
'ปชป.'อัด'ปู'หนีประชุม'กขช.'
'ปชป.' อัด 'ยิ่งลักษณ์' ปัดรับผิดชอบ หนีประชุม 'กขช.' ซัด 'บุญทรง' ซื้อเวลาแจงขาดทุน 'จำนำข้าว' ชี้ 'กบอ.' เล่นละครเจรจาต่อรองตัวเลขโครงการน้ำ
14 มิ.ย. 56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่า การประชุมของ กขช. เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามที่สาธารณชนได้ตั้งความหวังเอาไว้ เพราะไม่มีความชัดเจนในเรื่องตัวเลขของการขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าว แต่เป็นการหาทางออกให้กับรัฐบาลในการที่จะบิดเบือนตัวเลขในโครงการดังกล่าว และ เป็นที่น่าเสียดายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กขช. ไม่เข้าร่วมประชุม แต่กลับเลือกจะปฏิเสธความรับผิดชอบ ทั้งๆที่มีวาระสำคัญคือ การรายงานตัวเลขในโครงการดังกล่าว วันนี้รัฐมนตรีทั้งรัฐบาล พยายามที่จะละทิ้งปัญหาโครงการรับจำนำข้าว พยายามหาทางออกเพื่อเอาตัวรอด และหลีกเลี่ยงที่จะเป็นผู้รับผิดชอบในโครงการที่กำลังสร้างความเสียหายให้กับประเทศ
นายชวนนท์ กล่าวว่า ตัวเลขการขาดทุนในโครงการที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า ยังสรุปไม่ตรงกันและจะมีการรายงานอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 17 มิ.ย.นั้น ตนเห็นว่า เป็นเพียงการต่อลมหายใจของนายบุญทรงหรือเป็นเพียงการซื้อเวลาที่จะยอมรับความจริงของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น เพราะตัวเลขที่เปิดเผยระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ที่มีความแตกต่างนั้น เนื่องจากว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้คิดนับรวมจำนวนข้าวในโกดัง แต่คิดเฉพาะข้าวที่ซื้อมาแล้วและระบายออกไปแล้ว ในขณะที่กระทรวงการคลังนั้น จะคิดราคาข้าวในสต๊อกรัฐบาลทั้งหมดโดยคิดตามราคาข้าวในตลาด และประเมินราคาเป็นมูลค่าหักลบกับจำนวนเงินที่ใช้ซื้อเข้ามา ซึ่งถึงแม้ว่า จะมีวิธีการคิดแตกต่างกัน แต่ตัวเลขที่เปิดออกมานั้น ก็ไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะสัดส่วนระหว่างรายได้กับรายจ่าย หักลบออกมาในการขาดทุนโครงการดังกล่าวนั้น อยู่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
"ตัวเลขที่เปิดเผยออกมานั้น ก็เป็นเพียงการซื้อเวลาของกระทรวงพาณิชย์ ที่พยายามทำให้ตัวเลขของการขาดทุนมันเล็กลง แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ทิศทางตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อมีการระบายข้าวออกจากสต๊อกทั้งหมดแล้ว ตัวเลขการขาดทุนก็ไม่ไกลจากของกระทรวงการคลังมากนัก"
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายยอมรับแล้วว่า ตัวเลข 260,000 กว่าล้านบาทที่ขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าว เป็นตัวเลขที่เป็นจริงและนับวันตัวเลขการขาดทุนในโครงการนี้ก็ยิ่งจะมากขึ้น จากการเสื่อมสภาพของข้าว การเสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้าวที่อยู่ในโกดัง ค่าขนส่ง และระยะเวลาของโครงการ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นภาระทางด้านงบประมาณให้กับประเทศไทยในอีก 3-4 ปีข้างหน้า และนักการเมืองก็จะกวาดเงินเข้ากระเป๋าจากภาษีของประชาชน ในขณะที่ชาวนาเองก็จะได้เงินจากโครงการนี้ไม่เกิน 30% ของเงินที่รัฐบาลจ่ายไป ส่วนที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ออกมาระบุว่า จะมีการปรับราคารับจำนำข้าว ให้เป็นไปตามกลไกตลาดนั้นเชื่อว่า สุดท้ายแนวคิดนายกิตติรัตน์ ก็จะไม่ได้รับการตอบสนอง เชื่อว่า ผู้มีอำนาจที่มีอำนาจแท้จริง คงไม่มีทางปล่อยให้โครงการล้มลงไป หรือมีการปรับตัวเลขแล้วทำให้รายได้เข้ากระเป๋าลดน้อยลง เชื่อว่าสุดท้ายโครงการนี้จะถูกผลักดันให้เดินหน้าต่อจนกว่าประเทศไทยจะล่มสลายคามือรัฐบาลชุดนี้
ชี้ 'กบอ.' เล่นละครเจรจาต่อรองตัวเลขโครงการน้ำ
นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.) ที่จะมีการรับรองผลการประมูลในการบริหารจัดการน้ำ 2.9 แสนล้านบาท ว่า ตัวเลขการประมูลที่เปิดออกมาเป็นตัวเลขการประมูลอัปยศ ที่มีการลดราคาลงเพียง 73 ล้านบาทจากยอดเต็ม 2.9 แสนล้านบาท ซึ่ง 3 วันที่ผ่านมา กบอ.ก็ได้ไปเจรจาต่อรองลดราคาประมูลกับบริษัทที่ชนะการประมูลทั้ง 4 บริษัท ซึ่งมีข่าวว่าสามารถเจรจาลดลงได้ 6 พันล้านบาท ซึ่งตนเชื่อว่าตัวเลขสุดท้ายที่จะนำเข้าที่ประชุม กบอ. และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไปนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะเจรจาเพียง 3 วันในการเจรจาต่อรองเสร็จสิ้น ทั้งที่ไม่รู้รายละเอียดว่าจะสร้างโครงการตรงไหน ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นละครอีกฉากที่รัฐบาลและบริษัทร่วมประมูล ซึ่งมีการตกลงกันไว้ว่าจะลดราคาในรอบแรกเท่าไหร่ และจะทำเหมือนกับว่ารัฐบาลมีประสิทธิภาพในการเจรจาต่อรองกับบริษัทเข้าร่วมประมูล ทั้งที่ตัวเลขดังกล่าวผู้มีอำนาจมีอยู่ในกระเป๋าก่อนเปิดประมูลแล้ว
"ไม่ว่าจะลดเท่าไหร่ แต่รายละเอียดของโครงการ การมีส่วนร่วมของประชาชน การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่มีการดำเนินการเลย ผมจึงเชื่อว่าโครงการนี้จะไม่ถูกผลักดันให้เดินหน้าไปได้อย่างจริงจัง เป็นเพียงการตกลงตัวเลขในกระดาษเพื่อคิกค่าหัวคิวทุจริตคอร์รัปชั่นเท่านั้น และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วโครงการนี้จะเป็นอนุสาวรีย์แห่งการทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วประเทศ"



