ข่าว

ปชป.แนะรัฐรอบคอบก่อนปรับลดราคารับจำนำ

ปชป.แนะรัฐรอบคอบก่อนปรับลดราคารับจำนำ

16 มิ.ย. 2556

"องอาจ"แนะ"รบ."รอบคอบก่อนตัดสินใจลดราคารับจำนำข้าว จี้นายกฯเข้าประชุมกขช. เร่งแก้ปัญหา ด้านหมอวรงค์"ฉะรัฐเตรียมแก้ไขตัวเลข หลัง"วราเทพ"สั่งการอคส.ทำตัวเลขใหม่

          วันที่ 16 มิ.ย.56 เมื่อเวลา 10.20 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีระบุจะประกาศรับจำนำข้าวโดยลดราคารับจำนำข้าวทุกเม็ดลง โดยให้เหตุผลว่าราคาข้าวในตลาดโลกปรับลดลง ค่าเงินที่ผันผวน และสินค้าคาร์โบไฮเดรดในตลาดโลกมีมากขึ้นว่า ข้ออ้างดังกล่าวไม่น่าจะเป็นความจริง อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง แต่เล็กน้อยมาก และเห็นว่ารองนายกรัฐมนตรีนำเสนอแนวคิดนี้น่าจะมาจากเหตุผลว่าการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวตามนโยบายของรัฐบาลมีปัญหา ก่อให้เกิดผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาว มีความไม่โปร่งใส รัฐบาลจึงหาทางออกเพื่อให้โครงการนี้อยู่ต่อโดยลดราคาการรับจำนำข้าวลง ซึ่งคิดว่ารัฐบาลควรคำนึงถึงข้อเท็จจริงมากกว่า ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่น และเมื่อลดราคาการรับจำนำข้าว ก็จะทำให้ชาวนาได้เงินลดลง แต่ปัญหาการทุจริตและปัญหาการขาดทุนจากโครงการนี้ยังคงมีอยู่ ดังนั้นรัฐบาลควรตัดสินใจอย่างรอบคอบ และเห็นว่านายกรัฐมนตรีควรจะเข้าประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ในฐานะที่เป็นประธานกขช. เพื่อมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและดูแลปัญหาความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการ ไม่ใช่เน้นดูแลเฉพาะเรื่องการขาดทุนตัวเลขโครงการรับจำนำข้าวเพียงอย่างเดียว
 
          นายองอาจ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการระบายข้าวเพื่อให้ข้อมูลกับรัฐบาล โดยได้มีการเปิดเผยชื่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ที่มีตัวย่อว่า "เสี่ย ป." ที่เป็นบุคคลที่ดำเนินการหลายเรื่อง ทำตัวเสมือนหนึ่งเป็นคนกลางนำข้าวที่รัฐบาลจำนำมาขายให้กับบริษัทต่างๆ แต่จากการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องนั้น พบว่าบุคคลดังกล่าวยังมีพฤติกรรมเช่นเดิม โดยหาประโยชน์จากโครงการนี้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน






"หมอวรงค์" ฉะ รัฐบาล เตรียมแก้ไขตัวเลขขาดทุนจำนำข้าว


          นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุมีความผิดพลาดในการลงบัญชีข้าวของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการับจำนำว่า ถือว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขตัวเลขการขาดทุน โดยการอ้างว่าการรับจำนำในรอบที่ 3 ข้าวเปลือกฤดูกาล 55/56 ที่ขาดทุน 84,000 ล้านบาท มีความผิดพลาดในการลงบัญชี เรื่องข้าวเหลือที่ค้างลงบัญชีอีก 2.5 ล้านตัน ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่ามืออาชีพที่ทำงานดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ จะมีความผิดพลาดขนาดนี้เลยหรือ แต่หากเราคิดเฉพาะ 2 ฤดูกาลแรก จะมีตัวเลขขาดทุนที่ประมาณ 1.36 แสนล้านบาท หากนำมารวมกับค่าบริหารจัดการกับค่าเสื่อมสภาพข้าว อีก 20% จะอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท แต่ช่วงนั้นน้ำท่วม และเมื่อนำมารวมเบ็ดเสร็จสูญเสียแค่ 1 ปี ก็จะเกินกว่าที่รัฐบาลคุยโม้ไว้ ว่าขาดทุนเพียง 60,000 หมื่นล้านบาทอยู่แล้ว ถึงอย่างไรโครงการนี้ก็ไม่คุ้มกับความสูญเสียที่ชาวนาจะได้รับ ถ้านำเงินนี้ไปให้ชาวนาโดยตรงจะดีกว่านี้มาก รัฐบาลก็ไม่ต้องรับภาระกับสิ่งที่เกิดขึ้น
 
          เมื่อถามว่านายวราเทพ สั่งการให้องค์การคลังสินค้า(อคส.) ไปทำตัวเลขใหม่ เพื่อลดตัวเลขขาดทุนลงจาก 84,000 ล้านบาท โดยอ้างว่ายังไม่มีการบันทึกในการปิดบัญชีข้าวสารอีก 2.5 ล้านตัน นพ.วรงค์ตอบว่า เขาจะแต่งตัวเลขอย่างไรก็ได้ เพราะเราเข้าไม่ถึงข้อมูลเชิงลึกของรัฐบาล แต่ตนไม่อยากจะเชื่อว่ามืออาชีพที่เป็นคณะอนุกรรมการฯ จะบกพร่องขนาดนี้ ทั้งนี้อยากให้นำฐานข้อเท็จจริงมาพูดคุยกัน ที่มีการปิดบัญชีเมื่อวันที่ 31 ม.ค.56 ที่ตัวเลขชัดเจน ให้บอกประชาชนเห็นชัดเจนว่าตัวเลขเพียง 1 ปี 4 เดือนมีความสูญเสียเกิดขึ้นขนาดนี้ ซึ่งการที่รัฐบาลยืนยันว่าตัวเลขขาดทุนไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท ก็เป็นความพยายามเฉไฉ เพราะสุดท้ายแล้วคงมีการแต่งตัวเลขใหม่ในรอบที่ 3
 
          ส่วนการประชุมรวบรวมข้อมูลและรับฟังข้อเสนอจากตัวแทนผู้ประกอบการเกี่ยวกับการรับจำนำข้าว ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้และจะเสนอคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 มิ.ย. นพ.วรงค์ กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวเป็นเพียงการโยนหินถามทางเท่านั้น เพราะจะมีการแต่งตัวเลขในรอบที่3 ประมาณ 84,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลอาจมีทางออกว่าตัวเลขยังไม่ชัดเจน และดึงเวลาออกไปอีก หรือบอกแค่ตัวเลขเพียง 2 ฤดูกาล เพื่อให้ดูตัวเลขน้อยลงมา ขณะที่การชี้แจงต่อสังคมของพรรคประชาธิปัตย์ใช้ตัวเลขการรับจำนำ 3ฤดูกาลมาตลอด แต่รัฐบาลกลับใช้วิธีการสร้างความสับสนให้สังคมว่าการรับจำนำรอบที่3 ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลมีความบริสุทธิ์ไม่ดำเนินการแบบลับๆ ล่อๆ ก็ควรให้โควตากับฝ่ายค้านในการส่งตัวแทนเข้าไปร่วมพิจารณาการปิดบัญชีโครงการข้าว 3 ที่นั่ง เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ