ข่าว

'โอ๊ค'หนุน'พท.'แจงทุกตัวเลขจำนำข้าว

'โอ๊ค'หนุน'พท.'แจงทุกตัวเลขจำนำข้าว

15 มิ.ย. 2556

'โอ๊ค'โพสต์หนุน'พท.'ทำสัญญาประชาคมไว้คือจำนำข้าว เเนะรัฐประกาศราคารับจำนำประจำปีเลยเพราะอย่างไรก็ขาดทุนเพื่อชาวนา เหน็บ'ปชป.'เคยทำปท.ขาดทุนหลายเเสนล้าน

               15 มิ.ย.56 ช่วงบ่ายวันนี้นายพานทองเเท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวใจความว่า "นโยบายหาเสียงของ "พรรคเพื่อไทย" ที่ได้ทำ "สัญญาประชาคม" ไว้กับ "กระดูกสันหลังของชาติ" คือการ "รับจำนำข้าว" ครับ

                การดำเนินการจำนำข้าวในช่วงแรก เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะทำให้ "ชาวนาไทย ได้ลืมตาอ้าปาก" มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับชาวนาชาติอื่นๆ รัฐบาลเพื่อไทย ได้กำหนดราคารับจำนำข้าวไว้ที่ "เกวียนละ 15,000 บาท"ขาดตัวครับ

               พรรคประชาธิปัตย์ พยายามจะโจมตีรัฐบาลว่า จำนำข้าวขาดทุน  2 แสน 6 หมื่นล้าน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ยืนยันว่า มันไม่มากขนาดนั้น ปีหนึ่งน่าจะอยู่ที่ 6หมื่นกว่าๆ หรือถ้าคิดแบบขายข้าวที่มีอยู่ได้ราคาต่ำสุดๆ ก็ประมาณแสนกว่าๆ

                พี่น้องประชาชนเมื่อได้ฟังทั้ง 2 ฝ่ายเถียงกัน ว่าขาดทุนมาก หรือขาดทุนน้อย ยังไงก็เป็นผลเสียต่อรัฐบาลครับ เพราะประชาชนจะเข้าใจว่า รัฐบาลบริหารไม่ดี ทำให้โครงการขาดทุนไม่มากก็น้อย ซึ่งจริงๆ แล้วการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่ไม่หวังผลกำไร รัฐจะต้องชดเชยส่วนต่างของราคาให้กับชาวนาในกรณีที่ราคาข้าวในตลาดโลก ไม่ถึงหมื่นห้า ซึ่งยังไงๆ ก็ไม่ถึงอยู่แล้วครับ
 
 เรื่องกำไรไม่ต้องพูดถึงครับ ต่อให้ราคาข้าวในตลาดโลกราคาเกินหมื่นห้าขึ้นไป สมมุติอยู่ที่ 18,000-20,000 โครงการก็ไม่กำไรอยู่ดีแหละครับ เพราะว่าในเมื่อชาวบ้านจำนำไว้หมื่นห้า ถ้าราคาข้าวขึ้นเป็น 2 หมื่น กำไรก็ตกเป็นของชาวนาไม่ใช่รัฐบาลอยู่ดี เพราะชาวนาก็จะมาไถ่ข้าวไปขายเอง เพราะได้กำไรมากกว่า

                เพื่อความโปร่งใส และหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด รัฐบาลควรจะประกาศไปเลยว่า ราคาข้าวในตลาดโลกเท่าไหร่ ราคาที่จะรัฐจะรับจำนำในปีนี้จะเป็นเท่าไหร่ ปริมาณผลผลิตข้าวที่เข้าโครงการเท่าไหร่ ใน 1 ตัน จะขาดทุน 3 พัน 5 พันก็ว่ากันไป หักกลบลบหนี้เรียบร้อย ต้องนำเงินภาษีอากรไปชดเชยกี่หมื่นกี่แสนล้านก็บอกไป พี่น้องประชาชนจะคิดเองว่า เห็นด้วยหรือไม่ในนโยบายจำนำข้าว ไม่ใช่ทำงานคิดนโยบายมาแทบตาย แต่กลับปล่อยให้พรรคฯอื่นมาตีกินคะแนนไปแบบนี้

                พี่น้องไทยไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำครับ กินข้าวเป็นอาหารหลักมาทั้งชีวิต ตั้งแต่เด็กจนโตมีงานทำ จะนำเงินภาษีไปตอบแทนบุญคุณพี่น้องชาวนา ที่ยังยากจนอยู่ให้ลืมตาอ้าปากได้บ้างจะเป็นไรไป บางคนที่เสียดายเงินภาษีไม่อยากให้นำไปช่วยชาวนา ในการเลือกตั้งคราวหน้าเขาก็ไม่เลือกเพื่อไทย ใครที่คิดว่าควรเป็นการตอบแทนชาวนาบ้าง แบบนี้เป็นการสมควรแล้ว เขาก็เลือกเพื่อไทย

                คิดง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคนั่นแหละครับ ทำมาตั้งแต่ปี 2545 เริ่มต้นปีละ 4 หมื่นกว่าล้าน ตอนนี้ปีละ 7-8 หมื่นล้าน ทำมา10กว่าปี ใช้งบไปร่วม 5-6 แสนล้าน คิดแบบพรรคประชาธิปัตย์คงเรียกว่า ขาดทุนครึ่งล้านๆ แต่คุณพ่อผมสอนให้คิดเสียว่า เป็นการให้โอกาสคนยากคนจน ในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ในเรื่องของการรักษาพยาบาลอย่างทัดเทียมกันครับ (คือไม่ใช่เป็นโรคเดียวกัน คนมีเงินอยู่รอดได้ แต่คนยากจนต้องตาย เพราะไม่มีค่ารักษาพยาบาล)

                ความจริงเรื่องขาดทุนนะมีครับ งบที่ขาดทุนแน่ๆ แต่ประชาธิปัตย์ไม่เคยพูดถึงเลย คือ งบจัดซื้อรถดับเพลิงครับ รถดับเพลิงที่ผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค ปชป. เปิด LC ทำให้สัญญามีผลผูกพันตามกฎหมาย ศาลกำลังจะตัดสิน เอาตัวคนผิดมาติดคุก ในเดือนสิงหาคมนี้ งานนั้นเสียเงินภาษีของราษฎรไป 6 พันกว่าล้าน ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์เลยแม้แต่นิดเดียว ขาดทุนแน่ๆ 100% ถึงหกพันกว่าล้านครับ

                กับอีกงบที่เรียกได้ว่าเป็นการขาดทุนแบบ "ขี้ข้าฝรั่งแกล้งโง่" คือ งบ.ปรส.ครับ ของมูลค่า 6-7 แสนล้าน บังคับขายแสนกว่าล้าน แถมคนไทยด้วยกันเองห้ามซื้ออีกต่างหาก ฝรั่งซื้อไปถูกๆ นำไปปัดฝุ่นนิดหน่อย เอากลับมาขายคนไทยราคาสูงกว่าทุน 200% แบบนี้สิครับ ขาดทุนแบบไร้คุณธรรมที่สุด

                ประเด็นที่เราควรพิจารณาไม่ใช่กำไรขาดทุน จำไว้ครับพรรคประชาธิปัตย์ เราควรต้องดูว่าชาวนาได้ประโยชน์หรือไม่ เงินตกถึงมือชาวนามากกว่าเดิมหรือไม่ อุดการรั่วไหลไปยังผู้แสวงประโยชน์ได้ดีพอหรือเปล่า เงินที่ถึงมือชาวนาหมุนไปกี่รอบ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีหรือไม่ ผลรวมเป็นอย่างไร

                ถ้ายังคิดที่จะบริหารประเทศแบบนักบัญชี ที่ดูบัญชีเป็นหน้าเดียว ไม่เข้าใจคำว่า"เศรษฐกิจ" และ"โอกาส" ที่เป็นความต้องการพื้นฐานของชีวิต ที่รัฐควรมีให้พี่น้องคนยากคนจน ผลเลือกตั้งกี่ครั้ง ก็ออกมา"แพ้ซ้ำซาก" แบบที่เราเห็นมาในรอบสิบๆ ปีแบบนี้แหละครับ "