
พังงาน้ำลด!เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
น้ำท่วมพังงาเริ่มคลี่คลายจนเกือบเป็นปกติแล้ว ขณะที่อุตุฯสั่งเฝ้าระวังถึง 15 มิ.ย.นี้ ขณะที่ จ.สกลนคร ระดับน้ำหนองหารเพิ่มขึ้นหลังมีฝนตกต่อเนื่อง
14 มิ.ย.56 นายชัยณรงค์ มหาแร่ นายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่า เปิดเผยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเทศบาลเมืองตะกั่วป่า ได้เร่งสูบน้ำที่ท่วมขังลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขังพื้นที่เศรษฐกิจบริเวณตลาดย่านยาว ถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าวัดนิกรวราราม หรือวัดย่านยาว และถนนหน้าเรือนจำจังหวัดตะกั่วป่า เริ่มลดปริมาณลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังก่อนหน้านี้ เพื่อให้เข้าพักอาศัยได้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน ในเช้าวันเดียวกัน เส้นทางสายหลักที่ถูกน้ำท่วมขังมาก่อนหน้า น้ำได้ลดระดับลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว รถยนต์ทุกชนิดสามารถผ่านไปมาได้ตามปกติ ส่วนถนนภายในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่รอบนอก ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนในตำบลโคกเคียน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกน้ำท่วมขังอย่างหนัก ระดับน้ำก็เริ่มลดลง คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมอีกก ภายในช่วงบ่ายสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอตะกั่วป่า ก็จะคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ
ด้านนายสมเกียรติ อินทรคำ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากกรณีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเหตุให้เกิดอุทกภัย ในเขตอำเภอตะกั่วป่า ในหมู่ที่ 1,4,6,7,9 ตำบลโคกเคียน หมู่ที่ 34 ตำบลตำตัว หมู่ที่ 3,4,6 ตำบลบางไทร หมู่ที่ 1,2,4,6,7,8,9 ตำบลบางนายสี หมู่ที่ 2,6,7,8 ตำบลบางม่วง หมู่ที่ 1,2,3,4,6,7 ตำบลคึกคัก หมู่ที่ 1,2,3,4,5 ตำบลคอเขา และตำบลตะกั่วป่า ชุมชนตลาดใหญ่ ราษฎร์บำรุง ศรีเมือง เสนานุชรังสรรค์ ในเขตอำเภอกะปง ในพื้นที่หมู่ที่ 2,3,4,5,6 ตำบลเหล หมู่ที่ 1,2,3,4 ตำบลเหมาะ หมู่ที่ 1,2,3 ตำบลท่านา หมู่ที่ 1,2,3,4 ตำบลรมณีย์ อำเภอกะปงรวม 4 ตำบล 16 หมู่บ้าน เขตอำเภอเมือง ตำบลถ้ำน้ำผุด หมู่ที่2,3 ทั้งนี้ จังหวัดพังงาได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตประสบภัยพิบัติแล้ว ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการประเมิน
สำหรับการเฝ้าระวังนั้น นายสมเกียรติกล่าวว่า ยังมีต่อไป เพราะกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในพื้นที่จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2556 และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมายังมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอและฝนตกบ้างในบางพื้นที่
สกลนคร-ระดับน้ำหนองหารเพิ่มขึ้นหลังมีฝนตกต่อเนื่อง
จากที่มีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดสกลนครมาระยะหนึ่ง และแม้ว่าฝนจะหยุดตกมาประมาณ 2-3 วันแล้ว แต่ยังมีปริมาณน้ำสะสมบนเทือก เขาภูพาน และไหลลงมาตามลำน้ำสาขาลงแหล่งน้ำสำคัญ เช่นที่หนองหาร แหล่งรับน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัด ทำให้มีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 240 ล้านลูกบาศก์เมตร จากระดับเก็บกักเต็มที่ 266 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 90 ของความจุ ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งบริเวณรอบของทะเลสาบหนองหาร ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยรอบทะเลสาบหนองหารและยึดอาชีพประมง สามารถนำเรือออกหาปลาได้อีกครั้ง
ขณะเดียวกันปริมาณน้ำที่ไหลจากเทือกเขาภูพาน ที่ไหลลงลำน้ำสาขา ก็ยังมีปริมาณน้ำไหลลงมาสะสมต่อเนื่อง มีผลกระทบกับลำห้วยต่างๆแล้ว เช่นที่ลำห้วยเดียก ที่ระบายน้ำจากเทือกเขาภูพานลงสู่หนองหาร ผ่านตำบลห้วยยาง ตำบลดงมะไฟ ของอำเภอเมือง พบว่าความแรงของกระแสน้ำได้กัดเซาะตลิ่ง ทำให้ถนนที่เลียบลำห้วยช่วงชุมชนนาอ้อย และชุมชนธาตุดุมเขตเทศบาลนครสกลนคร เสียหายหลายจุด ชาวบ้านต้องนำกิ่งไม้มาทำเป็นเครื่องหมาย ป้องกันอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามหากยังไม่มีฝนตกลงมาในระยะ 2-3 วันนี้ คาดว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงมากจากเทือกเขาภูพานจะลดลง และปริมาณน้ำสะสมตามลำห้วยสำคัญ ที่ระบายลงหนอหาร ก็จะลดปริมาณลง สถานการณ์ก็จะเข้าสู่ปกติ
อุตุฯระนอง เตือนพื้นที่เชิงเขาปริมาณฝนสะสมสูง เสี่ยงหินภูเขาถล่ม
วันเดียวกันนายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากการที่ จ.ระนองยังคงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ทั้งยังมีอิทธิพลจากความกดอากาศต่ำที่แผ่ปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง สภาพดินมีการอุ้มน้ำสูงเสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหลได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่เชิงเขา ส่วนน้ำป่าไหลหลากก็ต้องระวังด้วยเช่นกัน จึงแจ้งเตือนชาวบ้านที่อาศัยในที่ราบเชิงเขาให้ระวังดินเลื่อนไหล รวมทั้งหินจากภูเขาถล่ม
ทั้งนี้ จ.ระนองเคยมีปรากฏการณ์หินภูเขาถล่มมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ อ.ละอุ่น เนื่องจากภูเขาที่มีลักษณะเป็นหินปูนเมื่อเกิดฝนตกหนักจะทำให้เกิดการเปราะบางและเคลื่อนตัวแตกและตงลงมาด้านล่างสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือนได้ จึงต้องเฝ้าระวังและสังเกตุความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหินภูเขาถล่มส่วนใหญ่จะมีสัญญาณเตือนอาทิ มีดินหรือก้อนหินขนาดเล็กๆหล่นลงมาก่อนที่หินก้อนใหญ่จะร่วงหล่นลงมา
บุรีรัมย์-เร่งช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยกว่า 1,400 ครัวเรือน
นายณัฐวัฒน์ อ่อนสุวรรณ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้ประสานไปยังอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 18 อำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ ให้สำรวจบ้านเรือนราษฎรที่ถูกพายุพัดถล่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม จนถึงขณะนี้รวมกว่า 3 เดือน เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
จากข้อมูลพบว่าขณะนี้มีบ้านเรือนที่ถูกพายุพัดถล่มพังเสียหายจำนวน 1,440 หลังคาเรือน มีราษฎรถูกพายุพัดบ้านพังทับเสียชีวิต ที่ ต.ก้านเหลือง อ.นางรอง 1 ราย และฟาร์มไก่ที่กำลังก่อสร้างพังทับบาดเจ็บอีก 2 ราย ที่ ต.หนองโสน อ.นางรอง นอกจากนั้นยังมีสวนยางพาราของเกษตรถูกพายุพัดหักโค่นเสียหายอีกกว่า 100 ไร่ ซึ่งล่าสุดทางจังหวัดได้อนุมัติจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือผู้ประสบภัยไปแล้ว 173 ราย เป็นเงินกว่า 490,000 บาท ส่วนที่เหลือกำลังเร่งดำเนินการสำรวจช่วยเหลือ ส่วนกรณีที่มีประชาชนถูกฝ้าผ่าเสียชีวิตหลายรายเมื่อช่วงที่ผ่านมา ไม่เข้าหลักเกณฑ์การให้ช่วยเหลือ
หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือ หากบ้านเรือนถูกพายุพัดพังได้รับความเสียหายทั้งหลัง จะได้รับเงินชดเชยรายละไม่เกิน 33,000 บาท หากเสียหายบางส่วนจะได้รับชดเชยตามความเสียหายจริง พร้อมกันนี้ยังได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังอันตรายจากวาตภัยที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกในช่วงนี้ เพาะเป็นช่วงสภาพอากาศแปรปรวนทั้งฝนตก ฟ้าคะนอง และอากาศร้อน



