ข่าว

ก้าวไกลไปแอฟริกาตามยุทธศาสตร์ของยิ่งลักษณ์

ก้าวไกลไปแอฟริกาตามยุทธศาสตร์ของยิ่งลักษณ์

17 มิ.ย. 2556

ก้าวไกลไปแอฟริกาตามยุทธศาสตร์ของยิ่งลักษณ์ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman


             ตอนแรกก็แปลกใจว่า นายกฯ ไทยเลือกเยือนโมซัมบิก เป็นประเทศแรกในทวีปแอฟริกาปลายกรกฎาคมนี้ แทนที่จะไปประเทศอื่นที่น่าจะมีศักยภาพกว่า เช่น แอฟริกาใต้ หรือเคนยา แต่เมื่อสำรวจข้อมูลแล้วพบว่า งานนี้รัฐบาลเลือกเปิดหัวความสัมพันธ์ไทยกับแอฟริกาได้ฉลาดไม่น้อย เพราะสอดรับกับแผนการทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงและที่สำคัญคือ ด้านการส่งกำลังบำรุง ส่วนจะสอดคล้องกับแผนการส่วนตัวของอดีตนายกฯ ทักษิณ หรือไม่นั้นก็แล้วแต่จะคิด

             โมซัมบิกอาจไม่ดังเท่าชาติอื่น แต่ปราศจากปัญหาด้านความมั่นคง ความเจริญสูงกว่ามาตรฐานของประเทศอื่นในทวีป จีดีพีโตปีละ 7 เปอร์เซ็นต์ ภูมิศาสตร์ค่อนมาทางใต้ของแอฟริกาตะวันออก เป็นภูมิภาคที่กำลังไปได้สวยทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ติดกับประเทศที่กำลังพุ่งแรงเช่นกันอย่างแอฟริกาใต้และเเทนซาเนีย เดือนกรกฎาคม ที่นายกฯ จะไปก็เป็นเดือนที่เย็นเกือบที่สุดของปี ประชากรกว่าครึ่งเป็นคริสต์ ไม่มีปัญหาศาสนา คนที่นั่นนิยมทำอุตสาหกรรมกัน ตามข่าวอ้างว่า นายกฯ จะไปเพื่อเสาะหาพลังงานมาเข้าประเทศ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่โมซัมบิกยังมีสิ่งที่มีชื่อกว่านั้นคือ แหล่งอัญมณี ซึ่งยังรอให้บริษัทไทยที่มีเทคนิคดีๆ ไปลงทุนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

             ในอดีต กาฬทวีปอาจดูไกลและไม่คุ้มค่าในการติดต่อสร้างความร่วมมือ แต่ด้วยโลกที่ร้อยรัดเข้าหากัน แอฟริกาที่ยังบริสุทธิ์ในฐานะคลังทรัพยากรโลกและต้นทางกระบวนการโลจิสติกส์ด้านพลังงาน ก็ทำให้ชาติต่างๆ รวมทั้งไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ปัจจุบันทวีปนี้ไม่ใช่ดินแดนที่หลับใหลล้าหลังกว่าใคร แต่หลายพื้นที่ก็เติบโตจนเหมาะสมที่จะเป็นคู่ค้าการลงทุนและแหล่งระบายตลาดได้ด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากโลกเราแนบชิดกว่านี้ในอีกไม่กี่ปี ลูกหลานเราอาจไปเรียนมหาวิทยาลัยในโยฮันเนสเบิร์ก หรือวิศวกรจากแคมปาล่ามาหางานทำในไทย ไทยเรานั้นสร้างความสัมพันธ์กับแอฟริกามานานไม่น้อย โดยเฉพาะนับตั้งแต่เข้าเป็นสมาชิกสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2542 กิจการหัวหอกของไทยในทวีปนี้ ก็คือ ปตท.สผ.ของเราที่ไปเจาะหาน้ำมันในหลายแหล่ง

             อาจมีคำถามว่า มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องวางยุทธศาสตร์ด้านการส่งกำลังบำรุงไปให้ไกลถึงแอฟริกา เอาแค่ตะวันออกกลางตัดมหาสมุทรอินเดียมาถึงทะเลอันดามันนั้นพอไหม ไทยไม่ใช่จีนที่มีขีดความสามารถลงทุนสร้างท่าเรือรายทางในจุดพัก หรือไม่ใช่สหรัฐ ที่สามารถส่งเรือรบเข้าควบคุมทะเลในจุดโช้คพอยต์ต่างๆ หากเกิดวิกฤติ แต่ถ้าย้อนคิดว่า ถ้าไทยอยากจะเป็นประเทศที่เข้มแข็งและรุ่งเรืองกว่านี้ แอฟริกาสำคัญไหม ก็จะพบว่าเรื่องนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ไทยต้องส่งกองเรือไปปฏิบัติการถึงแหลมฮอร์นออฟแอฟริกา ไม่ใช่เป็นเพียงสัญลักษณ์หรืออยากได้ประสบการรักษาสันติภาพนานาชาติเท่านั้น แต่เพื่อป้องกันเรือสินค้าต้นทางด้วย ไทยแสวงหาพลังงานราคาถูกจากถิ่นทางเลือกเข้ามา ไม่ใช่รอซื้อจากแหล่งเดียว เช่นเดียวกับสินค้าอื่น สิ่งเหล่านี้อาจพึ่งพาชาติอื่นบ้าง แต่ถ้าเรามีขีดความสามารถที่จะดำเนินการได้เอง ก็เป็นเรื่องที่ควร

             ประเทศในแอฟริกาต่างต้องการเปิดความสัมพันธ์กับไทยอยู่แล้ว ตัวกลางคนไทยบางคนที่สามารถนำผู้บริหารระดับสูงของประเทศเล็กๆ เชื่อมต่อกับรัฐบาลได้นั้นได้รับการยกย่องนับถือจากประเทศเหล่านี้มาก โอกาสยุคนี้มีมากกว่าเดิม เพราะรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐพร้อมดำเนินการอย่างเป็นทางการมากกว่าในอดีต ทุกอย่างอาจมีการติดขัด แต่เวลาและการพัฒนาความสัมพันธ์จะช่วยในการเปิดกว้างโอกาส

             ที่น่าจะเป็นอุปสรรคที่สุดกลับเป็นทัศนคติของคนในสังคมเองที่ยังเข้าใจแอฟริกาน้อยนัก การศึกษาวิชาการและวัฒนธรรมแอฟริกาในประเทศไทยยังไม่มาก จึงยังปรับมโนทัศน์ของคนไทยไม่ได้มากนัก ก็ได้แต่หวังว่าความพยายามเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะจุดประกายคนไทยให้สนใจประเทศที่เคยนอกสายตามากขึ้น ในอีก 5 ปีข้างหน้าเมื่อเราเปิดกว้างทั้งจิตใจและความรู้ให้แก่ประเทศในภูมิภาคแล้ว เราจะขวนขวายใคร่รู้ ใคร่สัมพันธ์กับประเทศในพิสัยถัดออกไป แล้วจะพบว่าประเทศในแอฟริกาตะวันออกที่อยู่อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรอินเดียนั้นไม่ไกลเลย