
'ภราดร'ย้ำผลถก'บีอาร์เอ็น'รอบ3ฉลุย!
'ภราดร' ย้ำผลถก 'บีอาร์เอ็น' รอบ 3 ฉลุย! ระบุประสานความร่วมมือดี เผยรายงาน 'นายกฯ' แล้ว เมิน 'เฉลิม' ลั่นหากเจรจาล้มเหลวจะลงมาทำเรื่องนี้เอง ชี้เป็นแนวคิด
14 มิ.ย.56 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หัวหน้าทีมเจรจาของไทย กล่าวถึงการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น รอบ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ประเทศมาเลเชีย เมื่อวันที่13มิ.ย.ว่า ผลการหารือได้รายงานน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่านทางนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีทางโทรศัพท์ตั้งแต่อยู่ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่13มิ.ย.แล้ว ทั้งนี้ผลการพูดคุยกับบีอาร์เอ็นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี มีการประสานความร่วมมือ
"โดยประเด็นหลักที่เราได้รับคำตอบ มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรม ส่วนข้อเรียกร้องของฝ่ายกระบวนการ 5 ข้อนั้น ฝ่ายไทยมีการพัฒนาการคือไปเปิดเวทีต่างๆพอสมควร ซึ่งคำตอบที่ได้รับมีความหลากหลาย" เลขาฯสมช. กล่าว
เลขาธิการสมช. กล่าวว่า โดยปัญหาหนึ่งของคำตอบที่หลากหลาย เนื่องจากไม่เข้าใจในเนื้อหาภาษาที่ใช้สื่อสารกัน ตรงนี้ฝ่ายกระบวนการได้รับปากแล้วว่า จะนำรายละเอียด 5 ข้อมาชี้แจงอีกครั้ง โดยจะส่งผ่านให้ฝ่ายไทยก่อนเดือนรอมฎอน เพื่อให้ฝ่ายไทยพิจารณาเนื้อหาและดำเนินการในกระบวนการของเราต่อไป ส่วนในประเด็นที่สองที่เป็นประเด็นหลัก คือ การลดเหตุความรุนแรง ซึ่งจะเข้าเดือนรอมฎอนในเดือน ก.ค. ก็มีการส่งสัญญาณซึ่งกันและกัน ว่าเป็นเดือนแห่งความเมตตาและเดือนแห่งการให้อภัยของศาสนาอิสลามตรงนี้เราจึงมาหารือร่วมกันว่า ควรจะแสดงความจริงใจกันว่าจะลดเหตุความรุนแรงในเดือนนี้อย่างไร ซึ่งได้ตกลงเห็นพ้องต้องกันว่า น่าจะแสดงออกด้วยกันได้ โดยฝ่ายกระบวนการจะส่งมาตรการต่างๆให้ไทยรับทราบก่อนที่จะถึงเดือนรอมฎอน ขณะเดียวกันฝ่ายไทยก็จะมีมาตรการต่างๆ ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยในชีวิตละทรัพย์สินที่ทำให้บรรยากาศตรงนี้ไปร่วมกันได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการของฝ่ายไทยต้องลดการปิดล้อมตรวจค้นด้วยหรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า น้ำหนักอาจจะเป็นในลักษณะนั้น เพราะในอดีตเราเคยดำเนินการในลักษณะนี้อยู่แล้ว แต่เรื่องมาตรการปิดล้อมตรวจค้นก็จะละไว้ ขณะเดียวกันเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยของกลุ่มเป้าหมายและสถานที่ราชการ และพื้นที่ปลอดภัยต่างๆก็คงจะดำเนินการอยู่ โดยจัดระเบียบให้เหมาะสมกับบรรยากาศของเดือนรอมฎอน ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการทำให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หรือเป็นเป็นที่กังวลกับประชาชนหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตรงนี้เป็นความเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งคนในพื้นที่ก็เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นได้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ประมาทอาจมีปัจจัย หรือภัยแทรกซ้อนที่อาจมาผสมผสานกันได้ แต่ถ้าฝ่ายกระบวนการกับฝ่ายไทยมีความร่วมมือกันก็จะรู้สาเหตุข้อเท็จจริงได้ว่าปัญหาเกิดจากฝ่ายไหน
เมื่อถามว่าเป็นการแลกข้อเสนอ โดยการให้กลุ่มบีอาร์เอ็นลดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนใช่หรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า นั่นไม่ใช่ประการแรก เพราะ หัวข้อที่พูดกันมาต่อเนื่องก็คือการลดเหตุความรุนแรงจึงมีพัฒนาการแล้วว่า จะทำเป็นรูปธรรมอย่างไร และพอดีมาประจวบเหมาะกับเดือนรอมฎอน จึงจะเริ่มกันตรงนี้ที่จะเป็นการแสดงความจริงใจซึ่งกันและกัน ส่วน 5 ข้อที่ได้เรียกร้องมานั้น เราก็รับมาดำเนินการแล้วเพราะบีอาร์เอ็นอ้างว่า เป็นเสียงของพี่น้องของประชาชน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ให้คำตอบว่าจะรับทั้ง 5 ข้อเสนอหรือไม่ เพราะยังมีความหลากหลายอยู่ และยังมีความไม่เข้าใจในเนื้อหาที่ได้สื่อสารมา เขาจึงรับปากว่าจะอธิบายอย่างละเอียดใน 5 ข้อว่าเป็นอย่างไร ต้องนำกลับมารับฟังและพิสูจน์ทราบต่อไป โดยที่เขาจะรีบยื่นรายละเอียดให้เราก่อนเดือนรอมฎอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มีการระบุก่อนหน้านี้ว่าจะไปสอบถามกลุ่มบีอาร์เอ็น ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตรงนี้จึงเป็นการสื่อสัญญาณว่ายังมีการผสมปนเปกันอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็เอาแน่ๆว่าเป็นเดือนรอมฎอน เรามาทดสอบตรงนี้เลยดีกว่าว่าจะลดลง และตรงนี้จะเริ่มชี้ให้เห็นว่าใครเป็นใคร เมื่อถามว่าที่บอกว่าผสมปนเป หมายความว่าในกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือนอกกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือว่ากลุ่มไหน เลขาธิการสมช. กล่าวว่า เขายอมรับว่าสิ่งที่เขาดำเนินการอยู่นั้น เป็นการดำเนินการตามเสียงส่วนใหญ่ของสภา เพราะฉะนั้นตรงนี้ เขาเลยยืนยันว่ายังมีส่วนน้อยที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ซึ่งรายละเอียดที่จะต้องนำมาอธิบาย 5 ข้อเรียกร้องนั้น หรือเรื่องรอมฎอนที่ไม่สามารถยื่นคำตอบได้ทันที เพราะเขาบอกว่าต้องนำไปหารือกับทางสภาก่อน
พล.ท.ภราดร กล่าวถึงการพูดคุยกันในรอบใหม่ว่า ยังไม่ได้กำหนดวันแต่คาดว่าจะเป็นช่วงหลังเดือนรอมฎอน แต่จะสื่อสารผ่านทางประเทศมาเลเชีย ส่วนการอำนวยความยุติธรรมแก่ผู้ที่เคยถูกขึ้นบัญชีรายชื่อนั้น เลขาฯสมช.ระบุว่า เราจะดำเนินการภายใน2สัปดาห์เพื่อจะได้มีความชัดเจนขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ตอนนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยก่อนรอมฎอนจะมีการเสนอข้อเรียกร้อง เกี่ยวกับประเด็นที่ดำเนินการมาให้ชัดเจนขึ้น ในเรื่องของกลุ่มบุคคลและกลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ได้รับดำเนินการภายใน 1-2 สัปดาห์ คือมีความชัดเจนในข้อมูลไหน ที่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมได้ เช่น การจะถอนฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง หรือเพิ่มโทษพักโทษอย่างไรต้องดูในรายละเอียด ซึ่งเขาให้ความร่วมมืออยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะกังวลใจกลัวว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมจากเราอย่างเต็มที่ ตอนนี้เราก็ไปยืนยันว่าขอให้เชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรมของรัฐบาลไทยอย่างเต็มที่ หมายความว่าถ้าสืบสวนสอบสวนแล้วเขาไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด เราก็สามารถสั่งไม่ฟ้องได้ ซึ่งในรายละเอียดตรงนี้ ศอ.บต.จะประสานกับบีอาร์เอ็นโดยตรง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าสิ้นเดือนรอมฎอนแล้วเหตุการณ์ความรุนแรงไม่ลดลงจะดำเนินการอย่างไร เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ตรงนี้เมื่อมีการพูดคุยก็จะเริ่มปรากฏชัดว่า ที่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเป็นฝีมือของใคร จะได้ชัดเจน เมื่อถามว่าจะถึงขนาดต้องเปลี่ยนกลุ่มคุยหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เรายังยืนยันและเชื่อว่าเขาจะสามารถสื่อสารโดยเชื้อเชิญหลายกลุ่ม และเขายืนยันว่ามีความสามารถที่จะเชื้อเชิญกลุ่มอื่นมาได้ เมื่อถามว่าแสดงว่าถ้าเหตุการณ์ในเดือนรอมฎอนยังไม่ลดลง ก็ยังจะเดืนหน้าพูดคุยต่อใช่หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า แน่นอนไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ต้องดูจังหวะที่จะพูดคุยว่าจะเป็นเมื่อไหร่ เมื่อถามว่าอะไรที่ทำให้คิดว่าเหตุความรุนแรงในช่วงรอมฎอนจะลดลงได้ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า เพราะตรงนี้เราหยุดแล้วเว้นช่วงเดือนรอมฎอนไปก็จะเป็นตัวพิสูจน์ทราบว่า ความจริงใจและสภาพปัญหาที่แท้จริงนั้นคืออะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ณ วันนี้เราสามารถที่จะต่อสายคุยกับพวกเขาได้โดยตรงหรือยัง พล.ท.ภราดร กล่าวว่า พอได้ แต่ในทางข้อตกลงเราจะต้องผ่านผู้อำนวยความสะดวก คือ มาเลเซีย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดำเนินการตามข้อตกลง เพื่อที่จะได้รับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นอีกเราจะไม่ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปใช่หรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า เมื่อมีเหตุความรุนแรงเราก็มีมาตรการของเราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราต้องการจะรู้ที่สุดคือความเข้มข้น ซึ่งมาตรการของกองทัพเตรียมไว้หมดแล้ว แต่ตรงนี้ขอดูสถานการณ์กับข้อเท็จจริงก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า บีอาร์เอ็นแจ้งหรือไม่ว่าสมารถควบคุมพื้นที่ได้มากแค่ไหน พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตอนนี้พวกเขายืนยันว่าสามารถควบคุมในพื้นที่ได้ เราก็รับฟังมา เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการกำหนดช่วงเวลาและเป้าหมายแต่ตอนนี้เริ่มเห็นภาพว่า มีการกำหนดว่าเป็นช่วงเดือนรอมฎอน ก็จะทำให้เราเห็นข้อเท็จจริงมากขึ้น อย่างไรก็ตามพื้นที่ที่บอกว่าจะไม่มีเหตุรุนแรงเขาไม่ได้ระบุว่าเป็นพื้นที่ใด พูดว่าเป็นช่วงเดือนรอมฎอนในพื้นที่ทั้งหมด แต่คงต้องรอข้อมูลก่อนที่จะส่งมาให้เราภายในเร็วๆนี้ผู้สื่อข่าวถามว่า 5 ข้อทั้งหมดได้บอกพวกเขาหรือไม่ว่าข้อไหนมีความเป็นไปได้บ้าง เลขาธิการสมช. พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เราไม่ได้ตอบว่ามีความเป็นไปได้ เพียงแต่บอกว่าจะไปศึกษารายละเอียดโดยที่เขาก็ไม่ได้ติดใจ แล้วบอกว่าจะไปอธิบายความให้ละเอียดว่านัยยะของแต่ละข้อคืออะไร
ส่วนกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากการเจรจาล้มเหลว จะลงมาทำเรื่องนี้เองจะว่าอย่างไร พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นทัศนะของ ร.ต.อ.เฉลิม ตั้งแต่ตอนที่ตนเดินทางไปพูดคุยก็ได้เรียนให้ทราบและเมื่อกลับมาก็ได้เรียนให้ทราบทางโทรศัพท์แล้ว ไม่เป็นปัญหาอะไร พร้อมขอให้คณะทำงานของตนเดินหน้าทำงานต่อไป ทั้งนี้รองนายกฯยังได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้ดำเนินการ ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า รู้ในระดับหนึ่ง แต่รู้ในส่วนของเราซึ่งเขาก็ไม่ได้บอกเราเพราะพวกเขาก็ยังยืนยันว่าพวกเขาก็มีปัญหาบางส่วน



