ข่าว

แจ้ง5ข้อหา'ไอ้เบิ้ม'ร่วมฆ่า'เอกยุทธ'

แจ้ง5ข้อหา'ไอ้เบิ้ม'ร่วมฆ่า'เอกยุทธ'

15 มิ.ย. 2556

ตำรวจคุมตัว'เบิ้ม'ทำแผนประกอบคำรับสารภาพอุ้มฆ่า 'เอกยุทธ' กลับจากพัทลุง พร้อมแจ้ง5ข้อหาหนักร่วมอุ้มฆ่า'นักธุรกิจดัง'ส่งศาลฝากขังผลัดแรก 12 วัน

               เมื่อคืนวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง นำตัว นายสุทธิพงษ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตามจุดที่ร่วมก่อเหตุในกรุงเทพมหานคร โดยจุดแรกที่ร้านอาหารครัวกระแต ซอยประดิพัทธ์ 20 จุดที่สอง คือ ป้ายจอดรถแท็กซี่บริเวณถนนลาดพร้าว ช่วงหน้าปากซอยลาดพร้าวซอย 3 และลาดพร้าวซอย 5 ส่วนจุดที่สาม คือ บ้านพี่สาวของนายสันติภาพ อยู่ภายในหมู่บ้านราชพฤกษ์ ย่านซอยฉลองกรุง 61 จากนั้น ไปจุดที่สี่ คือ สนามบินสุวรรณถูมิ ซึ่งเป็นจุดที่นำตัวนายเอกยุทธ ไปทำธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 5 ล้านบาท

               สำหรับจุดสุดท้าย เป็นจุดที่นายเอกยุทธ พยายามจะหลบหนีโดยการกระโดดออกจากรถตู้ คือ บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองลำมะขาม ถนนฉลองกรุง

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนำตัวมาทำแผน ผู้ต้องหามีสีหน้าอิดโรย เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตำรวจคุมตัวนายสุทธิพงศ์ ไปทำแผนที่จังหวัดพัทลุง เพื่อชี้จุดฝังศพนายเอกยุทธ และจุดที่นายสันติภาพ นำเสื้อผ้าและของใช้ รวมถึงโทรศัพท์มือถือ และฮาร์ดดิสต์ ในบ้านพักของนายเอกยุทธ ไปโยนทิ้ง

               ภายหลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพในพื้นที่กรุงเทพ เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายสุทธิพงศ์ มาไว้ที่ สน.วังทองหลาง โดยวันนี้ 15 มิ.ย. เจ้าหน้าที่จะคุมตัวนายสุทธิพงษ์ ไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ก่อนเวลา 12.00 น.

 

 

 

แจ้ง5ข้อหา"ไอ้เบิ้ม"ร่วมอุ้มฆ่า"เอกยุทธ"ส่งศาลฝากขังผลัดแรก 12 วัน

                

               พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการสอบสวน กล่าวว่า สั่งการให้ฝ่ายสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมคดีฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ มาประกอบคดี พร้อมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องหากพบโยงถึงใครก็จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดีทันที พร้อมติดตามค้นหาเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดบ้านนายเอกยุทธ และภาพจากกล้องวงจรปิดอื่นๆ รอบจุดเกิดเหตุ และเส้นทางลงพื้นที่ จ.พัทลุง เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

                รองผบช.น. กล่าวต่อว่า คดีนี้คณะทำงานสืบสวนสอบสวน ทำอย่างตรงไปตรงมา มีนายตำรวจผู้ใหญ่เข้ามาดูแลใกล้ชิด และทำงานหลายฝ่ายเป็นไปตามกฎหมาย และเชิญ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรม มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย พร้อมเปิดรับข้อมูลทุกด้าน เพื่อคลี่คลายความสงสัย ส่วนข้อสังเกตกรณีผู้ต้องหาให้การซัดทอดไปมา และให้การไม่ตรงกันนั้น เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้  ซึ่งต้องต่อสู้กันไปตามกระบวนการขั้นตอนกฎหมาย  โดยพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลวง ได้ควบคุมตัวนายสุทธิพงศ์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่า นายเอกยุทธ ไปยื่นคำร้องเพื่อขอฝากขังต่อศาลอาญา ผลัดแรกแล้วเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น และรอผลการตรวจชันสูตร วัตถุพยาน และเอกสารอื่นๆ
 
                 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหาฉกรรจ์ 5 ข้อหาคือ ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย และ ร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากผู้ต้องหามีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ประกอบกับ คดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราว เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี