ข่าว

'ชวนนท์'จี้'ปู'ตอบคำถาม4ข้อแก้วิกฤตชาติ

'ชวนนท์'จี้'ปู'ตอบคำถาม4ข้อแก้วิกฤตชาติ

16 มิ.ย. 2556

"ชวนนท์" จี้ "ยิ่งลักษณ์" ตอบคำถาม 4 ข้อ แก้วิกฤติชาติ "จำนำข้าว-ทุจริตโครงการน้ำ-ไทยถูกตัดสิทธิเจ้าภาพงานเวิล์ดเอ็กซโปร-เจรจาบีอาร์เอ็น"

   
          วันที่ 16 มิ.ย.56 เมื่อเวลา 10.40 น. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการบริหารประเทศที่หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลกับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นวิกฤตของชาติ ว่า ตนคิดว่าหมดเวลาที่นายกจะบ่ายเบี่ยงในการชี้แจงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับสิ่งที่ประชาชนอยากทราบ จึงอยากให้ตอบประชาชน 4 เรื่อง คือ1.โครงการจำนำข้าว ซึ่งจะมีการนำตัวเลขสรุปการขาดทุนเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันอังคารที่ 18 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการที่นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาให้ข้อมูลว่ากระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์มีข้อมูลไม่ตรงกัน แต่นายวราเทพ ก็ยอมรับแล้วว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าสองแสนล้าน เพียงแต่เบี่ยงเบนประเด็นว่าไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท ซึ่งนี่ไม่ใช่ประเด็น ความสำคัญคือการขาดทุนเกินสองแสนล้านแน่นอน จึงไม่มีทางปฏิเสธความเสียหายได้อย่างแน่นอน นายกต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินโครงการต่อไปอย่างไร ซึ่งตนได้รับรายงานว่ามีการประชุมผู้ว่าทั่วประเทศ และคนมีอำนาจให้ไปกล่อมประชาชนถึงข้อดีของโครงการจำนำข้าว ด้วยการเรียกชาวนามากล่อมเพื่อไม่ให้มีการจัดม็อบมาต่อต้านโครงการรับจำนำข้าว ถือเป็นการใช้อำนาจบิดเบือน เป่าหูประชาชน ปิดบังความเสียหายของตัวเองโดยไม่แก้ปัญหา ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน
   
           นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าในการประชุมครม.ที่นายวราเทพนำผลสรุปการขาดทุนเข้าที่ประชุมครม.จะมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์จำนำข้าวด้วยการจำกัดโควต้าการรับจำนำ ซึ่งน่ากังวลว่าจะไม่จำกัดผู้ประกอบการรายใหญ่แต่จำกัดชาวนารายย่อย เปิดช่องพ่อค้ารายใหญ่ได้โควต้า แปลว่าที่ชาวนาเคยได้ 8.6 หมื่นล้านจากกว่าสองแสนล้าน หากมีการจำกัดโควต้า ผลประโยชน์ที่ชาวนาจะได้รับนั้นจะยิ่งน้อยลง อาจมีการตัดเนื้อร้ายคือกระทรวงพาณิชย์ทิ้ง และเปลี่ยนหลักเกณฑ์ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือชาวนาไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงหวังว่านายกฯจะไม่โดดประชุมครม.เพื่อหนีความรับผิดชอบเรื่องนี้
  
           นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า คำถามที่ 2 คือ เรื่องการประมูลโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทที่จะเข้าครม.ในวันอังคารนี้เช่นกัน ซึ่งตนแปลกใจที่นายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ออกมาการันตีว่าโครงการนี้จะไม่มีการทุจริต ทั้งที่ไม่มีมาตรการรองรับเพราะมีการยกเว้นระเบียบพัสดุฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอของ ป.ป.ช.แต่สร้างภาพว่าไปปรึกษา ป.ป.ช.แล้วนำมาอ้าง จึงไม่มีหลักประกันว่าเงิน 3 แสนกว่าล้านบาทจะไม่ละลายไปกับโครงการแบบนี้ นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่าความโปร่งใสเกิดจากการถ่ายทอดสดจึงไม่ทราบว่าใช้หลักคิดอะไรเพราะอยู่ที่เนื้อความการเจรจามากกว่า ไม่ใช่บอกว่าถ่ายทอดสดแล้วไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น และอ้างว่าประชาชนจะมีส่วนร่วม จึงขอถามนายกฯว่าประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไรเพราะยังไม่ทราบว่าจะสร้างที่ไหน อย่างไร ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ มีคำถามด้วยว่าโครงการน้ำเป็นการสร้างไปออกแบบไป ทำให้เกิดการทุจริตได้ง่ายมากและไม่เป็นไปตามที่วางมาตรฐานไว้ เพราะบริษัทอาจออกแบบลดคุณภาพ ปริมาณสิ่งก่อสร้างลง เพื่อให้พอดีกับเงินงบประมาณ นี่คือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจะแก้อย่างไร และให้นายกฯตอบคำถามด้วยว่าจะให้ความร่วมมือกับองค์กรต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร เพราะถูกกีดกันมาโดยตลอดในระหว่างที่มีการประมูล
  
           นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า คำถามที่ 3 คือ กรณีไทยเสียสิทธิการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิล์ดเอ็กซ์โปร ทั้งที่ต่อสู้เรื่องนี้มาไม่ต่ำกว่าสองปี และกำหนดพื้นที่อยุธยา วางโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักท่องเที่ยวราว 35 ล้านคน จ้างงานเพิ่ม 3 แสนอัตรา แต่ไทยถูกตัดสิทธิ โดยนายกฯและรมว.ต่างประเทศบอกเอกสารไม่พร้อม ซึ่งเราจะปล่อยให้ผ่านไปอย่างนี้ไม่ได้ เพราะรัฐบาลถลุงเงินกับโครงการประชาล่มจมจำนำข้าวสองแสนล้านต่อปี อีกเกือบแสนล้านกับรถคันแรก ทิ้งเงินไม่ต่ำกว่าสี่ร้อยล้านในการประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิล์ดเอ็กซโปร เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาไทยนำมาโดยตลอด กำลังจะเข้าเส้นชัยกลับเลี้ยวออกนอกสนามเพราะคนที่วิ่งตามหลังคือ ดูไบ ที่แซงขึ้นมาเป็นที่หนึ่งหลังจากไทยถูกตัดสิทธิ ตนภาวนาว่าคนได้เป็นเจ้าภาพจะไม่ใช่ดูไบ เพราะหากใช่จริงก็เกินกว่าจะรับได้ที่เรามีรัฐบาลเห็นแก่ประโยชน์ดูไบซึ่งให้ที่พักพิงกับนักโทษหนีคดีมากกว่าประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ จึงขอเรียกร้องให้นายกฯทำความชัดเจนในเรื่องนี้ด้วย
  
           นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า และคำถามที่ 4 คือ การเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็น โดยจะต้องชี้แจงภายในสัปดาห์หน้าให้ชัดเจน ซึ่งนายกก็ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นหรือไม่ จึงต้องถามว่าถ้าตอบไม่ได้แล้วจะเดินหน้าต่อทำไม เพราะกลายเป็นว่ารัฐบาลต้องไปก้มหัวให้กับผู้ก่อความไม่สงบในขณะที่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น เราจำเป็นต้องประเมินท่าทีใหม่เพราะสถานการณ์ไม่ลดลง มีความถี่ในการเกิดเหตุมากขึ้น จึงถามว่านายกจะเอาอย่างไร อย่าเอาชีวิตคนภาคใต้เป็นหนูทดลองยา หรือทดลองงานให้เลขา สมช. ถ้าไม่ไหวให้ถอยกลับมาเพราะไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่รัฐบาลต้องตัดสินใจเพื่อทบทวนเรื่องดังกล่าว และในช่วงรอมาฎอนหากความรุนแรงไม่ลดลงก็ต้องทบทวนโดยด่วน