ข่าว

'นิพนธุ์'ชน'อุทิศ'ชิงนายกสงขลา

'นิพนธุ์'ชน'อุทิศ'ชิงนายกสงขลา

17 มิ.ย. 2556

ท้องถิ่น : 'นิพนธุ์' ชน 'อุทิศ' ชิงนายกสงขลา วัดบารมี-เดิมพันอนาคตทางการเมือง : สมชาย สามารถ ... รายงาน

 

                          การลาออกจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาของนายอุทิศ ชูช่วย เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนครบวาระ 3 เดือนและในวันเดียวกันก็มีการเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ของนายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคมนั้น มีความชัดเจนแล้วว่า นายอุทิศ ชูช่วย อดีตนายก อบจ.สงขลา และนายนิพนธ์ บุญญามณี คือคู่ชิงเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ที่เชื่อว่าจะคู่คี่สูสีและดุเดือดกว่าทุกครั้งและจะเป็นการวัดบารมีระหว่างนักการเมืองท้องถิ่นกับนักการเมืองระดับชาติ เนื่องจากทางพรรคประชาธิปัตย์ อนุมัติให้นายนิพนธ์ลงรับสมัครในนามพรรค ในขณะที่นายอุทิศ ในฐานะอดีตนายก อบจ.สงขลา ที่ลงป้องกันแชมป์ และที่สำคัญการเลือกครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายต่างแพ้ไม่ได้ เพราะหากใครเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็หมายถึงอนาตทางการเมืองอาจสิ้นสุดลงด้วย ฉะนั้นการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ครั้งนี้จึงหลีกเลี่ยงความดุเดือดไม่ได้อย่างแน่นอน        

                          นับตั้งเเต่วันที่พี่น้องประชาชนมีมติมอบหมายเเละไว้วางใจเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2552 ซึ่งได้มีโอกาสเข้ามาบริหารในฐานะนายก อบจ.สงขลา ถือว่าได้รับความร่วมมืออย่างยิ่งจากข้าราชการเเละพนักงานทุกคน” นายอุทิศ ชูช่วย กล่าวว่า ทำให้ผลงานทั้งหลายเเละทำงานตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนชาวสงขลา ได้ขับเคลื่อนการทำงาน การพัฒนา อย่างเต็มความสามารถ ถือว่าได้ทำทุกภารกิจที่สัญญาไว้ครบทุกด้าน

                          บัดนี้เห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการคืนอำนาจให้ประชาชนที่จะได้ประเมินและตัดสินใจในการพิจารณาเลือกผู้นำมาเป็นนายก อบจ.สงขลา คนต่อไป ซึ่งถือเป็นหัวเมืองหลักทางภาคใต้ที่สำคัญยิ่งของประเทศไทยเป็นประตูสู่อาเซียนที่ทุกคนมองว่าเมืองสงขลาจะโดดเด่นในเรื่องใดบ้าง ฉะนั้นในช่วงเวลานี้เห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะก่อนครบวาระที่เหลืออีก 3 เดือน จึงขอมอบอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินว่าจะมอบให้ใครเข้ามาเป็นนายก อบจ.เพื่อขับเคลื่อนพัฒนา จ.สงขลา ไปสู่ความยั่งยืน

                          และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเนื่องจากถ้ามีการเลือกตั้งตามกำหนดครบวาระ ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นฤดูน้ำหลากที่ จ.สงขลาเกิดอุทกภัยทุกปีในระยะเวลานี้เมื่อปีที่แล้ววันที่ 1 พฤศจิกายน ได้สูญเสีย ทรัพย์สิน บ้านเรือน นอกจากนี้การลาออกในช่วงดังกล่าวเนื่องจากในเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายน เป็นวันเวลาที่จะต้องเฝ้าระวังเรื่องภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในภาคใต้ ฉะนั้นจึงตัดสินใจที่จะให้ประชาชนได้ใช้อำนาจอันเด็ดขาด

                          เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่จะได้รับเลือกมาเป็นนายก อบจ.สงขลา ได้เตรียมพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องในฤดูที่ภาคใต้ประสบปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ 16 อำเภอในจังหวัดมีความหลากหลาย มีทั้งป่า เขา นา เล และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ของ 8 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

                          “เรามีองค์ประกอบหลากหลาย หากเกิดภัยพิบัติเราจะต้องเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ฉะนั้นจึงตัดสินใจลาออกให้มีผลวันนี้เพื่อจะให้ประชาชนให้ใช้อำนาจเลือกคนที่เห็นว่ามีความสามารถ ความรู้ ประสบการณ์ทำงานได้ มาทำงานให้ประชาชนและยืนยันว่าใช้ทีมงานเดิมเป็นทีมงานที่เชื่อมั่นว่ามีคุณภาพ เพราะการทำงาน 4 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคนมีผลงาน” 

                          โดยมียุทธศาสตร์การทำงานร่วมกันว่า จะร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างจังหวัดให้เข้มแข็ง ก็ได้พิสูจน์เช่นกันว่าเราได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกับทุกภาคส่วนการทำงาน การทำเวทีประชาคม 16 อำเภอ ซึ่งถ้าไม่อาศัยความตั้งใจของข้าราชการทุกฝ่ายนั้น ทุกอย่างก็จะไม่สำเร็จ เป็นครั้งแรกของอบจ.สงขลา ที่จัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่ไม่มีที่ไหนทำมาก่อน 

                          ขณะที่นายนิพนธ์ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า การลาออกของนายก อบจ.สงขลา ส่วนตัวถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย นั่นคือสิ่งที่ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์รู้ว่าจะมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น เนื่องจากเห็นพฤติกรรมการใช้งบประมาณของพี่น้องประชาชนไปหาเสียง แบบจัดเลี้ยงกัน แบบพาเที่ยวหรือนำศิลปินมาแสดง โดยใช้เงินภาษีอากรของชาวบ้านมาจ้างศิลปินมาเชียร์ตัวเอง  

                          เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตพรรคประชาธิปัตย์จัดร่างนโยบายเรียบร้อยแล้วพร้อมประกาศได้ทันที ซึ่งนโยบายหลักๆ นอกเหนือจากการประกาศความพร้อมแล้ว คือด้านการบริหารจัดการ โดยจะใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหาร อบจ.สงขลา โดยชูสโลแกน “อบจ.สีขาว โตไปไม่โกง” จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นให้ได้ว่าการกระจายอำนาจแบบนี้ยังเป็นแนวทางหลักในการที่จะพัฒนาชนบทหรือพัฒนาประเทศ

                          "ไม่มีแนวทางไหนที่จะพัฒนาชนบทไปได้เร็วกว่าการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้พัฒนากันเอง เมื่อเชื่อมั่นในแนวทางการกระจายอำนาจสิ่งที่เชื่อมั่นตามมา คือ สามารถบริหารท้องถิ่นโดยไม่โกงได้ จึงใช้คอนเซ็ปต์ว่า “อบจ.สีขาว โตไปไม่โกง” ส่วนนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานประกาศไปแล้วว่าจะสร้างถนนลาดยาง ถนนไร้ฝุ่นของ อบจ.สงขลา ให้เป็นถนนไร้ฝุ่น 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในสมัยของผม"

                          ส่วนเรื่องอะไรที่เกินศักยภาพของท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นไม่ว่า อบต.หรือเทศบาลทำเองไม่ได้ก็จะมีงบประมาณของท้องถิ่นคืนให้ท้องถิ่นเลย รวมทั้งงบการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน รถตรวจการณ์ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีแน่นอน สำหรับการตรวจเวรยามกลางคืนและพร้อมที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยง เน้นคำว่าจุดเสี่ยงทั่วสงขลา นี่คือนโยบายหลักๆ รวมถึงนโยบายที่จะดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ท้องถิ่นต้องพร้อมที่จะรับต่อการเปลี่ยนแปลงของไทยสำหรับการก้าวสู่ประเทศที่มีสูงอายุมากขึ้น ตัวเลขปัจจุบัน 8,400,000 กว่าคน ภายใน 10 ปี ต้องเพิ่มขึ้นเป็น 5-6 ล้านคนแน่

                          ส่วนนายโชคชัย ผลวัฒนะ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ได้หารือคณะกรรมการทุกฝ่ายและกำหนดให้เลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ในวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม  โดยเปิดรับสมัคร ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน ที่อาคารศรีเกียรติพัฒน์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

 

 

---------------------

(ท้องถิ่น : 'นิพนธุ์' ชน 'อุทิศ' ชิงนายกสงขลา วัดบารมี-เดิมพันอนาคตทางการเมือง : สมชาย สามารถ ... รายงาน)