนการทำงาน โดยพรรคประชาธิปัตย์จะทบทวนว่าแนวทางที่ได้รับโอกาสจากประชาชนคืออะไรด้วย ทั้งนี้ ในเขตพื้นที่เลือกตั้งซ่อม สส.ปทุมธานี ที่ผ่านมา และพื้นที่เขตดอนเมือง กทม. ที่พรรคได้รับชัยชนะ สส.ของพรรคคิดว่าเมื่อได้รับโอกาสประชาชน ก็ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ เพราะมีความคาดหวังอยู่ ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงว่าประชาชนมองทางเลือกและให้โอกาสทุกฝ่าย จึงอยากให้แข่งขันกันทำงานด้วยการยึดมั่นประโยชน์ประชาชน และอยากให้ชาวดอนเมืองสบายใจว่า แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยแบ่งแยกประชาชน เลือกตั้งเสร็จก็ทำงานให้ทุกคนอย่างเสมอภาค
ขณะที่ นายแทนคุณ กล่าวว่า ขณะนี้มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยบ้าง เพราะอยู่ในช่วงอารมณ์ที่มีความคุกรุ่นอยู่ แต่ตนจะเน้นทำงานประสานกับกทม.เป็นหลัก เช่น ช่วงนี้หน้าฝน จะดูแลเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขัง และจะประเมินนโยบายร่วมกับ กทม.เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและเห็นผลงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ ตนจะทำหน้าที่สะท้อนถึงความเดือดร้อนในเรื่องปากท้องของประชาชน ส่วนตัวกับนายยุรนันท์ ไม่มีปัญหา รู้จักกันดี โดยการทำหน้าที่จะยืนหยัดตามกฎหมาย ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง



