
'นิวัฒน์ธำรง'แจงงบน้ำ-ยันโปร่งใส
'ยิ่งลักษณ์'งดจัดรายการ'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน' ส่ง 'นิวัฒน์ธำรง- ธงทอง' แจงโครงการจัดการน้ำ ยันโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้
15 มิ.ย.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี งดจัดรายการ"รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" มอบหมาย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แจงโครงการจัดการน้ำ ยันโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวถึงที่มาของโครงการดังกล่าวว่า เป็นผลสืบเนื่องจากปัญหามหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น และส่งผลเสียหายต่อประเทศไทยและประชาชนอย่างมาก รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและหามาตรการในการแก้ไขปัญหาโดยตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ และยึดแนวทางพระราชดำริกำหนดเป็นแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตั้งแต่ต้นนำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยจะต้องเร่งดำเนินการในสภาวะที่โลกกำลังประสบปัญหาโลกร้อน และเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำและจะส่งผลเสียหายต่อประเทศมากขึ้น และยืนยันว่า สาเหตุที่ต้องรีบประมูลโครงการ เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์อุทกภัยได้ จึงต้องมีการป้องกันไว้ล่วงหน้า อีกทั้ง โครงการดังกล่าว ไม่ได้มีการกำหนดงบประมาณไว้ล่วงหน้าอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ เพราะมีการจัดทำแผนไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว
“นายกฯย้ำว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องโปร่งใสและให้ประชาชนมีส่วนร่วม จึงได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะ และถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ถ่ายทอดสดการประมูลให้สื่อมวลชนและประชาชนรับทราบ การที่ขั้นตอนการดำเนินการตามระบบราชการมีมากและต้องใช้เวลา จึงไม่ใช่การรีบเร่งดำเนินการ เพราะมีหลายส่วนราชการทุกองค์ความรู้ของประเทศเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำเข้ามาร่วมกันพิจารณา ซึ่งการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่เฉพาะการรับรู้การดำเนินการเท่านั้น แต่ยังมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบการดำเนินการแต่ละโครงการที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเองได้ด้วย” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องการกู้เงินมาดำเนินโครงการ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า งบประมาณที่จะต้องใช้ในแต่ละโครงการกำหนดขึ้นตามแผนแม่บทที่พิจารณาตามเนื้องาน ไม่ใช่คิดขึ้นมาเอง โดยมี 30 กว่าหน่วยงานช่วยกันพิจารณา และมีรายละเอียดชัดเจนว่า จะต้องนำไปดำเนินการเรื่องใดบ้าง เพราะบริษัทผู้ชนะประมูลจะต้องชี้แจงรายละเอียดของงบประมาณดำเนินการมาพร้อมกับโครงการแล้ว ซึ่งจากการที่รัฐบาลได้หารือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) หลายเรื่องที่เห็นพ้องกัน และมีเรื่องอื่นๆ ที่จะต้องทำเพิ่มเติมตามสัญญา รวมทั้งการติดตามตรวจสอบ ที่นอกจากจะว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังมีภาคเอกชนที่ต่อต้านการทุจริต และมหาวิทยาลัย เป็นผู้ตรวจงาน หากพบการทุจริต สามารถแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ได้ทันที
ด้าน นายธงทอง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินงานด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม สามารถอธิบายต่อสาธารณะได้ ส่วนที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้นั้น เนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ก่อน แต่ก็ยังไม่สามารถเซ็นสัญญาในทันทีได้ เพราะจะต้องมีกระบวนการเขียนถ้อยคำในสัญญาที่จะต้องให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน คาดว่าใช้เวลา 2-3 เดือน ซึ่งจะอยู่ในกรอบเวลา 180 วันที่บริษัทเสนอมาหรือประมาณปลาย ต.ค. หรือ ต้นเดือน พ.ย. แต่คิดว่าคงจะเร็วกว่านั้น



