
'เบิ้ม'ปัดฆ่ารัดคอ-โยน'บอล'ลงมือ
"เบิ้ม" มือฆ่า "เอกยุทธ" ญาติประสานติดต่อเข้ามอบตัวแล้ว "เจ้าตัว"ปัดฆ่ารัดคอ โยน"บอล"ลงมือ อ้างที่ทำเพราะรักเพื่อน
วันที่ 14 มิ.ย.56 พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการไล่ล่าตัว นายสุทธิพงษ์ หรือ" เบิ้ม พิมพิสาร" หนึ่งในคนร้ายที่ลงมืออุ้มฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี และถูกซัดทอดว่า เป็นผู้ใช้เชือกรองเท้าฆ่ารัดคอนายเอกยุทธจนเสียชีวิต ล่าสุด ทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว มั่นใจว่าจะจับกุมตัวได้อย่างแน่นอน ส่วนพี่สาวของนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพักที่นายสันติภาพนำนายเอกยุทธไปกักขังไว้ ตำรวจจะไม่ดำเนินคดี หรือแจ้งข้อหาใดๆ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับรูปคดี
ส่วนที่มีการพาดพิงถึง พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือ "เสธ.ไอซ์" ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการอุ้มฆ่า นายเอกยุทธ นั้น พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะจากรูปคดี คนร้ายไม่ได้วางแผนลงมือฆ่าซับซ้อน จึงขอให้ทุกฝ่ายอย่าเชื่อมโยงคดีไปไกล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน คือ นายสันติภาพ, นายชวลิต วุ่นชุม และนายทิวากร เกื้อทอง ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว และในเวลา 10.00 น. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมคณะทำงาน เพื่อเร่งรัดติดตามคดี ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า แม่และยายของ นายสุทธิพงษ์ พิมพิสาร หรือ "เบิ้ม" ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ได้ประสานขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ในเช้าวันนี้ แต่ยังไม่ระบุเวลาที่แน่นอน
เบื้องต้นนายสุทธิพงษ์ ให้การปฎิเสธว่า ไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่ารัดคอนายเอกยุทธ แต่ระบุว่า นายสันติภาพ เป็นคนลงมือบีบคอจนเสียชีวิต โดยอ้างว่า นายสันติภาพ เป็นคนสั่งให้ใช้เชือกรัดคอ แต่ขณะนั้นนายเอกยุทธเสียชีวิตแล้ว ซ้ำยังถามว่าเสียชีวิตแล้วทำไมต้องใช้เชือกรัดคออีก นายสันติภาพ บอกว่า ให้ทำไปเถอะ ส่วนเงินจำนวน 5 ล้านบาทนั้น ตนไม่ได้รับส่วนแบ่ง ที่ทำไปเพราะรักเพื่อน เมื่อเพื่อนขอร้องจึงมาช่วย
ฝากขังทีมฆ่า"เอกยุทธ"
เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้นำตัว นายชวลิต วุ่นชุม นายทิวากร เกื้อทอง และนายสันติภาพ เพ็งด้วง ผู้ต้องหาคดีฆ่านายเอกยุทธ ตรวจร่างกายและเก็บรายละเอียดตามเล็บ เพื่อนำไปตรวจสอบดีเอ็นเอ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายสันติภาพ ไปทำแผนเพิ่มเติมเล็กน้อยตรงจุดวางปืนของนายเอกยุทธ ซึ่งนายสันติภาพ ชี้ว่า ปกตินายเอกยุทธจะวางปืนประจำกายเอาไว้ตรงด้านซ้ายของที่นั่งเบาะหลังคนขับ ซึ่งตนได้ขโมยมาเก็บไว้ ก่อนจะนำออกมาข่มขู่นายเอกยุทธในภายหลัง
จากนั้น พ.ต.ท.กฤทตินาท ตุลยารักษ์ รอง ผกก.ป.สน.วังทองหลาง พ.ต.ท.ณัฐนิติ หล๊ดหล๊ะ สวป.สน.วังทองหลาง พร้อมด้วยกำลังตำรวจ 12 นาย และพนักงานสอบสวนควบคุมตัวนายสันติภาพ ไปที่ บช.น.เพื่อสอบปากคำร่วมกับ นายสุทธิพงษ์ หรือเบิ้ม พิมพ์พิสาร ผู้ต้องหาอีกคนที่นายสันติภาพ ให้การว่า เป็นคนใช้เชือกรัดคอนายเอกยุทธ จนเสียชีวิต จากนั้น ค่อยนำตัวส่งฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ส่วนนายชวลิต และนายทิวากร พนักงานสอบสวนได้นำตัวฝากขังศาลอาญารัชดาไปก่อนโดยไม่ได้นำตัวไปที่ บช.น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงที่นายสันติภาพ ถูกคุมตัวอยู่ที่ห้องขัง สน.วังทองหลาง นั้น ทางพ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.สน.วังทองหลาง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปนอนเฝ้าร่วมกับนายสันติภาพถึงในห้องขังด้วย เพื่อเฝ้าจับตาและป้องกันเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น ส่วนช่วงเช้าวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำอาหารกล่องเป็นกระเพราหมูให้กับนายสันติภาพ และพวกรับประทาน โดยทั้งสามมีสีหน้าปกติ ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาเหมือนเช่นเคย
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายสันติภาพว่า รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าตัวตอบว่า เมื่อคืนหลับสบายดี และต้องฝากขอโทษญาตินายเอกยุทธ ด้วย ที่ตนทำลงไปเพราะต้องการเงิน ไม่ได้คิดจะฆ่าให้ตาย เพราะตกลงกับเพื่อนเอาไว้ว่าหลังก่อเหตุจะแยกย้ายกันหนี แต่นายสุทธิพงษ์ เป็นคนลงมือรัดคอนายเอกยุทธ จนเสียชีวิต
ด้านพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า สำหรับสำนวนคดีนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวนายสันติภาพ ไปฝากขังที่ศาลอาญาแล้ว ก็จะนำตัวนายสุทธิพงษ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ จ.พัทลุง และที่กรุงเทพฯ จากนั้นจะรวบรวมคำให้การของพยานและหลักฐานทั้งหมด ทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ สรุปเป็นสำนวนคดีสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อไป
"สุวัตร"ระบุเป็นหน้าที่ตร.หาหลักฐาน "บอล" โยง "เสธ.คนดัง"
นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายส่วนตัวนายเอกยุทธ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทาง FM. 97.0 MHz. ถึงการเสียชีวิตของนายเอกยุทธว่า หากคดีจบด้วยการชิงทรัพย์ และพยานหลักฐานไปแค่นั้นต้องจบ อย่างบางคนเรารู้ว่านักการเมืองโกง แต่ไม่มีใบเสร็จ หรือพูดไปเป็นหมิ่นประมาท แต่สืบไปไม่ถึงก็ต้องจบ ส่วนที่ พล.อ.ไตรรงค์ ระบุว่า หากพาดพิงจะฟ้องนั้น ก็แหงแล้ว เพียงแต่ตำรวจถามตน ตนก็ตอบไปว่านายบอลเคยทำงานกับเสธ.คนดัง และตำรวจก็ต้องไปหาหลักฐานมา



