
'ไซเบอร์โพรเทส'ม็อบในโลกออนไลน์
'ไซเบอร์โพรเทส'ม็อบในโลกออนไลน์ เทรนด์ของทั่วโลก...ที่ต้องจบด้วย'สตรีทโพรเทส' : บุษราคัม ศิลปลาวัลย์, สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์รายงาน
ในห้วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดปรากฏการณ์ใหม่ทางการเมือง คือ ประชาชนร่วมกันรณรงค์ต่อต้านรัฐบาลในโซเชียลมีเดีย ก่อนที่จะนัดรวมตัวกันออกมาชุมนุมนอกโลกออนไลน์ และมีทีท่าว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น
ที่เห็นได้ชัดเจนคือ “กลุ่มหน้ากากขาว” ที่เริ่มปฏิบัติการจากคนไม่กี่สิบคนในโลกออนไลน์ สู่การนัดชุมนุมในโลกความเป็นจริงไปแล้ว 3 ครั้ง และมีความเป็นไปได้ว่าน่าจะจัดชุมนุมทุกวันอาทิตย์ไปอีกเรื่อยๆ
นอกจากกลุ่มหน้ากากขาวแล้ว ยังมีกลุ่ม “ไทยสปริง” ที่เคลื่อนไหวโดยอาศัยโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นเครื่องมือ มีการประกาศ “ชุมนุมออนไลน์” เพื่อต่อต้านรัฐบาล โดยจะเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ (23 มิถุนายน) เป็นต้นไป
หากมองไปทั่วโลก จะพบว่า การใช้ “โลกออนไลน์” มาเป็นตัวเริ่มในการประท้วงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นมานับสิบปีแล้ว
เริ่มตั้งแต่ปี 2541 ที่ “ซูฮาร์โต” ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ต้องยอมลงจากอำนาจหลังครองตำแหน่งมานาน 32 ปี ขบวนการประชาชน การประท้วงครั้งนั้นมีการใช้ “อินเทอร์เน็ต” เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เพราะเป็นสื่อที่รัฐบาลคุมไม่ได้ รัฐบาลคุมได้เฉพาะวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์
การชุมนุมขับไล่อดีตประธานาธิบดี “โจเซฟ เอสตราดา” ของฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2544 ก็อาศัยโลกออนไลน์เป็นตัวช่วยเช่นกัน
การล้มการประชุมระดับโลกอย่างดับเบิลยูทีโอ ที่ซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐ อเมริกา เมื่อปี 2542, การชุมนุมประท้วงตลาดทุนสหรัฐ “Ooccupy Wall Street” เมื่อปี 2554 และปรากฏการณ์ “อาหรับสปริง” ก็ล้วนเริ่มขึ้นด้วย “โซเชียลเน็ตเวิร์ก”
“ยุคโลกาภิวัตน์ทำให้การติดต่อสื่อสารเปลี่ยนไป ทำให้คนเข้าถึงข่าวสารได้ง่ายขึ้น และสิ่งนี้ก็ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธในการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน” สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวในเวทีเสวนาเกี่ยวกับเรื่องการเคลื่อนไหวภาคประชาชนเมื่อเร็วๆ นี้
สำหรับเมืองไทย หากมองย้อนกลับไป ขบวนการภาคประชาชนในรูปแบบของการชุมนุมประท้วงนั้นมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ยุค 14 ตุลา 2516 ที่กว่าจะนัดชุมนุมกันได้ต้องใช้เวลาประสานงานกันหลายวัน มาถึงยุคพฤษภา 2535 ที่ถูกเรียกว่า “ม็อบมือถือ ม็อบเพจเจอร์” มีการติดต่อสื่อสารกันง่ายขึ้น จนมาถึงยุคปัจจุบัน โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กไม่กี่ชั่วโมงก็ระดมคนได้แล้ว
“การชุมนุมในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก ต่างจากการชุมนุมเมื่อก่อนมาก เช่น สมัย 14 ตุลา กว่าที่จะมีการนัดรวมตัวได้ แกนนำต้องมีการประชุมหน้าดำหน้าแดงและวางแผนอย่างดีก่อนที่จะตัดสินใจประกาศว่าจะนัดชุมนุมแต่สมัยนี้เพียงแค่นัดหมายกันในโลกออนไลน์ก็จัดการชุมนุมได้แล้ว” ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2516 กล่าว
ปรากฏการณ์นี้ ศ.ดร.สมบัติ มองว่า เป็นเพราะโซเชียลมีเดียทำให้ทุกคนเป็นเจ้าของสื่อเองได้ และเข้าถึงกันได้ง่าย ดังนั้นเมื่อมีความสนใจตรงกันจากในสังคมโซเชียลมีเดีย ก็นัดหมายกันออกมาชุมนุมในโลกข้างนอกได้ง่ายขึ้น
ขณะที่ สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนโพลิติก อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มองว่าการที่กลุ่มสังคมโซเชียลมารวมตัวกันต่อต้านรัฐบาลนั้นเป็นพัฒนาการของการต่อสู้ทางการเมืองนอกสภาที่นำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อให้การต่อสู้มีพลังมากขึ้น
ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในการชุมนุมมาอย่างช่ำชอง สุริยะใส มองว่าการชุมนุมยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กสามารถสร้างอิมแพ็ก (ผลกระทบในวงกว้าง) ได้เร็วและแรงกว่าเดิม สามารถดึงคนใหม่ๆ ให้เข้ามาร่วมได้มากขึ้น เพราะคนเข้าถึงสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กจำนวนมาก ที่สำคัญคือ ต้นทุนในการจัดการชุมนุมน้อยลง
“หากเป็นเมื่อก่อน การจะนัดคน 3-4 พันคนมาชุมนุม จะต้องทำใบปลิว ต้องใช้รถขยายเสียง ต้องลงข่าว แต่เดี๋ยวนี้นัดกันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กได้อย่างรวดเร็ว แต่การนัดกันง่ายก็เป็นดาบสองคม คือ อาจจะกลายเป็นกระแสวูบวาบ มาเร็ว ไปเร็ว ต่างจากเมื่อก่อนที่กว่าจะถึงวันนัดชุมนุมจะต้องมีการจัดตั้งทางความคิด ทำให้ตกผลึกทางความคิด”
สถานการณ์การชุมนุมทางโซเชียลเน็ตเวิร์กจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน มีพลังแค่ไหน หรือจะมาแทนที่การชุมนุมในท้องถนนหรือไม่ ?
“การชุมนุมของประชาชนที่มาจากโลกออนไลน์จะสามารถเดินไปไกลได้แค่ไหนนั้น เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก ขึ้นอยู่กับความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน และขึ้นอยู่กับรัฐบาลเองว่าจะสร้างเงื่อนไขอะไรให้เกิดประเด็นการชุมนุมหรือไม่ หากรัฐบาลทำอะไรที่กระทบกับผลประโยชน์ของประเทศ คนก็จะรวมตัวกันมากขึ้น แต่หากรัฐบาลสร้างประโยชน์ให้ประเทศ การปลุกม็อบก็ไม่เกิดแน่นอน” ศ.ดร.สมบัติ ให้มุมมอง
ในขณะที่ นายสุริยะใส มองว่า การประท้วงผ่านโลกไซเบอร์นั้นเป็นเพียงเครื่องมือช่วยสร้างกระแส แต่สุดท้ายหากต้องการแสดงพลังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจริงๆ ก็ต้อง “ลงถนน” หรือสตรีทโพรเทส
“การประท้วงทางไซเบอร์ไม่สามารถมาแทนที่การประท้วงในท้องถนนได้ โลกไซเบอร์เหมือนเป็นตัวช่วย เหมือนเป็นโลกเสมือนจริง แต่ไม่ใช่ของจริง ถึงที่สุดการแสดงพลังก็ต้องลงถนน ซึ่งก็คือโลกของความเป็นจริง”
สุริยะใส มองว่า ตอนนี้ต้องถือว่าการรวมกลุ่มจากโซเชียลมีเดียสามารถเขย่ารัฐบาลได้มาก ดูได้จากการที่รัฐบาลให้ทีมกฎหมายมาดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มโซเชียลมีเดีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กลุ่มคนเสื้อแดงคอยตามก่อกวนกลุ่มหน้ากากขาว และมีการทำร้ายร่างกายกันที่เชียงใหม่
ด้าน ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองคณบดีธรรมศาสตร์ แสดงทัศนะว่า การรวมกันของหน้ากากขาวซึ่งมาจากโลกโซเชียเน็ตเวิร์ก เป็นการแสดงออกของคนที่ไม่พอใจรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมไปถึงอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ด้วย ดังนั้นการที่ม็อบจะโตได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ว่าจะสร้างประเด็นอะไรให้เป็นประเด็นที่ประชาชนจะรวมตัวกันอีกหรือไม่ เช่น รัฐบาลจะแก้กฎหมายนิรโทษกรรมให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร กลับมาไหม หรือรัฐบาลพยายามผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ตัดมาตรา 309 ทิ้ง จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมทักษิณได้ไหม ซึ่งหากคนเชื่อว่ามันจะนำไปสู่จุดนั้นได้ก็จะใหญ่ขึ้น
จับตาดูว่า ขบวนการภาคประชาชนที่เริ่มมาจากโซเชียลเน็ตเวิร์กในประเทศไทยจะขยับขยายไปได้ไกลขนาดไหน และจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้หรือไม่ ! !
ประท้วงครั้งสำคัญใน “โลกออนไลน์”
ปี 2541 ขบวนนักศึกษาและประชาชนชุมนุมขับไล่ “ซูฮาร์โต” ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย จนต้องยอมลงจากอำนาจหลังครองตำแหน่งมานาน 32 ปี
ปี 2544 การชุมนุมขับไล่อดีตประธานาธิบดี “โจเซฟ เอสตราดา” ของฟิลิปปินส์ ในข้อหาคอร์รัปชั่น
ปี 2542 การชุมนุมประท้วงการประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ที่ซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐ จนทำให้การประชุมล่ม
ปี 2553 เป็นต้นมา การชุมนุมประท้วงขับไล่ผู้นำในโลกอาหรับ จนเกิดเป็นคลื่นปฏิวัติที่ถูกเรียกว่า “อาหรับสปริง” ถึงปัจจุบัน ผู้ปกครองในหลายประเทศถูกโค่นจากอำนาจ เช่น ตูนิเซีย อียิปต์ ลิเบีย และเยเมน
ปี 2554 การชุมนุมประท้วงตลาดทุนสหรัฐ “Occupy Wall Street”
ปี 2556 การก่อตั้งกลุ่ม “ไทยสปริง” และปรากฏการณ์ “หน้ากากขาว” ในการเมืองไทย
..................................
(หมายเหตุ : 'ไซเบอร์โพรเทส' ม็อบในโลกออนไลน์ เทรนด์ของทั่วโลก...ที่ต้องจบด้วย'สตรีทโพรเทส' : บุษราคัม ศิลปลาวัลย์, สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์รายงาน)



