ข่าว

ชำแหละกู้เงินนอกงบไร้ประสิทธิภาพ

ชำแหละกู้เงินนอกงบไร้ประสิทธิภาพ

13 มิ.ย. 2556

ชำแหละใช้เงินกู้นอกงบประมาณ "ปรีดิยาธร" ชี้ไม่คุ้มค่าลงทุนกระทบวินัยทางการคลัง นักวิชาการทีดีอาร์ไออัดซ้ำ ไม่เชื่อมือรัฐบริหารจัดการได้


               ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนา หัวข้อ “งบฯ แผ่นดิน เงินของเราเขาเอาไปทำอะไร” ว่ารัฐบาลปัจจุบันได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ในการก่อหนี้นอกงบประมาณเป็นวงเงินที่สูงมากผ่านการออก พ.ร.ก.กู้เงินบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และพ.ร.บ.ให้อำนาจคลังกู้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งการกู้เงินนอกงบประมาณจะส่งผลเสียต่อวินัยทางการคลังในอนาคต ถือว่าสวนทางกับที่รัฐบาลประกาศจะทำงบสมดุลให้ได้ภายในปี 2560

               “ภาระหนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่มีหลักประกันว่าในอนาคตจะไม่ก่อหนี้อีกเพราะปัจจุบันยังไม่มีการออกกฎหมายมาควบคุมการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ แม้ว่าการลงทุนมีความจำเป็น แต่รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญ" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวและว่า โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทนั้นส่วนใหญ่มีความจำเป็นและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่โครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง มูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาทนั้นอาจเกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะเรื่องของความคุ้มทุน

               ด้านนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการก่อหนี้นอกงบประมาณของรัฐบาลชุดปัจจุบันมีเหตุผลความจำเป็นได้และไม่ได้เป็นการหลบเลี่ยงการตรวจสอบตามกระบวนการต่างๆ อีกทั้งยังถูกสังคมจับตามองและมีภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมตรวจสอบเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะการลงทุนด้านน้ำ ส่วนการกู้เงินนอกงบประมาณในอนาคตรัฐบาลก็ต้องสามารถชี้แจงให้สังคมเข้าใจได้ และสถานการณ์การคลังของประเทศในขณะนั้นต้องเอื้ออำนวยด้วย

               ขณะที่นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)กล่าวว่า ข้อดีของการกู้เงินนอกงบประมาณเพื่อนำมาลงทุนคือจะช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและยอมรับว่าบางส่วนเป็นโครงการที่ดีแต่บางโครงการที่เงินจำนวนมากเช่นรถไฟความเร็วสูงต้องมองในแง่ความคุ้มค่าการลงทุน และรัฐบาลอาจต้องใช้เงินมากกว่านี้เพราะยังต้องมีส่วนต่อขยายในหลายเส้นทาง ซึ่งอาจไปเบียดบังงบที่จะใช้พัฒนาด้านอื่นๆ

               "ที่รัฐบาลบอกใช้เงินกู้เป็นเรื่องดีจะได้เหลือเงินมาใช้ในงบประมาณ หลักการฟังได้แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่างบรายจ่ายรวมจะขยายตัวช้าในช่วง 4 ปีนับจากนี้ เพราะการทำงบสมดุลรายจ่ายก็ต้องลดลง ที่บอกจะดูแลไม่ให้กระทบรายจ่ายนั้นเชื่อได้หรือไม่" นายสมชัย กล่าว

               ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าการกู้เงินนอกงบประมาณทั้ง 2 ส่วนของรัฐบาลจะไม่ทำให้ประเทศหลุดออกจากกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ระดับหนี้สาธารณะจะไม่เกิน 50% ต่อจีดีพี รายจ่ายชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยจะไม่เกิน 15% ของวงเงินงบประมาณ งบลงทุนมีสัดส่วน 25% และรัฐบาลยังมีช่องว่างใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

               อีกทั้งเห็นด้วยกับการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้เกิดความต่อเนื่องในการลงทุน และเพื่อให้มีรายได้เข้ามาใช้จ่ายและใช้หนี้เงินกู้จึงจำเป็นต้องปฏิรูปรายได้ เช่นเมื่อถึงเวลาก็อาจจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซล ส่วนกรณีของรายจ่ายนั้นก็ต้องไปปัดฝุ่นงบประจำไม่ให้เพิ่มขึ้น