ข่าว

บีอาร์เอ็นเห็นพ้องลดป่วน'รอมฎอน'

บีอาร์เอ็นเห็นพ้องลดป่วน'รอมฎอน'

16 มิ.ย. 2556

ถก "ไทย-บีอาร์เอ็น" รอบ3 สองฝ่ายเห็นพ้องลดเหตุความรุนแรงช่วงเดือน "รอมฎอน" แต่ฝ่ายความมั่นคงต้องลดปิดล้อม-ตรวจค้นด้วย ก้าวแรกของความร่วมมือสู่ความสงบชายแดนใต้

 
          วันที่ 16 มิ.ย.56  หลังจากที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพฝ่ายไทย 9 คน เดินทางไปพบปะพูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออดิเนท ที่มีนายฮัซซัน ตอยิบ นำคณะตัวแทนฝ่ายบีอาร์เอ็น 7 คน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ของการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ภายหลังการลงนามพูดคุยเพื่อสันติภาพร่วมกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา
 
          ผลจากการพูดคุยเพื่อสันติภาพในครั้งนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขา สมช.ว่า ในวงพูดคุย ได้เห็นพ้องต้องกันว่า ในช่วงเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม หรือเดือนรอมฎอน ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงวันที่ 10 หรือ 11 กรกฎาคม 2556 นี้ เป็นเวลา 1 เดือน นายฮัซซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออดิเนท จะประสานงานให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ช่วงเดือนรอมฎอน โดยมีเงื่อนไขว่าฝ่ายรัฐไทยก็จะต้องลดการปฎิบัติการปิดล้อมตรวจค้น หรือดำเนินการใดใดกับกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน
 
          จากการวิเคราะห์กรณีดังกล่าวของ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพ ระบุว่า ถือเป็นก้าวแรกของข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่ายที่สามารถทำได้ร่วมกัน ในประเด็นของลดเหตุความรุนแรง  โดยจะมีความชัดเจนของการปฎิบัติทั้งสองฝ่ายว่า ในช่วงเดือนรอมฎอน จะลดการปฎิบัติการอย่างไร ออกมาอีกครั้งก่อนถึงเดือนรอมฎอน ซึ่งก็จะทราบว่าแนวทางการปฎิบัติของทั้งสองฝ่ายนั้นจะเป็นอย่างไร
 
          “ประเด็นของความกังวลว่าจะเป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับกลุ่มบีอาร์เอ็น หากสามารถหยุดการปฎิบัติการได้จริงในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ตนมองว่า คงจะไม่มีผลขนาดนั้น เพราะการพูดคุยเพื่อลดการปฎิบัติการในครั้งนี้ เป็นการลดการปฎิบัติของทั้งสองฝ่าย ประเด็นการลดความรุนแรงนี้ ถือเป็นสะพานที่จะข้ามเข้ามาหากัน เป็นการแสดงถึงความจริงใจของทั้งสองฝ่าย ที่จะร่วมกันแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งหากสามารถทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้ร่วมกัน ในการพูดคุยครั้งต่อไป ก็จะมีการพูดคุยในเรื่องอื่น ที่เจาะลึกลงไปอีกได้ รวมทั้งโร้ดแม๊ฟเพื่อสันติภาพ ที่จะนำไปพูดคุยเพื่อเดินหน้าพูดคุยกันต่อไป” ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าว
 
          ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ฯ ยังวิเคราะห์ต่อไปว่า สำหรับเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน ปีนี้  ตนเองก็เชื่อว่าจะยังคงจะมี แต่จำนวนจะลดลงอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อนำสถิติของ 2-3 ปี ย้อนหลังกลับไป หากในเดือนรอมฎอน ปีนี้ สถิติลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
 
          มีข้อมูลจาก ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (Deepsouthwatch /DSW) ระบุว่าในช่วงเดือนถือศีลอด (เดือนรอมฎอน)  เมื่อปี 2554  เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 90 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 53 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 75 ราย  และเมื่อเทียบกับช่วงเดือนรอมฎอน ปี 2555 เกิดเหตุความไม่สงบจำนวน 99 เหตุการณ์  มีผู้เสียชีวิต 52 ราย และได้รับบาดเจ็บ 98 ราย  ซึ่งพบว่าสถิติสถานการณ์ในช่วงเดือนรอมฎอน ของปี 2555 มีเหตุการณ์ ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ เพิ่มขึ้นจากสถิติของปี 2554
 
          ส่วนความคิดเห็นของ นายนิมุ  มะกาเจ ผู้นำศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกว่า ต้องขอบคุณ พล.ท.ภราดร  พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.และ พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.ที่สืบหาข้อมูลฟังความเห็นจากพื้นที่หลากหลายมีการจัดเสวนาตามจุดต่างๆจะเป็นผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น นักศึกษา องค์กรหลายองค์กรทั้งพุทธ มุสลิม ในการนำข้อมูลของการเจรจาครั้งที่แล้วมานำมาวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ 5  ประการ ที่ขบวนการบีอาร์เอ็น ยืนยันว่าให้เดินตามข้อเรียกร้องเดิม  ผลปรากฏว่าคนในพื้นที่ส่วนใหญ่เห็นด้วย ในบางประการ และไม่เห็นด้วยในบางประการแต่ที่เห็นด้วย 60 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมในการเจรจาครั้งนี้คือการลดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฏอนซึ่งเป็นการตรวจสอบได้ว่า ทางขบวนการบีอาร์เอ็นมีอำนาจสั่งการมากน้อยเพียงใด เนื่องจากเดือนรอมฏอนนั้นเป็นกิจกรรมที่ชาวมุสลิมทั่วโลกปฏิบัติกัน
 
          “การที่มุสลิมจะได้คุณงามความดีจากการลดในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายทิ้งให้หมด เพราะเป็นเดือนแห่งสวรรค์เปิด นรกปิด หากมีผู้กระทำการใดที่ไม่ดีไม่งามจะได้ผลกรรมอันรุนแรงยิ่งที่ถูกทำโทษ มุสลิมท่านใดที่ถือศีลอดในเดือนนี้จะได้ผลบุญมหาศาล ดังนั้นการก่อการร้ายในช่วงเดือนรอมฏอนไม่ควรอย่างยิ่ง แม้ในภาวะสงครามก็ยังมีการลด จะไม่มีการทำร้ายประชาชน” นายนิมุ  กล่าว
 
          ในส่วนของ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ทุกภาคส่วนได้ออกมาประกาศจุดยืนร่วมกันอีกครั้ง ในการยุติความรุนแรงช่วงของเดือนรอมฎอน ขณะเดียวกันทางแม่ทัพภาค 4 ก็ได้มีการกำหนดมาตรการสั่งการขั้นต้นไว้แล้ว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดทำแผนการปฏิบัติร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้มีความเข้าใจร่วมกันในการปฏิบัติ ช่วงเดือนรอมฎอน ส่วนการดูแลความปลอดภัยพื้นที่ ฝ่ายกำลังเจ้าหน้าที่จะมีการมุ่งเน้นในส่วนของการดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจตลอดช่วงเดือนรอมฎอน
 
          เดือนแห่งการถือศีลอดของชาวมุสลิม หรือเดือนรอมฎอน ที่กำลังจะมาถึง ถือว่าเป็นช่วงเวลา “วัดใจ” ของทั้งสองฝ่าย ที่จะร่วมกันเป็นก้าวแรก ของการพัฒนาไปสู่ความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้