
'เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน'เสรีชนทนไม่ไหว
'เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน'เสรีชนทนไม่ไหว : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์
เมื่อไม่ได้คิดจะปิดบังตัวตนว่า เป็นคนที่นำความลับสุดยอดในอาณาจักรข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาออกมาเปิดเผยต่อชาวโลก ด้วยเหตุผลว่า "ยอมไม่ได้ที่จะให้รัฐบาลทำลายความเป็นส่วนตัว เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต และเสรีภาพพื้นฐานของคนทั่วโลกด้วยกลไกสอดแนมขนาดมหึมาที่รัฐบาลกำลังสร้างขึ้นอย่างลับๆ" เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านคอมพิวเตอร์ คู่สัญญาของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ก็ต้องรู้ชะตากรรมตัวเองเช่นกันว่า ความเป็นส่วนตัวของเขาเองคืออย่างแรกที่อาจต้องเสียไป เพราะสาธารณชนกำลังอยากรู้ประวัติปูมหลังและแรงจูงใจที่แท้จริง เพื่อมาเป็นคนเป่านกหวีด หรือจอมแฉ ติดอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์การรั่วความลับของสหรัฐอเมริกา
หลังโครงการลับสอดแนมการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ ที่มีชื่อย่อว่า พริซึ่ม ที่ "อาจจะ" สามารถทะลุทะลวงถึงเซิร์ฟเวอร์ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งหลายได้หากต้องการ ไม่เป็นความลับอีกต่อไป บรรดาผู้รับผิดชอบตั้งแต่ประธานาธิบดี จนถึงผอ.สำนักงานตัวย่อสามตัวทั้งเอ็นเอสเอ ซีไอเอ และเอฟบีไอ ต่างออกมายืนยันว่า รัฐบาลสอดแนมอย่างถูกกฎหมาย สภารับรู้และมีศาลพิเศษอนุมัติคำร้อง และที่ผ่านมา ก็ช่วยทำลายแผนก่อการร้ายโจมตีในสหรัฐและต่างแดนได้หลายต่อหลายครั้ง ช่วยชีวิตชาวอเมริกันจำนวนมาก
นายโรเบิร์ต มุลเลอร์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอถึงกับอ้างว่า หากมีระบบสอดแนมเช่นนี้นานแล้ว อาจช่วยสกัดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ได้ด้วยซ้ำ
เหล่านี้เป็นเหตุผลที่รัฐบาลระดมโต้แย้งและโยนให้ฝ่ายที่กำลังโวยวายทบทวนว่า ความเป็นส่วนตัวคงต้องสละกันบ้างหรือไม่หากอยากจะมีชีวิตอยู่ปลอดภัยไร้กังวล แต่คนที่ไม่ยอมเชื่อหรือคล้อยตามง่ายๆ ก็คงจะต้องเรียกร้องให้เพิ่มการกำกับหลายชั้นกว่านี้ ซึ่งคงจะเป็นประเด็นถกเถียงอีกนาน ควบคู่ไปกับประเด็นถกเถียงที่เกิดขึ้นขนานกันไปทุกครั้งเ มื่อมีการแฉความลับของฝ่ายความมั่นคง ว่า สโนว์เดนคือ พระเอกหรือผู้ร้าย เป็นผู้รักชาติหรือคนทรยศ คือคนทำให้ชาวอเมริกันปลอดภัยน้อยลง หรือช่วยให้ผู้คนตาสว่าง
คนจำนวนหนึ่งยกย่องผู้เปิดโปงอภิมหาโครงการสปายอิเล็กทรอนิกส์ว่าเป็นฮีโร่ในชั่วข้ามคืน ขณะที่สโนว์เดนซึ่งเคยทำงานเป็นช่างเทคนิคของสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ด้วย กล่าวว่า ผมไม่ใช่อาชญากร และไม่ใช่ฮีโร่ ผมเป็นแค่ชาวอเมริกันคนหนึ่งที่ต้องการปกป้องเสรีภาพและความเป็นส่วนตัว
เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากว่า เหตุใดหนุ่มคนหนึ่งอายุเพิ่ง 30 ปี จึงยอมทิ้งชีวิตสะดวกสบายและเงินเดือนเป็นเลขหกหลัก แถมปล่อยแฟนสาวช็อกอยู่ที่ฮาวายเพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน (ตามข่าว) จึงยอมเสี่ยงขนาดนี้เพื่อแลกกับความโปร่งใสเท่านั้นหรือ
บทความบนเว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ ได้ตั้งคำถามน่าสนใจว่า "เหตุใด แฮ็กเกอร์จึงเป็นศัตรูกับรัฐบาล และพวกเนิร์ด จึงกลายมาเป็นจอมแฉ (เนิร์ด-เป็นคำเรียกบุคคลที่มีระดับสติปัญญาสูงซึ่งมีความสนใจในการเรียนหรือการศึกษาเรื่องบางเรื่องที่เขาสนใจ คนภายนอกจะมองว่าพวกนี้เป็นพวกที่ไม่เข้าสังคม แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะว่าพวกนี้ไม่สนใจและไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเข้า ที่มา:เว็บไซต์พจนานุกรม Longdo
ภาพแรกๆ ของสโนว์เดนที่ปรากฏบนเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่อรายแรกที่เปิดโปงโครงการพริซึ่ม เป็นภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งกับแล็ปท็อปที่แปะสติกเกอร์มูลนิธิอิเล็กทรอนิกส์ ฟรอนเทียร์ (EFF) ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนเสรีภาพพลเรือนดิจิตอล และ Tor ซอฟต์แวร์ที่ใช้ท่องอินเทอร์เน็ตแบบปกปิดตัวตน
แล็ปท็อปที่มีสติกเกอร์ EFF หรือ Tor คือสิ่งที่พบเห็นทั่วไปในที่ประชุมด้านเทคโนโลยี และคนที่มีสติกเกอร์เหล่านี้มักมีความคิดความเห็นคล้ายกัน เป็นพวกเก่งเทคโนโลยี กังขาอำนาจรัฐ และท้าทายแบบแผนสังคม
อย่างสโนว์เดน เป็นเด็กออกจากโรงเรียนกลางคันและมีเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้อยู่ในกรอบนัก เช่นเดียวกับลักษณะเฉพาะหลายอย่างของ นายจูเลียน อาซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์รั่วเอกสารลับวิกิลีกส์ และแบรดลีย์ แมนนิง ทหารหนุ่มยศสิบตรี ที่กำลังถูกพิจารณาคดีและอาจถูกลงโทษถึงจำคุกตลอดชีวิตฐานช่วยเหลือศัตรูโดยตรง ด้วยการส่งเอกสารจัดชั้นความลับแก่เว็บไซต์วิกิลีกส์
พอล เกรแฮม นักลงทุนในซิลิคอน แวลเลย์ แสดงความเห็นว่า บุคลิกเฉพาะตนที่ทำให้คนคนนั้นเก่งเรื่องทำโปรแกรม มักเป็นสาเหตุให้พวกเขามีทัศนคติไม่เชื่อฟังเจ้าหน้าที่รัฐ และแบบแผนสังคมตามไปด้วย
โปรแกรมเมอร์เหล่านี้มักพูดถึงตนเองว่า เป็นแฮ็กเกอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญสำรวจตรวจสอบระบบอันสลับซับซ้อน และหาหนทางทำให้ระบบทำงานดีขึ้น พวกเขาคิดว่า สังคมเป็นเพียงระบบที่ซับซ้อนอีกระบบหนึ่งที่ต้องทำให้มีความเหมาะสมลงตัวที่สุด และหลายครั้ง วิธีคิดแบบนี้ มักนำไปสู่บทสรุปที่ตรงข้ามกับวิธีคิดในกรอบที่เคร่งครัดตายตัว
อารอน ชวาร์ตซ์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต และอัจฉริยะไอทีผู้ก่อตั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์เรดดิต มีความเชื่อว่า ไม่ถูกต้องที่ความรู้ของโลกจะถูกปิดล็อกอยู่ในฐานข้อมูลที่เข้าถึงได้แต่เฉพาะมหาวิทยาลัยรวยๆ เท่านั้น จึงดาวน์โหลดบทความหลายพันชิ้นจากฐานข้อมูลวิชาการแห่งหนึ่งออกมาเผยแพร่ จนถูกยื่นฟ้องดำเนินคดีในข้อหาล้วงข้อมูลซึ่งเป็นข้อหาหนัก และอาจถูกลงโทษจำคุก 35 ปี แต่ซวาร์ตซ์ตัดสินใจจบชีวิตตนเองแทนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
แมนนิงและสโนว์เดนเชื่อว่า เป็นภาระทางจริยธรรมที่จะต้องเผยแพร่เอกสาร เปิดโปงความประพฤตินอกลู่นอกทางของรัฐบาล และคนอย่างอาซานจ์ก็คิดว่า ตนเองควรช่วยแมนนิงเผยแพร่เอกสารเหล่านั้นสู่ชาวโลก
ความอยากรู้อยากเห็นและการนิยมวิธีคิดนอกกรอบของแฮ็กเกอร์ สร้างความตึงเครียดกับเจ้าหน้าที่ทางการที่พวกเขามักเรียกแบบเย้ยหยันว่า "พวกใส่สูท" แต่ถึงความโน้มเอียงไม่เชื่อฟัง อาจทำให้เจ้านายต้องปวดศีรษะ แต่องค์กรหลายแห่งก็อาจจะไม่ราบรื่นหากไม่มีพวกเขา เพราะความสนใจใคร่รู้ และความสามารถพิเศษในการแสวงหาวิธีการแก้โจทย์เทคนิคยากๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ ทำให้องค์กรขาดคนเหล่านี้ไม่ได้
และแฮ็กเกอร์มักเป็นพวกสนับสนุนเสรีภาพพลเรือนอย่างหัวชนฝา เว็บไซต์สังคมออนไลน์ แฮ็กเกอร์ นิวส์ เต็มไปด้วยข่าวคราวเกี่ยวกับเอ็นเอสเอ นับจากที่เดอะการ์เดียน เริ่มรายงานเรื่องนี้เมื่อกว่าสัปดาห์ที่แล้ว และมีแต่คนเข้าไปแสดงการสนับสนุนสโนว์เดน
เกรแฮม กล่าวว่า คนในสังคมที่สามารถที่จะพูดหรือทำอะไรก็ได้ มักจะเป็นคนที่คิดแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด มากกว่าคนที่อยู่ใต้การอุปถัมภ์ของผู้มีอิทธิพลที่สุด แฮ็กเกอร์มักเป็นนักเสรีภาพพลเรือนที่ดุดัน และอ่อนไหวกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเวลาที่ศัตรูของพวกเขาคือ พวกใส่สูท ได้อำนาจมากเกินไป
ผู้เขียนบทความนี้ ยังได้พูดคุยกับ จาค็อบ อัพเพลบาวม์ นักพัฒนาโครงการ Tor (แต่ย้ำว่าเป็นความเห็นส่วนตัว) และเป็นผู้สนับสนุนวิกิลีกส์มาอย่างยาวนาน เพื่อลงลึกอีกหน่อยว่าเหตุใดแฮ็กเกอร์จำนวนมากจึงชอบเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแพร่งพรายข้อมูลลับ หรือสนับสนุนแรงกล้าต่อคนที่ทำเช่นนั้น ซึ่งจาค็อบ กล่าวว่า เป็นความกล้าหาญ จริยธรรมและจรรยาบรรณ ที่มีความสำคัญยิ่งกว่าเทคโนโลยี
หากมองแบบอุดมคติ สโนว์เดนอาจเป็นหนึ่งในมนุษย์ผู้มีบุคลิกเฉพาะตน ยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อทำในสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้องโดยไม่สนว่าคนรอบข้างและทั่วไป จะมองการกระทำของพวกเขาอย่างไร เช่นเดียวกับหลายๆ คนก่อนหน้านี้
แต่จะมีอะไรลึกๆ กว่านั้นหรือไม่คงต้องตามดูกันต่อไป และกรณีของเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน จะเป็นหนังยาวอย่างแน่นอน
ขณะนี้ สโนว์เดนตั้งหลักอยู่ที่ฮ่องกง และประกาศจะสู้คดีการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหากสหรัฐทำเรื่องขอส่งตัวมาที่ฮ่องกง ซึ่งฮ่องกงซึ่งมีระบบกฎหมายเป็นเอกเทศ (แต่จีนยื่นมือได้ในบางกรณี) ยืนยันว่าจะพิจารณาไปตามขั้นตอน
พนักงานสอบสวนของสหรัฐกำลังไขปมสงสัยว่า อะไรคือมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงของสโนว์เดน แค่อยากปกป้องเสรีภาพและความเป็นส่วนตัวของคนทั่วโลกเท่านั้นหรือ และยังชวนสงสัยไปถึงว่า สโนว์เดนถูกจีนว่าจ้างหรือใช้ประโยชน์หรือไม่ ทำไมหนีไปฮ่องกง ที่ผ่านมามีการติดต่อกับสายลับจีนหรือสายลับต่างชาติหรือไม่
การจะไขปริศนาต่างๆ นี้ได้ พนักงานสอบสวนก็จะต้องทำการขุดคุ้ยตรวจบันทึกการใช้โทรศัพท์ อีเมล การโพสต์ข้อความ และการสื่อสารออนไลน์ทุกชนิด โดยใช้โปรแกรมและเครื่องมือต่างๆ ที่สโนว์เดนนำออกมาเปิดโปงนั่นเอง
.............................................
('เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน'เสรีชนทนไม่ไหว : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา )



