
หุ้นโดนถล่มต่อ-ธปท.โดดแทรกบาท
"ตลาดหุ้น-ค่าเงินบาท" ยังถูกถล่มไม่หยุด กระหน่ำขายหุ้นไทยหนักมือดัชนีทรุดไปต่ำสุดถึง 80 จุด ก่อนตีตื้นขึ้นท้ายตลาด ปลอบนักลงทุนอย่าตื่นรอจังหวะช้อนหุ้นพื้นฐานดี
ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญกับแรงขายอันหนักหน่วงอย่างต่อเนื่อง โดยการซื้อขายเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2556 ดัชนีปรับลดลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,351.95 จุด ลดลง 81.52 จุด ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับ 1,403.27 จุด ลดลง 30.20 จุด หรือลดลง 2.11% มูลค่าการซื้อขายรวม 85,402.21 ล้านบาท ขณะที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนเช่นกัน ซึ่งมีการอ่อนค่าไปถึงระดับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดที่ระดับ 30.73-30.78 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ได้ทำหนังสือชี้แจงไปที่กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงแตะระดับ 5% แต่ยังไม่ได้มีการหารือในกรณีพิเศษ เนื่องจากหุ้นไทยปรับลงแรงในทิศทางเดียวกับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือว่าสัดส่วนการขายในตลาดหุ้นไทยเข้าข่ายภาวะการเทขายมากเกินไปเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค และจากการสอบถามกับโบรกเกอร์ถึงสัดส่วนการบังคับขาย หรือ ฟอร์ซเซล ก็มีอยู่ในระดับปกติไม่น่าเป็นห่วง เพราะวงเงินในการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ในปัจจุบันมีสัดส่วนไม่สูง
"นักลงทุนไม่ควรตื่นตระหนก ซึ่งแรงขายส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติดึงเงินกลับไปลงทุนในสหรัฐ เพราะมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น ซึ่งมองว่าน่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นนักลงทุนที่ต้องการถือหุ้นยาว 1 ปี ถือว่าน่าสนใจลงทุน" นายจรัมพรกล่าว
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาสูง เพราะจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะแนวโน้มมาตรการคิวอีอาจจะชะลอ แต่ก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายเพื่อดึงเงินกลับไปลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนตื่นตระหนกเทขายตาม
ด้าน นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท.ได้เข้าไปดูแลการเคลื่อนไหวในตลาดเงินบ้าง โดยได้ขายเงินดอลลาร์สหรัฐออกมาเพื่อดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป ซึ่งยอมรับว่าเงินบาทอ่อนค่าลงค่อนข้างเร็ว แต่ถือเป็นการอ่อนค่าในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลเงินอื่นในภูมิภาค จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล
"การดูแลค่าเงิน ธปท.เองก็ต้องระมัดระวังว่าไม่เป็นลักษณะการฝืนกลไกตลาด โดยยอมรับว่าการขายของนักลงทุนต่างชาตินั้น ในช่วงนี้มีบ้างที่ขายแล้วนำเงินออกนอกประเทศไปเลย แต่ไม่ได้เป็นปริมาณที่สูงมาก และธปท.ก็ไม่มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ด้วย" นายประสารกล่าว
ขณะที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า อยากให้ ธปท.ดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนมากเกินไป เพราะทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าได้ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ธปท.มีศักยภาพเพียงพอในการบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ เพราะถ้าดูเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในขณะนี้ถือว่ามีมากพอ และสามารถนำมาใช้เป็นกันชนในการดูแลเสถียรภาพเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ธปท.จะต้องเข้าไปซื้อขายเพื่อเก็งกำไร แค่ดูแลไม่ให้การเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเหวี่ยงไปมาจนรุนแรงก็พอ



