ข่าว

หิ้ว!'บอล-เพื่อน'อุ้มฆ่า'เอกยุทธ'ฝากขัง

หิ้ว!'บอล-เพื่อน'อุ้มฆ่า'เอกยุทธ'ฝากขัง

14 มิ.ย. 2556

ฝากขังครั้งแรก 'สันติภาพ-เพื่อนร่วมแก๊ง'อุ้มฆ่า'เอกยุทธ' ตำรวจเผย'เบิ้ม-บอล'ให้การขัดแย้ง 'ผบ.ตร.'ยันเดินหน้าสืบคดีต่อ ด้าน'รองผบช.น.'ส่งนักประดาน้ำหาหลักฐาน

                เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.ท.สำรวย แสนสม พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลวง ควบคุมตัว นายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง อายุ 23 ปี , นายชวลิต หรือเชา วุ่นชุม อายุ 24 ปี และนายทิวากรหรือ ทิว เกื้อทอง อายุ 24 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.พัทลุง ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 54 ปี นักธุรกิจด้านการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-25 มิ.ย.56 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 20 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร การตรวจชันสูตรศพ การตรวจสถานที่เกิดเหตุและวัตถุพยาน จากกองพิสูจน์หลักฐานและการพิสูจน์เอกลักษณ์ลักษณะของดีเอ็นเอของศพ และเอกสารอื่น ๆ ทั้งนี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากผู้ต้องหามีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ประกอบกับคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราว เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี

                โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 6 - 9 มิ.ย.56 เวลากลางคืน ผู้ต้องหาทั้งสามและสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร ได้แบ่งหน้าที่กันทำด้วยการวางแผนและตกลงร่วมใจกันปล้นทรัพย์ นายเอกยุทธ หรือ ป็อด อัญชันบุตร โดยใช้อาวุธปืน ขนาด .38 ของนายเอกยุทธ จี้ขู่บังคับ ประทุษร้าย กักขังหน่วงเหนี่ยวนายเอกยุทธ หน่วงเหนี่ยวในรถตู้ ยี่ห้อโฟล์ค สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กทม. ที่ร้านอาหารครัวกระแต ย่านสะพานควาย แล้วขับรถคันดังกล่าว ควบคุมตัวนายเอกยุทธ ไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ที่ชั้น 2 บ้านพักเลขที่ 1213/360 ย่านทาวน์อินทาวน์ ต่อเนื่องถึงบ้านเลขที่ 339/226 หมู่บ้านราชพฤกษ์ แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม.บ้านพี่สาวนายสันติภาพ เพื่อเจตนาให้ได้ไปทรัพย์สินของนายเอกยุทธ

                ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสามและนายสุทธิพงศ์ ยังร่วมกันบังคับขู่เข็ญให้นายเอกยุทธ ลงลายมือชื่อในเช็คของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน) สาขาศรีวรา สั่งจ่ายเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท และเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ( มหาชน) สาขาทองหล่อ อีก 2 ฉบับ สั่งจ่ายเงินจำนวน 1.7 ล้านบาท และ 1.8 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5 ล้านบาท ซึ่งผู้ต้องหาได้ร่วมกันนำเงิน 5 ล้านบาทไปโดยทุจริต จากนั้น นายสันติภาพ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายสุทธิพงศ์ ร่วมกันฆ่านายเอกยุทธ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อปกปิดความผิด แล้วแจ้งให้ผู้ต้องหาที่ 2-3 จัดเตรียมสถานที่ฝังศพไว้ในที่ดินรกร้าง ต.เขาจิงโจ้ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อปิดบังซ่อนเร้นการตายของนายเอกยุทธแล้วหลบหนีไป เหตุเกิดที่แขวงบางซื่อ เขตจตุจักร , แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง , แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง ที่ จ.พัทลุง และที่อื่นต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน

                ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ แล้วส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย , ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือ ไม่กระทำการใด หรือ จำยอมต่อสิ่งใด , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ในชั้นสอบสวนนายสันติภาพ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพโดยตลอดข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 - 3 ให้การภาคเสธ แต่รับสารภาพในข้อหาร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย

                         ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

 

 

ตำรวจเผย"เบิ้ม-บอล"ให้การขัดแย้ง ผบ.ตร.ยันเดินหน้าสืบคดีต่อ

 

                   พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนายเอกยุทธ อัญชัญบุตร พร้อมนำตัว นายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม พิมพิศาล ผู้ต้องหาร่วมขบวนการตามหมายจับที่เข้ามอบตัวโดยมีมารดาของนายเบิ้มเข้าร่วมฟังการแถลงข่าวด้วยพร้อมระบุว่า ทราบข่าวจากเพื่อนแฟนของลูกชายว่าลูกชายร่วมก่อเหตุกับนายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วง และมีการออกหมายจับอยู่ระหว่างหลบหนีจึงสอบถามลูกชายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและพามามอบตัวเพราะกลัวลูกจะได้รับอันตราย

                   ขณะที่ นายเบิ้ม รับสารภาพอย่างหมดเปลือกว่า ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากนายบอลว่า มีเรื่องเดือดร้อนขอความช่วยเหลือจึงรับปากช่วย เพราะความรักเพื่อนเคยเรียนหนังสือมาด้วยกันใน จ.พัทลุง วันเกิดเหตุนายบอล มารับที่ย่านสะพานควายและให้หมอบอยู่ในรถจนนายเอกยุทธ ขึ้นมานั่งในรถ และบอกให้ไปแถวลาดพร้าว ตอนนั้นก็ยังหลบอยู่ในรถจนนายบอล จอดรถและพุ่งตัวข้ามมาด้านหลังที่คนตายนั่งอยู่ใช้ปืนจ่อที่หัวตลอดเวลา และบังคับให้คนตายไปเอาของอะไรสักอย่างในบ้านพัก

                   "ตอนที่บอลใช้ปืนจ่อหัวคนตายในรถ ผมเห็นเขาสองคนพูดคุยอะไรกันไม่รู้ และได้ยินคนตายบอกว่า เป็นอะไรบอล ทำไมถึงทำแบบนี้ มีอะไรก็มาคุยกันได้ แต่บอลไม่ฟัง และพูดว่ามึงไม่ต้องพูดมาก และกดตัวคนตายลงกับพื้นรถ บอลบอกให้ผมเหยียบไว้และใช้ปืนจ่อหัว จากนั้นบอลก็ขับรถไปที่บ้านคนตาย และใช้ปืนจ่อหัวคนตายพาขึ้นไปในห้องชั้นสอง ปิดห้องคุยกันสักพักก็ลงมาในมือคนตายล็อกกุญแจมืออยู่ บอลส่งกุญแจมือให้ผมล็อกข้อเท้า ผมเห็นว่าล็อคมือแล้วเท้าคงไม่ต้องเลยคล้องไว้เฉยๆ ผมบอกตรงๆ เลยไม่รู้ว่าคนที่บอลทำแบบนั้นเขาเป็นใคร ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน เพียงแต่เพื่อนขอร้องมาให้ช่วยก็เลยช่วย โดยไม่รู้ว่าเขามีเรื่องอะไรกันมาบอลไม่ได้เล่าให้ฟัง " นายเบิ้ม กล่าว

                   นายสุทธิพงศ์ กล่าวต่อว่า ช่วงที่ขับรถออกมา คนตายได้เปิดประตูหลังกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหนีลงข้างทาง นายบอล จึงหยุดรถและวิ่งตามลงไปบีบคอ พร้อมกระทืบซ้ำที่หน้าอก และท้องอย่างแรง 3-4 ครั้ง จนผู้ตายนิ่งและหมดลมไป นายบอล กระทืบที่ท้องแล้วบอกว่า "เห็นไหมเวลาโมโหเป็นอย่างไร" และบอกให้ตนช่วยเเอาศพขึ้นรถ โดยก่อนลากศพขึ้นรถ นายบอล ยังสั่งให้ตนเอาเชือกรัดคอคนตายอีก ทั้งๆ ที่ผมเห็นว่าเขาตายแล้ว ผมถามบอลว่าจะรัดอีกทำไม "บอลบอกว่ากูให้ทำก็ต้องทำ" ตนเลยถอดเชือกรองเท้าออกมารัดที่คดตามที่บอลสั่ง แต่รัดหลวมๆ ไม่แน่นเท่าไหร่ เพราะผมเห็นว่าตายแล้ว

                   "บอลลากศพคนตายขึ้นรถแล้วขับออกมา ก่อนจะโทรศัพท์บอกเพื่อนที่พัทลุงให้ขุดหลุมรอไว้ โดยผมไม่รู้จักเพื่อนอีก 2 คนมาก่อน ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามีรถอีกคันนำหน้าด้วยหรือไม่ เพราะผมหมอบลงตลอดทางจนถึงที่ฝังศพ ผมก็ช่วยยกศพลงจากรถ และเห็นนายบอล เป็นคนถอดเสื้อผ้าศพออกหมดแล้วโยนเก็บไว้ในรถ จากนั้นบอลก็ส่งเงินให้ผม 1 แสน บอกให้กลับไปก่อน ผมเลยออกมาจากตรงนั้นมารอรถทัวร์กลับ กทม.นั่งมาลงแถวพระราม 2 ส่วนเสื้อผ้า มือถือ และเครื่องอิเล็คทรอนิกส์ ต่างๆ ของคนตาย ทั้งมือถือและชิ้นส่วนต่างๆ ผมไม่รู้ว่านายบอล นำไปทิ้งที่ไหน ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่านายเอกยุทธ เพราะนายเอกยุทธ ได้เสียชีวิตก่อนที่จะเอาเชือกรัดคอตามคำสั่งของนายบอล และไม่เกี่ยวข้องกับเงิน 5 ล้านบาทของผู้ตาย ได้เพียงค่าจ้างจากนายบอลที่ส่งให้ 1แสนเท่านั้น" นายเบิ้ม กล่าว

                   ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัตินายบอล เป็นคนที่มีพฤติกรรมโชกโชนในเรื่องการกรรโชกทรัพย์ ชิงทรัพย์มาก่อน มีฉายาใน จ.พัทลุง ว่า "บอล นูโว" โดยนายเอกยุทธ เห็นว่า เป็นเด็กใจถึงจึงรับมาทำงานด้วย เบื้องต้นมาทำหน้าที่เป็น รปภ.ช่วงปลายปีที่ผ่านมา จากนั้นได้ขยับมาเป็นคนขับรถและมาก่อเหตุดังกล่าว ส่วนจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ต้องมีการสืบสวนสอบสวนกันไปต่อไป ขอยืนยันว่า คดีนี้ไม่ได้จบแค่นี้ ไม่ได้ปิดคดีที่การชิงทรัพย์ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนทุกหน่วยสนธิกำลังกันทำงานเต็มที่ โดยจะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินต่างๆ และติดตามกลับคืนมาให้ครบรวมถึงมูลเหตุจูงใจของการฆ่า และผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง หากมีหลักฐานสาวไปถึงใครก็ต้องดำเนินการทั้งหมด แต่ในชั้นนี้ปรากฎพยานหลักฐานเพียงเท่านี้ ประกอบกับคำให้การของผู้ต้องหาก็ต้องดำเนินการในส่วนนี้ก่อน แต่หากใครมีข้อมูลใดเพิ่มเติม หรือมีเบาะแสเบื้องลึกทางดคีที่เป็นประโยชน์ก็สามารถนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เราพร้อมจะตรวจสอบในทุกประเด็นเพื่อคลี่คลายข้อสงสัย และขอยืนยันว่า การทำคดีที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ และทำอย่างตรงไปตรงมาตามขั้นตอนกฎหมาย

                   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายเบิ้ม ได้แสดงท่าการรัดคอนายเอกยุทธ ให้สื่อมวลชนและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ดู พร้อมยืนยันว่า ใช้เชือกรัดคอแบบหลวมๆ เพราะเห็นว่าคนตายตายแล้ว พร้อมยืนยันทุกอย่างที่ทำไป ทำตามคำสั่งของนายบอล ทั้งนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารนายเอกยุทธ แต่อย่างใด และไม่ได้เป็นคนร่วมวางแผน ทั้งหมดเป็นแผนการของนายบอลเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายเบิ้ม เท่าใดนัก เนื่องจากขัดแย้งกับคำให้การของนายบอล ไม่สอดคล้องกัน และมีการซัดทอดกันไปมา อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงข่าวแล้วเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายเบิ้ม ขึ้นเครื่องบินกองบินตำรวจเดินทางไปชี้จุดฝังศพนายเอกยุทธ ในพื้นที่ จ.พัทลุง ทันที

                   ด้าน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการสอบสวน กล่าวว่า ฝ่ายสืบสวนกำลังติดตามเซิร์ฟเวอร์จากกล้องวงจรปิดภายในบ้านพักของนายเอกยุทธ ในทุกจุด โดย พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบชงน. พร้อมคณะทำงานได้เดินทางไปตรวจสอบในพื้นที่ จ.พัทลุง อีกครั้ง ในจุดที่คนร้ายนำเสื้อผ้าและของใช้ของนายเอกยุทธ ไปโยนทิ้ง คาดว่า จะมีความชัดเจนในช่วงเย็นวันนี้ ส่วนกรณีที่ทนายความของนายเอกยุทธ ออกมาระบุว่า มีข้อมูลเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับทางคดีนั้น สามารถนำมอบให้พนักงานสอบสวนได้ตลอดเวลา ยินดีตรวจสอบในทุกเรื่องที่ญาติสงสัย โดยเฉพาะกรณีอ้างว่า มี เสธ.คนดัง เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังสามารถให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะทำงานสอบสวนนครบาลยินดีรับข้อมูลและพร้อมตรวจสอบ

 

 

"รองผบช.น."ไปพัทลุง พร้อมส่งนักประดาน้ำงมหาหลักฐานอุ้มฆ่า"เอกยุทธ"

 

                พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.พร้อมชุดสืบสวนควบคุมตัว นายสุทธิพงศ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่านายเอกยุทธ ขึ้นเครื่องบินกองบินตำรวจพื้นที่ จ.พัทลุง ชี้จุดฝังศพนายเอกยุทธ และจุดที่นายบอล นำเสื้อผ้าและของใช้ รวมถึงโทรศัพท์มือถือ และฮาร์ดดิสต์ ในบ้านพักของนายเอกยุทธ ไปโยนทิ้งจากนั้นจะนำตัวนายเบิ้ม กลับกทม.เตรียมฝากขังในวันที่ 15 มิ.ย.นี้

                ผบช.น.ยืนยันภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวนายเบิ้ม มอบตัวว่า ตำรวจทำคดีตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ และดำเนินการสอบสวนตามคำให้การของผู้ต้องหา ใครจะพูดกล่าวหาตำรวจอย่างไร ไม่สนใจ อยากพูดก็พูดกันไป เราทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ใครจะเอาไปโยงให้เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร หรือโยงไปเกี่ยวกับใครก็ช่างเขาทุกอย่างทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วมตรวจสอบทางคดี เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และพร้อมเปิดรับข้อมูลทุกด้าน

                ด้านความเคลื่อนไหวชุดสืบสวนนครบาล ล่าสุด พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการสืบสวน ได้นำนักชุดประดาน้ำจำนวนหนึ่งลงพื้นที่ค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามคำให้การของผู้ต้องหา บริเวณสะพานแพร่งเมือง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ค้นหาเสื้อผ้าทรัพย์สินของนายเอกยุทธ อาทิ สร้อยคอทองคำ นาฬิกาข้อมือ โทรศัพท์มือถือ และฮาร์ดดิสกล้องวงจรปิด ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายคดีดังกล่าวตามที่นายบอล ผู้ต้องหาอ้างว่า นำไปโยนทิ้งไว้

 

 

งมหาหลักฐานฆ่า "เอกยุทธ" แต่ยังคว้าน้ำเหลว

                

               ที่บริเวณปากน้ำคลองแพรกเมือง ม.9 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร นครศรีธรรมราช หลังจาก พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ , พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำชุดประดาน้ำจากกองบังคับการตำรวจน้ำ 8 นาย ลงงมหาทรัพย์สินของนายเอกยุทธ หลังนายสันติภาพ ผู้ต้องหาอ้างว่า ได้ทิ้งทรัพย์สินประกอบด้วย สร้อยคอทองคำ , แหวน และนาฬิกาของผู้เสียชีวิต

               จากการตรวจค้นผ่านมากว่า 2 ชม. ปรากฎว่า ยังไม่พบหลักฐานดังกล่าวแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังตรวจค้นอยู่ตลอดเวลาท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านจำนวนมาก

               ทั้งนี้ รอง ผบช.น.ทั้ง 3 คนได้ระบุว่า ต้องการมาหาหลักฐานที่คนร้ายอ้างว่า นำมาทิ้งไว้ในบริเวณปากน้ำคลองแพรกเมือง และการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกและกระแสน้ำค่อนข้างแรง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ละความพยายาม เพื่อนำหลักฐานดังกล่าวไปประกอบคดี โดยการค้นหาหลักฐานดังกล่าวในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

 

 

 

เปิดสายประชาชนแจ้งเบาะแสฆ่า"เอกยุทธ"

                

               พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวถึงคดีการฆ่านายเอกยุทธ ว่า ทาง สตช.ได้มีคำสั่งให้ สน.วังทองหลาง ตั้งศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคดีนายเอกยุทธ โดยมีตนเป็นผู้ควบคุมกับกับดูแล เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน และมี พ.ต.ท.ชัยยุทธ์ ปัทถามัง และพ.ต.ท.มารุต แก้วประเสริฐ พงส.ผนพ.สน.วังทองหลาง เป็นทีมพนักงานสอบสวน โดยให้รายงานตรงต่อ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ทั้งนี้ หากประชาชนที่มีเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ สามารถโทรศัพท์แจ้งมาได้ที่ หมายเลข 021844326

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนทราบว่า ขั้นตอนที่นายสันติภาพ นำมาใช้ส่วนใหญ่จะเรียนรู้มาจากนายเอกยุทธ ทั้งเรื่องการบังคับให้เขียนเช็ค เนื่องจากเช็คต้องเบิกได้ใบละไม่เกิน 2 ล้านบาท หากเกินนั้นต้องชี้แจง และได้รับอนุญาตจากแบงค์ชาติ หรือกระทั่งคำสารภาพครั้งแรกที่อ้างว่า นายเอกยุทธ อาจจะหนีออกนอกประเทศ ก็เนื่องจากนายสันติภาพ เห็นว่านายเอกยุทธ มักจะเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่บอกใครหลายครั้ง จึงนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการก่อเหตุ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากการที่นายสันติภาพ ไปติดการพนัน และต้องการใช้เงินด้วย

 

 

"อ.ราชทัณฑ์"สั่งคุกลาดยาวเข้มมืออุ้มฆ่า"เอกยุทธ"

               
               พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีฆ่านายเอกยุทธ ว่า นายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร (ลาดยาว) ได้รายงานว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ประกอบด้วยนายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล นายชวลิต วุ่นชุ่ม หรือเชา และนายทิวากร เกื้อทอง หรือทิว ถูกนำตัวส่งเข้าคุมขังในเรือนจำแล้วตั้งแต่เวลา 14.00 น. โดยวันแรกที่เข้าเรือนจำได้รับการแจกคู่มือติดคุกไปศึกษาระเบียบการอยู่ในเรือนจำ

              อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทั้ง 3 คนถูกคุมขังอยู่ในแดนแรกรับ เบื้องต้นได้กำชับเฝ้าดูแลเป็นพิเศษ โดยมีเพื่อนผู้ต้องขังที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่คอยประกบทั้ง 3 คนอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในเรือนจำ รวมถึงเรื่องอาหารในเรือนจำซึ่งได้ป้องกันไม่ให้มีปัญหาความไม่ปลอดภัย เชื่อว่าทั้ง 3 คน จะอยู่ในเรือนจำได้อย่างไม่มีปัญหา