ข่าว

'ไทยสปริง'ผุดชุมนุมเฟซบุ๊กต้านรัฐ

'ไทยสปริง'ผุดชุมนุมเฟซบุ๊กต้านรัฐ

14 มิ.ย. 2556

"ไทยสปริง" ยกระดับจัดชุมนุมผ่านเฟซบุ๊ก สร้างแนวต้านรัฐฯ ดีเดย์ 23 มิ.ย.นี้ ด้าน" ขณะที่ "พท."ฉุนจัด!สภาฯปล่อยใช้ห้องแถลงข่าว


          วันที่ 14 มิ.ย.56 เครือข่ายไทยสปริง นำโดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร นายแก้วสรร อติโพธิ และนายขวัญสรวง อติโพธิ แถลงข่าวที่รัฐสภา ต่อประเด็นการยกระดับการทำกิจกรรมผ่านโลกออนไลน์ โดยนายแก้วสรร ฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายไทยสปริง กล่าวว่า หลังจากที่ทางกลุ่มได้ทำกิจกรรมให้ประชาชนลงชื่อคัดค้านปาฐกถาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่เมืองอูลันบาตอ ประเทศมองโกเลีย ล่าสุดมีผู้มาลงชื่อแล้ว 26,173 คนทางกลุ่มได้นำรายชื่อดังกล่าวส่งเป็นจดหมายเปิดผนึกถึงประชาคมประชาธิปไตยและสถานทูตต่างๆ ในประเทศแล้วนั้น ทางกลุ่มจะดำเนินกิจกรรมผ่านโลกออนไลน์ต่อไป ด้วยการจัดการชุมนุมผ่านเฟซบุ๊กของกลุ่มที่ชื่อว่า Thai Spring Forum ทุกๆ วันอาทิตย์ ในเวลา 18.00 น. โดยการดำเนินเวทีชุมนุมผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าวจะจัดขึ้นจำนวน 6 ครั้ง ซึ่งจะเริ่มครั้งแรกในวันที่ 23 มิ.ย. นี้
 
          “การทำกิจกรรมนี้ ถือเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อปฏิเสธการปกครองในปัจจุบันนี้ ที่รัฐบาลไม่ได้รักษาสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชน อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กนั้น ผมไม่หวั่นว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีทีจะบล็อคหรือปิด เพราะตามกฎหมายเขาไม่มีสิทธิ์ปิดเฟซบุ๊กได้ ยกเว้นจะมาดำเนินทางทางอาญา” นายแก้วสรร กล่าว
 
          ด้านพล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า การชุมนุมผ่านโลกออนไลน์นั้น ถือเป็นการกระทำที่เป็นไปตามสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 69 ที่ระบุให้บุคคลมีสิทธิ์ต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิธีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนการเคลื่อนไหวที่จะกระทบกระเทือนใจของฝ่ายรัฐบาล และก่อให้เกิดปรากฏการณ์อย่างที่นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังที่ถูกอุ้มฆ่า ตน นายแก้วสรร และนายขวัญสรวงไม่ได้กังวลและส่วนตัวมองว่าเป็นชะตากรรมที่พร้อมเผชิญ อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวครั้งนี้ยืนยันว่าเป็นการติดอาวุธทางปัญหาให้ประชาชน เพื่อไม่ให้รัฐบาลมีการใช้อำนาจแก้ไขกฎหมายเพื่อประโยชน์ตนเองหรือลดทอนอำนาจศาล ในเดือนสิงหาคมนี้





พท.เดือดสภาปล่อยไทยสปริงใช้ห้องแถลงข่าว

          นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ตัวแทนกลุ่มไทยสปริง นำโดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และนายขวัญสรวง อติโพธิ เครือข่ายกลุ่มไทยสปริง ใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา แถลงข่าวเปิดตัวการประกาศการชุมนุมททางออนไลน์ ภายใต้ชื่อ “ไทยสปริง 2 : ชุมนุมออนไลน์ แข็งข้อพวกทรยศ” ซึ่งได้มีการเปิดเพจทางเฟซบุ๊ก โดยจะเริ่มกิจกรรมในวันที่ 23 มิ.ย.ว่า การใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาเป็นสถานที่แถลงข่าว ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกรัฐสภา รวมถึงเนื้อหาของการแถลงข่าวก็เป็นเรื่องของความขัดแย้งและการโจมตีรัฐบาลนั้น ตนมองว่าไม่เหมาะสม เป็นเรื่องที่น่าละอาย ไม่มีวุฒิภาวะ ทั้งๆ ที่เคยมีตำแหน่งสำคัญๆ กันทั้ง 3 คน ทั้งนี้ รัฐสภาเป็นที่ทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่สถานที่สำหรับใช้แถลงข่าวเรื่องที่นำไปสู่ความขัดแย้ง ความเห็นต่างทางการเมือง การต่อต้านรัฐบาลนั้นสามารถทำได้ แต่ควรไปใช้ห้องของโรงแรมเพื่อแถลงข่าว ไม่ใช่ใช้สภาฯ ซึ่งเป็นที่ทำงานของสมาชิกรัฐสภามาเป็นสัญลักษณ์ในการแถลงข่าว
 
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนมองว่าเรื่องนี้สภาฯ มีความหละหลวมในการปล่อยให้กลุ่มบุคคลมาใช้สถานที่ในการแถลงข่าวแล้วนำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะต่อไปหากกลุ่มไทยปริงสามารถใช้ได้ กลุ่มอื่นๆ ก็จะมาใช้ได้เหมือนกัน รัฐสภาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และอยู่ในเขตพระราชฐาน แต่กลับขาดความเข้มงวด ดังนั้นอยากให้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติออกมาดูระเบียบและความเหมาะสมหรือตั้งกรรมการสอบด้วยว่า การอนุญาตให้ใช้ห้องแถลงข่าวนั้นถูกต้องตามระเบียบหรือมีความเหมาะสมอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยปะละเลยแบบนี้ ทำให้สภาฯ ถูกใช้เป็นเครื่องมือตามอำเภอใจ ตนในฐานะสมาชิกรัฐสภาเวลาจะแถลงข่าวก็ยังต้องลงรายละเอียดว่าใครเป็นคนใช้ และแถลงเรื่องะไร จะบอกว่าเป็นอดีตส.ว.แล้วมาใช้นั้นมันเหมาะสมหรือไม่ เพราะเรื่องที่จะแถลงนั้นต้องเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับสังคม ไม่ใช่นำเรื่องความเห็นต่างของคนกลุ่มหนึ่งมาแถลงโจมตีคนอีกกลุ่มหนึ่ง หรือใช้เป็นเครื่องมือโจมตีรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนขอประณาม
 
          “ใครๆ ก็รู้ว่านายแก้วสรรเหลืองจ๋า ถ้าต่อไปคนเสื้อแดงมาขอใช้บ้างล่ะจะเกิดอะไรขึ้น มันจะเกิดความวุ่นวายขึ้นอีก ผมขอประณาม เพราะใช้สถานที่เหมือนไม่เคารพสถานที่ เหมือนไม่เห็นหัวสมาชิกรัฐสภา มันถูกต้องแล้วหรือ การจะขอความร่วมมือ เรียกร้อง หรือแสดงความคิดเห็นต่างกับรัฐบาลด้วยวิธีแบบนี้นั้นจะให้เป็นที่ยอมรับได้อย่างไร เพราะแค่พฤติกรรมการใช้สถานที่แถลงข่าวที่ทำเหมือนพวกม็อบออนไลน์แบบนี้ผมรับไม่ได้ แค่วิธีคิดและการกระทำก็ส่อให้เห็นธาตุแท้และพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรม ไม่เครารพกฎหมายแล้ว คิดแค่ว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้ ดังนั้นอยากให้ทบทวนการกระทำของตัวเองว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ และผมจะยื่นหนังสือให้ประธานรัฐสภาดำเนินการตรวจสอบและตั้งคณะกรรมการสอบอย่างแน่นอน”นายพร้อมพงศ์กล่าว



 


“โฆษกประธานสภาฯ” เรียกร้อง “ไทยสปริง” งดใช้ห้องแถลข่าวรัฐสภา ชี้ไม่สร้างสรรค์ ยุคนขัดแย้งกัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กลุ่มไทยสปริงแถลงข่าวแล้วเสร็จ นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ามาแถลงข่าวโดยเรียกร้องให้กลุ่มไทยสปริงงดการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา เป็นเวทีเพื่อสร้างความขัดแย้งทางการเมือง และในครั้งต่อไปหากจะแถลงข่าวอีกขอให้ไปใช้พื้นที่ของเอกชน เนื่องจากการแถลงข่าวที่เป็นความเห็นนั้น ทำให้ตนถูกตำหนิและเจ้าหน้าที่รัฐสภามีความอึดอัด
 
          เมื่อถามว่า หลักเกณฑ์การใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาได้อนุญาตให้อดีตสมาชิกรัฐสภาเข้ามาใช้ห้องแถลงข่าวได้ นายวัฒนา กล่าวว่า ตามระเบียบกำหนดไว้เช่นนั้น แต่การแถลงข่าวต้องไปในแนวทางที่สร้างสรรค์ มีวุฒิภาวะ ไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง อีกทั้งรัฐสภาต้องดำรงตนเป็นสถาบันที่เป็นกลาง การใช้รัฐสภาและสื่อมวลชนของรัฐสภาแบบนี้ไม่เหมาะสม
 
          ถามย้ำว่าที่ผ่านมาเคยมีคนเสื้อแดงใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาแถลงถึงกิจกรรมการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเช่นกัน นายวัฒนา กล่าวว่า ครั้งนั้นทำได้ เพราะมีส.ส.มาร่วมในห้องแถลงข่าวด้วย หากกลุ่มไทยสปริงจะมาใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาอีก ควรให้ ส.ว. หรือ ส.ส. ที่เป็นเพื่อนมาร่วมนั่งแถลงข่าวด้วย



 

เปิดระเบียบ ใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา “อดีตสมาชิกรัฐสภา” ใช้ห้องได้


          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา พ.ศ.2551 ที่ได้กำหนดขึ้นในสมัยที่ นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานรัฐสภา ระบุว่าบุคคลที่มีสิทธิ์ใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา ได้แก่ ประธานและรองประธานสภาฯ ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้าน สมาชิกรัฐสภา คณะกรรมาธิการ , เลขาธิการสภาฯ เลขาวุฒิสภา, ข้าราชการรัฐสภาสามัญที่ได้รับมอบหมาย, อดีตสมาชิกรัฐสภา, บุคคลหรือคณะบุคคลที่สมาชิกรัฐสภารับรอง
               
          และมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ห้องแถลงข่าวด้วย คือ บุคคลที่ประสงค์จะใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภา ให้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมคำรับรองของสมาชิกรัฐสภาตามแบบต่อสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการ สภาฯ โดยระบุชื่อ สกุล และเนื้อหาที่จะแถลงข่าวพร้อมลงลายมือชื่อก่อนการแถลงข่าว, ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมีอำนาจพิจารณาอนุญาตตามสมควร ทั้งนี้การแถลงข่าวต้องใช้กิริยา วาจาที่สุภาพ รักษามายาทให้เรียบร้อยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

 

 

แดงเดือด!จัด100เวทีต้าน"ไทยสปริง"

 

         กลุ่ม สส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายสงวน พงษ์มณี สส.ลำพูน นายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ นายสุนัย จุลพงศธร นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ ร่วมแถลงข่าวเพื่อต่อต้านการทำกิจกรรมของกลุ่มไทยสปริง

         โดยนายวรชัย กล่าวว่า ตนได้หารือกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มประชาชนที่รักประชาธิปไตยต่อประเด็นดังกล่าว สรุปว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการจัดเวที 100 เวทีทั่วประเทศเพื่อชี้แจงให้ประชาชนถึงประเด็นการปกป้องรัฐบาล ต่อต้านกลุ่มที่ออกมาล้มล้างรัฐบาล ทั้งคนใส่หน้ากากขาว ไทยสปริง และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งนี้เมื่อเสร็จจากการจัด 100 เวทีแล้วจะมีการจัดเวทีใหญ่ที่ กทม.อีกครั้ง โดยเชื่อว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานกว่า 1 ล้านคน

         ด้านนายสุนัย กล่าวว่า การจัดเวทีดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับกลุ่มที่ออกมาขับไล่รัฐบาลขณะนี้ แต่จะเป็นการเผชิญทางจิตสำนึกมากกว่า

          “กับกลุ่มไทยปลิง ที่มาแถลงที่รัฐสภานั้น ล้วนเป็นคนหน้าเดิมทั้งนั้น หากจะแปลเป้าหมายของเขาคือ เป็นกลุ่มที่ต้องการล้มรัฐบาลที่มาตามระบอบประชาธิปไตยด้วยการรัฐประหาร ถือว่าไม่เคารพกติกา” นายสุนัย กล่าว

          ขณะที่นายสงวน กล่าวต่อว่า เหตุที่นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต สว.กทม. และฐานะอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าว เพราะต้องการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ที่รับรองการกระทำให้ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งโยงไปถึงการดำเนินการของ คตส. ทั้งนี้ตนขอท้าให้นายแก้วสรร ออกมาชี้แจงกับสังคมในประเด็นดังกล่าวด้วย

         ด้านนายครูมานิตย์ ฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่นายแก้วสรร นำการเคลื่อนไหวเห็นชัดเจนว่าต้องการเข้าสู่อำนาจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามที่กล่าวหาว่า พวกตนเป็นพวกทรยศต่อหน้าที่และต้องออกจากตำแหน่งนั้น ตามระบอบประชาธิปไตยพวกตนจะออกจากตำแหน่งได้ คือ การขาดคุณสมบัติ และออกโดยประชาชนที่เลือกตั้งพวกตนมาเท่านั้น