ข่าว

เจรจาใต้...ไร้เสียงประชาชน?

เจรจาใต้...ไร้เสียงประชาชน?

13 มิ.ย. 2556

คมชัดลึกจัดถก : เจรจาใต้...ไร้เสียงประชาชน?


              การเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ยังเป็นข้อสงสัยในเรื่องการรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ที่ค่อนข้างน้อย "คม ชัด ลึก" จัดเสวนาตอน เจรจาใต้...ไร้เสียงประชาชน?

              น.ส.เรืองรวี พิชัยกุล ผู้ประสานงานโครงการอาวุโส มูลนิธิเอเชีย กล่าวว่า มูลนิธิเอเชียเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่อยากให้ทุกประเทศมีความผาสุก และสงบสุข โดยเราจะเน้นหนักเกี่ยวกับปัญหาของพื้นที่เป็นหลัก โดยเฉพาะปัญหาภาคใต้เราศึกษาไปถึงต้นตอเพื่อหาทางแก้ไข โดยดูตั้งแต่ระดับตื้นไปถึงลึกด้วยการสอบถามความต้องการของพี่น้อง 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องความปลอดภัย ส่วนตัวมองว่า การแก้ปัญหาภาคใต้จะให้ตกผลึกในทันทีทันใดคงไม่ได้ ดังนั้นคงต้องวางรากฐานการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

              น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผอ.โครงการเข้าถึงความยุติธรรมและคุ้มครองทางกฎหมาย กล่าวว่า จากการฟังความคิดเห็นของชาวบ้านพบว่า หลายคนอยากให้ได้สิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะปัญหาเเรื่องชาติพันธุ์ และความรุนแรง หลายครั้งชาวบ้านถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพด้วยการถูกจับกุมภายใต้กฎหมายต่างๆ แต่หากถามถึงมุมมองส่วนตัวมองว่า กลุ่มผู้เรียกร้องในพื้นที่เป็นนักต่อสู้เพื่อมนุษยชน โดยสิ่งที่เขาเรียกร้องอาจจะเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจไม่อยากได้ยิน แต่ในความเป็นจริงต้องยอมรับว่า สิ่งที่เขาเรียกร้องมันเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด 

              นายรอมฎอน ปันจอร์ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวว่า ต้องดูว่าประเด็นเงื่อนไขของกลุ่มบีอาร์เอ็นมันสอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน 3 จังหวัดได้หรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่า ประเด็นหยุดการก่อเหตุความรุนแรงเป็นประเด็นหลักที่ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงได้ และเป็นประเด็นที่คนในพื้นที่ต้องการมากที่สุด ส่วนการเจรจาของทั้งสองฝ่าย สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นนิมิตหมายคือ วันนี้มันเกิดการทำงานร่วมกันแล้ว การพูดคุยกันมันเป็นแสงสว่าง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก ส่วนต่อไปเราต้องช่วยกันดูว่า การทำงานในช่วงต่อไปมันเป็นรูปธรรมหรือเปล่า

              นายปกรณ์ พึ่งเนตร บก.ศูนย์ข่าวอิศรา กล่าวว่า การเจรจาของไทยกับบีอาร์เอ็นค่อนข้างราบรื่น ส่วนผลการเจรจาต้องดูท่าทีกันอีกครั้งว่าทั้งสองฝ่ายจะมีแผนเรื่องการลดความรุนแรงอย่างไร ก่อนนำไปเป็นข้อเสนอในที่ประชุมคราวหน้าในช่วงหลังเดือนถือศีลอด ส่วนข้อเรียกร้อง 5 ข้อที่บีอาร์เอ็นต่อรองมานั้น ทางไทยอยากให้บีอาร์เอ็นชี้แจงมาใหม่ โดยทำเป็นเอกสาร เพื่อที่ทางการไทยจะได้รู้เจตจำนงของบีอาร์เอ็นว่าต้องการอะไร เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องการแปลที่ไม่ตรงกันอยู่ จึงต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันทั้งสองฝ่าย

 

 "ภราดร"เดินหน้าจี้บีอาร์เอ็นลดเหตุรุนแรง

 

            ทั้งนี้การพูดคุยสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับตัวแทนกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ นำโดยขบวนการบีอาร์เอ็น กลุ่มนายฮัสซัน ตอยิบ อย่างเป็นทางการครั้งที่ 3 ได้หารือกันสถานที่ปิดลับแห่งหนึ่ง คาดว่าเป็นเซฟเฮ้าส์ของตำรวจสันติบาลมาเลเซีย กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์
 
            ทั้งนี้ คณะพูดคุยฝ่ายไทยเป็นชุดเดิม 10 คน มี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหน้าทีม โดยฝ่ายไทยได้ประชุมนอกรอบกันที่โรงเรียนอินเตอร์คอนติเนนตัล กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อซักซ้อมประเด็นและทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะผลสำรวจทัศนคติของประชาชนชายแดนใต้ หรือโพลล์ และข้อเสนอจากเวทีต่างๆ ที่จัดมาตลอด 1 เดือนเศษที่ผ่านมา พร้อมทั้งเสนอฝ่ายบีอาร์เอ็นยอมรับหลักการคือ ยอมรับประชาชนทุกเชื้อชาติศาสนาที่แตกต่างกันอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสันติ ยอมรับเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่บริสุทธิ์จะได้รับการปกป้องจากการฆ่า ทำลาย แย่งชิง
 
            พล.ท.ภราดร ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นหลักคือการลดเหตุรุนแรง โดยประมวลความเห็นจากเวทีต่างๆ ตลอดจนโพลล์ที่ได้จัดทำไว้ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ใช้ความรู้สึก เพราะประชาชนคาดหวังว่าจะต้องได้ผลคืบหน้าจากการพูดคุยที่เป็นรูปธรรม ซึ่งก็คือการลดเหตุรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเดือนรอมฎอน ฉะนั้นก็ต้องไปคุยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่างๆ ว่าจะดำเนินการกันอย่างไร ส่วน 5 ข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็นทางคนในพื้นที่ยังมีความเห็นที่หลากหลาย และอยากให้ร่วมกันลดเหตุรุนแรงมากกว่า ขณะที่ประเด็นเขตปกครองพิเศษยังไม่มีความชัดเจนว่าจะหยิบยกขึ้นมาพูดคุย
 
            ต่อข้อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อพิสูจน์เหตุรุนแรงในพื้นที่ จะได้ไม่ต้องมีการกล่าวหากันไปมา พล.ท.ภราดร กล่าวว่า การพูดคุยจะต้องนำไปสู่การสร้างกลไกร่วมกันเพื่อพิสูจน์ทราบเหตุการณ์ต่างๆ แต่จะเป็นระดับไหน อย่างไร ขึ้นกับการพูดคุยกัน
 
            ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้บอกกับคณะไปเจรจาว่าถ้าการพูดคุยครั้งนี้ไม่ก้าวหน้า ก็ให้ตนทำบ้าง ซึ่ง พล.ท.ภราดร ก็ตกลง แต่จะดำเนินการอย่างไรนั้นขอยังไม่เปิดเผย แต่ยืนยันว่าจะต้องทำมากกว่านี้
  
            "ถ้ายังไม่มีผล ไม่มีรูปธรรม ผมขอทำงานมากขึ้น ขอเหลิมทำบ้าง แต่การพูดคุยต้องมีตลอด" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว 

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นร่วม 7 ชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายได้ร่างแถลงการณ์ร่วมกัน โดยแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นยอมลดปฏิบัติการในช่วงรอมฎอน ขณะที่ฝ่ายไทยยอมรับ 5 ข้อเรียกร้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์และแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.)พิจารณาในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้สองฝ่ายจะกำหนดการพูดคุยอีกครั้งประมาณวันที่ 8-9 สิงหาคม หรือช่วงหลังเดือนรอมฎอน

            ต่อมาเมื่อเวลา 21.30 น. (ตามเวลาในประเทศมาเลเซีย) พล.ท.ภราดร ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อเรียกร้องที่เป็นภาษาต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ซึ่งทางขบวนการก็รับข้อนี้ไปเพื่อที่จะส่งรายละเอียดชี้แจงเนื้อหา 5 ข้อ ให้มีความชัดเจนก่อนเดือนรอมฎอน มาให้คณะฝ่ายไทยเพื่อแสวงหาคำตอบร่วมกันต่อไป ส่วนประเด็นที่สองก็คือเรื่องต้องลดเหตุความรุนแรง ทั้งนี้การพูดคุยเมื่อเทียบกับ 2 ครั้งที่ผ่านมาถือว่ามีความคืบหน้าสูง ตัวชี้วัดว่าลดความรุนแรงก็คือเดือนรอมฎอนก็คือจะต้องไม่มีเหตุ แต่ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นก็จะต้องไปลงลึกว่ามูลเหตุจากเรื่องใด ส่วนมาตรการฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็คงจะต้องเพลาลงหรือหยุดลงไป แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยประชาชน สถานที่ต่างๆ ก็ยังคงมีอยู่ ไม่ได้หยุดไปทุกอย่าง