
'ปวีณา'มอบ5หมื่นช่วยผ่าตัด'สาวเสิร์ฟ'
'ปวีณา' เยี่ยมอาการสาวเสิร์ฟถูกทำร้ายคอหัก พร้อมมอบเงินช่วยเหลือการผ่าตัด 5 หมี่นบาท ด้าน ผกก.สน.ลุมพินี เตรียมออกหมายจับหนุ่มอเมริกันที่ก่อเหตุ
16 มิ.ย. 56 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รพ.ตำรวจ นางปวีณา หงสกุลประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี เดินทางเข้าเยี่ยมอาการนางสาวเดือน (นามสมมติ) อายุ 41 ปี สาวเสิร์ฟที่ถูกชาวต่างชาติทำร้ายร่างกาย ที่ห้องไอซียูชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ พร้อมมอบเงินจำนวน 50,000 บาทให้กับญาติ เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลนอกเหนือสิทธิบัตรทอง
นพ.ภาคภูมิ เลิศจรัสวิไล แพทย์เวร กล่าวว่า คนไข้กระดูกคอด้านหลังหักชนิดรุนแรงไปทับเส้นประสาทไขสันหลังและเส้นประสาทหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจเองได้ และประสาทไม่สั่งการอวัยวะของร่างกาย แต่สามารถรับรู้และเข้าใจทุกอย่างที่ได้ยินและพยายามพูดตอบโต้แต่ไม่มีเสียงเนื่องจากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาตอนนี้อาการของคนไข้ยังทรงตัว มีปัญหาเรื่องปอดจึงยังไม่สามารถผ่าตัดได้ คาดว่าภายในวันจันทร์ - วันอังคารนี้น่าจะสามารถผ่าตัด เรียงและดามกระดูกคอที่แตกหักได้ หากประเมินแล้วปอดไม่มีปัญหา แต่ก็มีความเสี่ยงสูง และหากผ่าตัดใส่เหล็กผ่านไปได้ด้วยดีก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะกลับมาเดินได้หรือไม่ และจะไม่สามารถหายใจได้เอง จะต้องเจาะคอและใส่เครื่องช่วยหายใจไปตลอดชีวิต
ด้านนางปวีณา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางสาวเดือน (นามสมมติ) ถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ทั้งยังทราบว่าคนเจ็บเป็นชาวจังหวัดยโสธร มีฐานะยากจน ยังไม่มีครอบครัว ตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูพ่อและหลาน เป็นเสาหลักของครอบครัว ทราบว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด จึงได้นำเงินของมูลนิธิปวีณา ที่มีผู้บริจาคมาช่วยเหลือจำนวน 5 หมื่นบาท และหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้นางสาวเดือน อาการดีขึ้นและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และจะติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
ด้าน พ.ต.อ.ไชยา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุหลายวันกว่าทางญาติจะมาแจ้งความ ซึ่งตอนนั้น พ.ต.ท.รชตโชค สวยกลาง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ ได้รับเรื่องและทราบว่าคนเจ็บอาการหนักพูดไม่ได้ ระหว่างนั้นจึงได้ให้ผู้เสียหายพิมพ์มือมอบอำนาจให้ญาติแจ้งความและให้การแทน เนื่องจากวันแรกที่ส่งโรงพยาบาลคนเจ็บยังสามารถพูดได้และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พนักงานโรงแรมที่นำส่ง พร้อมทั้งพยาบาลและญาติ ฟังทั้งหมด จึงได้ทำการสอบปากคำทั้งหมดแล้วพร้อมทั้งเพื่อสาวอีก 2 คนที่ไปโรงแรมด้วยในวันเกิดเหตุแต่ได้กลับไปก่อน จากการสืบสวนทราบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่ก่อเหตุ คือ Mr.John Douglas Davis อายุ 45 ปี ชาวอเมริกัน เข้ามาในประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 พ.ค.เข้าพักที่โรงแรม และได้เช็กเอาท์ออกจากโรงแรมในวันที่ 14 พ.ค.และเดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว จากนั้นได้นำรูปของนายจอห์น ให้ผู้เสียหาย และพยานทุกคนดูปรากฏว่าชี้ชัดตรงกัน และพนักงานของโรงแรมยืนยันว่าพบคนเจ็บร้องครวญครางขอความช่วยเหลืออยู่ที่หน้าห้องพักดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมที่จะไปขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับได้ในวันจันทร์ที่ 17 พ.ค.นี้ ขั้นตอนต่อไปต้องมีความเห็นของแพทย์สรุปอาการเพื่อนำมาประกอบส่งสำนวนให้อัยการ และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน
พ.ต.อ.ไชยา กล่าวอีกว่า หลังจากออกหมายจับในวันพรุ่งนี้จะนำหมายส่งไปให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขึ้นแบล็กลิสต์ หากเข้ามาประเทศไทยจะถูกจับทันทีและจะประสานไปยังสถานฑูตสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ทางอเมริกาทราบถึงคดีนี้ พร้อมขอให้ทางประเทศสหรัฐอเมริกาจับกุมตัวส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีในประเทศไทยด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้นำรูปถ่าย Mr.John Douglas Davis อายุ 45 ปี ชาวอเมริกัน ให้กับทางผู้เสียหายได้ดู จากนั้นได้สอบถามกับทางผู้เสียหาย ฃึ่งไม่สามารถที่จะพูด โต้ตอบ และขยับเคลื่อนร่างกายได้ ได้ส่งสัญญาณโดยการยักคิ้วให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ



