ข่าว

เตือน'น้ำมันปนน้ำ'ปั๊ม..ถังใต้ดินรั่ว

เตือน'น้ำมันปนน้ำ'ปั๊ม..ถังใต้ดินรั่ว

17 มิ.ย. 2556

เตือน'น้ำมันปนน้ำ' ปั๊ม..ถังใต้ดินรั่ว : ทีมข่าวรายงานพิเศษ


            สาวกเฟซบุ๊ก แชร์ประสบการณ์ระทึก "รถใหม่...ดับกลางถนน" เพราะเติมน้ำมันแถมน้ำ เจ้าของปั๊ม อ้างถังน้ำมันใต้ดินรั่ว ยอมรับผิดชอบ-ต่อรองให้ช่วยกันจ่าย ด้านรองอธิบดี ธพ. ชี้เข้าข่ายความผิดจำหน่ายน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน

            ราวต้นเดือนมิถุนายน "Hathai Phahol" โพสต์เฟซบุ๊ก แฉประสบการณ์ระทึก "รถใหม่ ดับกลางถนน" ขณะที่เธอขับมาเพียงลำพังบริเวณถนนพหลโยธิน ใกล้กับห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จู่ๆ รถเริ่มมีอาการผิดปกติ เหยียบคันเร่งไม่ขึ้น มีไฟกะพริบขึ้นที่หน้าจอ โชคดีที่ตั้งสติได้ จึงรีบนำรถชิดซ้ายจอดข้างทาง แล้วพยายามสตาร์ทรถอีกครั้งก็ไม่ติด จึงติดต่อศูนย์บริการ และเรียกรถยกมานำรถไปที่ศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด

            ระหว่างที่กำลังรอความช่วยเหลือ "Hathai Phahol" ได้แชร์ข้อคิด 9 ข้อ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้หญิงที่ต้องขับรถคนเดียว แล้วบังเอิญประสบเหตุไม่คาดฝันว่า 1.เมื่อรู้ว่ารถเริ่มมีอาการแปลกๆ ให้เตรียมชิดซ้ายเลย ถ้าดับอยู่กลางถนนอาจเกิดอุบัติเหตุได้ 2.ตั้งสติ 3.กรณีรถใหม่อายุการใช้งาน 1 แสน กม. หรือ 2 ปี ยังอยู่ในระยะประกัน ควรติดต่อศูนย์บริการ 4.เคลื่อนย้ายรถควร "ยก" จะปลอดภัยต่อตัวถังรถยนต์มากกว่า และเข้าศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด ถ้าเกิน 20 กม.จะคิดค่าใช้จ่ายเป็นกิโลเมตร 5.เก็บเอกสารเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงไว้ในรถตลอดเวลา 6.เก็บอาหารแห้งหรือน้ำไว้ในรถ เมื่อหิวจะได้กินแก้เซ็งระหว่างรอช่างตรวจเช็ก 8.หลังซื้อรถโปรดศึกษาคู่มือการใช้รถอย่างละเอียด 9.สวดภาวนาว่า สาธุอย่าเสียอีกเลย!!

            กว่ารถยกจะมาถึงก็ใกล้พลบค่ำศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดปิดให้บริการแล้ว ทำให้ "Hathai Phahol" คิดวิตกถึงสาเหตุรถดับไปข้ามคืน ทั้งที่รถคันดังกล่าวเพิ่งซื้อมาได้ 1 ปีกับ 1 เดือน จนกระทั่งรุ่งเช้าเธอรีบมาที่ศูนย์ ได้รับคำตอบจากช่างซ่อมว่า มีน้ำปนอยู่ในถังน้ำมันอยู่ประมาณ 1 ใน 3 ต้องเปลี่ยนตัวกรองเบนซินและค่าล้างเครื่องประมาณ 6,000 บาท โดยไม่รวมค่าแรง !!!

            "ฉันไม่ได้เอาน้ำเติมแทนน้ำมันแน่นอน" "Hathai Phahol" ปรับทุกข์กับช่าง และนึกได้ว่า เพิ่งไปเติมน้ำมันเต็มถังที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนพหลโยธินสาขาเข้า ประมาณกิโลเมตรที่ 56 แถวๆ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

            "เคยมีลูกค้าเกิดปัญหาแบบนี้ แล้วลูกค้าไปตรวจสอบหาหลักฐานการเข้าใช้บริการที่ปั๊มน้ำมันแห่งนั้น แล้วก็มีการจ่ายชดเชยค่าซ่อมให้..." ช่างซ่อม แนะนำ

            "Hathai Phahol" รีบคว้าขวดพลาสติกน้ำมันปนน้ำที่ช่างใส่ขวดไว้ให้ดู แล้วเรียกแท็กซี่ตรงดิ่งไปที่ปั๊มน้ำมันแห่งนั้นทันที เมื่อไปถึงเธอถามเด็กปั๊มด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้ว่าจะโกรธมาก!!

            "ผู้จัดการอยู่ไหม?"

            "มีอะไรเหรอครับพี่" เด็กปั๊มสงสัย

            "พี่มาเติมน้ำมันที่นี่และตอนนี้รถเสีย"

            "อีกรายแล้วเหรอ รอแป๊บนะ ผมจะไปตามผู้จัดการมาให้"

            แล้วบทสนทนาอันเรียบง่ายจึงเริ่มขึ้น เจ้าของปั๊มชี้แจงว่า เกิดจากน้ำซึมเข้าไปในถังน้ำมันที่เก็บอยู่ใต้ดิน โดยไม่ทราบรั่วตั้งแต่เมื่อไหร่ และได้สั่งงดบริการน้ำมันแล้ว พร้อมทั้งประสานให้สำนักงานใหญ่มาตรวจสอบแล้ว และยินดีออกค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมรถให้ลูกค้า โดยตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคมเป็นต้นมา มีผู้มาร้องเรียนเรื่องน้ำมันปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ แต่กรณีรถยนต์ส่วนตัวเพิ่งมีเป็นรายแรก แล้วต่อรองให้ย้ายรถจากศูนย์บริการมาซ่อมที่อู่จากการแนะนำของเจ้าของปั๊ม รวมเบ็ดเสร็จค่าซ่อมราว 6,000 บาท และค่าน้ำมันที่เติมมาจากปั๊มอื่นอีก 1,000 บาท

            ทว่าเมื่อเจ้าของปั๊มเห็นบิลค่าซ่อมกว่า 6,000 บาท ได้ต่อรองขอเก็บเงินจากเธอเพิ่มอีก 1,000 บาท

            "ผมจะปล่อยให้คุณไปซ่อมเองก็ได้นะ แต่ผมก็ไม่ทำ แล้วคุณจะไม่มีน้ำใจช่วยผมเลยเหรอ" เจ้าของปั๊มต่อรอง

            "ตอนแรกบอกจะรับผิดชอบทุกอย่าง ฉันเสียเวลาไป 2 วัน รถเปลี่ยนตัวกรองใหม่ ไม่รู้จะมีอาการตามมาหรือเปล่า (ไม่ฟ้องร้องก็บุญแล้ว) "Hathai Phahol" เริ่มไม่พอใจ จึงโต้เถียงไปเล็กน้อย และยอมตัดปัญหาด้วยการช่วยเงินแค่ 500 บาท เนื่องจากเธอได้จ่ายค่าตรวจเช็กรถไปแล้วเกือบ 600 บาท และถือว่าจ่ายค่าความซวยไปเกิน 1,000 บาท ถือว่าอโหสิให้กันและกัน !!!

            เหตุไม่คาดฝันดังกล่าวเคยเกิดขึ้นกับหลายๆ คน อาทิ "โชติมา สุรพลชัย" เธอร้องเรียนผ่านเว็บไซต์สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อ 3 ปีก่อน ในเรื่อง "ปั๊มน้ำมันเติมน้ำมันผสมน้ำ" ว่า ได้เติมน้ำมันจากปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง พอออกจากปั๊มแล้วขับขึ้นทางด่วน รถก็เกิดอาการสะอึกและดับลง ต้องเรียกกู้ภัยทางด่วนมาช่วยเหลือมาส่งที่ศูนย์บริการ เมื่อตรวจเช็กพบว่ามีน้ำปนอยู่ในน้ำมันในถังเชื้อเพลิง ต้องล้างถังเชื้อเพลิงและเปลี่ยนกรองเชื้อเพลิงใหม่

            เมื่อแจ้งไปยังปั๊ม ยอมรับว่ามีน้ำปนอยู่ในน้ำมันจริง ต่อมาได้เรียกค่าเสียหายจากทางปั๊ม แต่ทางปั๊มยอมชดใช้แต่ค่าเสียหายที่มีใบเสร็จรับเงิน แต่ค่าเดินทางเป็นต้นว่า ค่าแท็กซี่และค่าเสียเวลาไม่ยินยอมชดใช้ให้โดยอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ จึงอยากเรียนสอบว่า กรณีนี้ สามารถเรียกให้ปั๊มนำมันชดใช้ค่าเสียหายที่ไม่มีใบเสร็จรับเงิน ซึ่งเป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้หรือไม่?

            "ดาลัด รยะสวัสดิ์" เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ สคบ. ตอบว่า การกระทำของผู้ประกอบธุรกิจในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญา จึงขอรบกวนให้คุณโชติมาโปรดแจ้งเบาะแส ชื่อและสถานที่ตั้งปั๊มน้ำมันดังกล่าวให้ภาครัฐได้ดำเนินการตรวจจับ และในส่วนของผู้เสียหายอาจแจ้งความร้องทุกข์กับสถานีตำรวจที่อยู่ในเขตพื้นที่ตั้งของปั๊มน้ำมัน (อายุความร้องทุกข์คดีอาญามีกำหนด 3 เดือนนับแต่เกิดเหตุ)!!

"น้ำมันไม่ได้คุณภาพ" คุก1ปี ปรับ1แสน

            ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 25 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมันจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะหรือคุณภาพแตกต่างจากที่อธิบดีประกาศกำหนด... มีบทลงโทษตามมาตรา 48 ระบุว่า ผู้ค้าน้ำมันผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            "สมนึก บำรุงสาลี" รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวถึงกรณีสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมันที่ปนเปื้อนว่า อาจเข้าข่ายความผิดจำหน่ายน้ำมันไม่ได้คุณภาพ ผู้เสียหายต้องรีบแจ้งมาที่กรม เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีกับสถานีบริการน้ำมันนั้นๆ และหากพบว่าจำหน่ายน้ำมันไม่ได้คุณภาพจริง จะต้องรับผิดชอบค่าซ่อมและค่าน้ำมันของผู้เสียหายทั้งหมดอีกด้วย

            "ปกติผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันที่มีมาตรฐาน จะต้องตรวจสอบน้ำมันที่จะจำหน่ายให้ลูกค้าทุกวัน เวลามีปัญหาจะมาอ้างว่าท่อน้ำมันมีปัญหาไม่ได้ กรณีที่เกิดขึ้นนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบคุณภาพน้ำมันของปั๊มดังกล่าวทันที หากพบว่าจำหน่ายน้ำมันไม่ได้คุณภาพจริง จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย" รองอธิบดี ธพ. กล่าว

            ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานเคยส่งหน่วยตรวจสอบคุณภาพเคลื่อนที่ (Mobile Lab) จากส่วนกลางและภูมิภาค ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ระหว่างเดือนตุลาคม 2555-พฤษภาคม 2556 ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน 4,828 ราย 8,773 ตัวอย่าง พบคุณภาพไม่เป็นไปตามที่กำหนด 28 ราย 36 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นปั๊มน้ำมันอิสระในภาคเหนือ ที่นำน้ำมันต่างชนิดและราคาถูกมาผสม และปั๊มอิสระในภาคใต้ ลักลอบนำน้ำมันมาจำหน่าย หากผู้บริโภคพบหรือสงสัยผู้ค้าน้ำมันรายใด จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้คุณภาพ ร้องเรียนได้ที่สำนักคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน 0-2794-4324-5 ส่วนต่างจังหวัดร้องเรียนได้ที่พลังงานจังหวัด เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบต่อไป

...............................

(หมายเหตุ : เตือน'น้ำมันปนน้ำ'  ปั๊ม..ถังใต้ดินรั่ว : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)