ข่าว

'พี่เอกยุทธ'เชื่อ'สันติภาพ'หวังชิงทรัพย์

'พี่เอกยุทธ'เชื่อ'สันติภาพ'หวังชิงทรัพย์

13 มิ.ย. 2556

'พี่สาวเอกยุทธ'เชื่อ'สันติภาพ'หวังชิงทรัพย์ไม่เกี่ยวการเมือง มั่นใจกรรมตามสนองคนฆ่าน้อง ตร.คุมตัว'สันติภาพ'ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ


             13มิถุนายน2556 หลังจากเจ้าหน้าที่พบศพนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังและเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ถูกฆ่ารัดคอแล้วนำไปฝังไว้ที่ จ.พัทลุง โดยตำรวจตั้งปมฆ่าชิงเงิน 5 ล้านบาท พร้อมทั้งจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 3 คน คือ นายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วง อายุ 23 ปี คนขับรถของนายเอกยุทธ นายชวลิต หรือเชา วุ่นชุม อายุ 23 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ส่วนนายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร อายุ 27 ปี อยู่ระหว่างหลบหนี

             โดยเมื่อเวลา 16.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศพของนายเอกยุทธได้เคลื่อน จากนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ไปถึงวัดลาดพร้าว เพื่อทำพิธีบำเพ็ญกุศล ตามประเพณีทางศาสนา โดยศพของนายเอกยุทธตั้งอยู่ที่ ศาลา 6 บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลด กลุ่มญาติ อาทิ บุตรชาย และพี่น้อง รวมทั้งเพื่อนของนายเอกยุทธทยอยไปร่วมงาน

             นายอัครนันท์ เรืองนันทวงศ์ อายุ 55 ปี พี่ชายของนายเอกยุทธ กล่าวว่า ในการจัดพิธีสวดอภิธรรมศพนั้นจะต้องปรึกษากับกลุ่มพี่น้องก่อนว่าจะสวดกี่คืน เนื่องจาก บรรดาพี่น้องและเพื่อนสนิทของนายเอกยุทธส่วนมากอยู่ในต่างประเทศและขณะนี้ทราบเรื่องแล้ว เตรียมที่จะเดินทางมาร่วมงานสวดอภิธรรมศพ แต่ในส่วนของการฌาปนกิจนั้นคงจะไม่ดำเนินการในทันที เพราะต้องเก็บศพไว้ก่อนเพื่อตรวจพิสูจน์ในทางคดีเพิ่มเติม

             ด้านนางสุภากรณ์ แหวนหล่อ พี่สาวของนายเอกยุทธ กล่าวว่า ญาติพี่น้องของนายเอกยุทธเชื่อว่านายสันติภาพนั้นได้ร่วมกับพวกก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นายเอกยุทธจริง โดยไม่ติดใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ตามที่นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความตั้งข้อสงสัย เนื่องจากนายสันติภาพมีพฤติกรรมติดการพนันและคนที่ติดการพนันสามารถทำได้ทุกวิถีทางเพื่อต้องการนำเงินไปใช้หนี้

             ทั้งนี้นางสุภากรณ์ กล่าวแสดงความขอบคุณ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจชุดจับกุมทั้งหมด ที่ทำงานด้วยความรวดเร็ว จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง และสามารถติดตามนำศพของนายเอกยุทธกลับมาได้

             อย่างไรก็ตามนางสุภากรณ์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ไม่คิดโกรธแค้นนายสันติภาพเพราะคิดใครทำอย่างไรไว้ก็ต้องได้รับกรรมเอง และคงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมาย หากนายสันติภาพ ต้องการจะมาขอขมาศพ ก็ยินดี เพราะถือว่าคงสำนึกในความผิดแล้ว
 

ตร.คุมตัว"สันติภาพ"ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

             ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.30น. ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสันติภาพและนายชวลิต ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่านายเอกไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามจลาจล บก.น.4 จำนวน 150 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย และป้องกันเหตุทำร้ายผู้ต้องหา โดยมีพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สาโรจ ซุ่นทรัพย์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผกก.สน.วังทองหลาง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ท่ามกลางสื่อมวลชนจากทุกแขนงจำนวนร่วมร้อยมาติดตามความคืบหน้าจำนวนมาก

             พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปชี้ตั้งแต่จุดเริ่มก่อเหตุคือร้านอาหารกระแต ซึ่งเป็นที่นายเอกยุทธได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อน โดยมีนายสันติภาพรออยู่ข้างนอกก่อนนายสันติภาพจะขับรถไปรับ นายสุทธิพงษ์ พิมพิสาร หรือเบิ้ม ผู้ต้องหาอีกคนโดยให้นายเบิ้มซ่อนตัวอยู่ด้านหน้ารถ จากนั้นไปชี้จุดที่ตรงหน้าห้างบิ๊กซี ลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดที่นายสันติภาพให้การว่านายเบิ้ม ได้นำปืนออกมาจ่อที่ศีรษะนายเอกยุทธ จุดต่อมาเป็นจุดที่หน้าบ้านภายในหมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ เป็นจุดที่เดินทางมาเอาเซิร์ฟเวอร์วงจรปิด

             จากนั้นได้เดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณอาคารภายในประเทศชั้นที่ 4 ช่องทางเข้าที่ 8 ซึ่งเป็นจุดที่นายสันติภาพบังคับให้นายเอกยุทธโทรศัพท์ไปสั่งให้คนที่บ้านนำเช็คเงินสดมาให้ แล้วขับรถวนออกไป จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงนำนายสันติภาพไปชี้จุดที่เสมียนของนายเอกยุทธนำเช็คมามอบให้ ซึ่งอยู่บริเวณริมทางยกระดับขาออกห่างจากตัวอาคารผู้โดยสารออกจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 3 กม. แต่เนื่องจากเช็คเขียนปีพ.ศ.ผิด จึงให้นายเอกยุทธโทรศัพท์ไปยืนยันกับทางธนาคาร และบังคับให้นายเอกยุทธโทรศัพท์สั่งให้เสมียนไปเบิกเงินจากธนาคารมาให้ ซึ่งจุดมอบเงินอยู่ห่างจากจุดมอบเช็คประมาณ 1กม. จุดต่อมาเมื่อได้เงินแล้วนายสันติภาพได้นำตัวนายเอกยุทธไปขังไว้ที่บ้านพี่สาว ที่บ้านเลขที่ 399/226 หมู่บ้านชัยพฤกษ์-ลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปชี้จุด ซึ่งนายสันติภาพได้ให้การรับว่าได้ขังนายเอกยุทธเอาไว้ที่ห้องนอนบนบ้านชั้น2

             ต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้ตรงบริเวณจุดกลับรถใต้สะพาน เลยทางเข้าหมู่บ้านดังกล่าว แต่อยู่ฝั่งตรงข้ามและเยื้องกันประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่นายสันติภาพให้การว่านายเอกยุทธพยายามกระโดดลงจากทางด้านประตูหลังรถ และวิ่งข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองลำมะขามมีความสูงประมาณ 2 เมตร ก่อนที่นายเอกยุทธจะโดดหนีจากเชิงสะพานทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า จากนั้นนายสันติภาพวิ่งตามมาทัน แต่นายเอกยุทธได้คว้าไม้ยาวประมาณ 1เมตรจ ะตีและแทงเข้าที่ลำตัวนายสันติภาพ แต่นายสันติภาพหลบทัน จึงจับนายเอกยุทธกดลงพื้นที่รัดคอจนหมดสติ แต่ยืนยันว่าตอนนั้นนายเอกยุทธยังไม่เสียชีวิต ก่อนที่นายสันติภาพจะวิ่งย้อนกลับไปที่รถก่อนจะขับรถย้อนกลับมา และช่วยกันกับนายสุทธิพงษ์ลากนายเอกยุทธขึ้นรถ

             จุดต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พามาชี้บริเวณหน้าปากซอยฉลองกรุง 6 ซึ่งเป็นจุดที่ตนกำลังขับรถ แต่นายสุทธิพงษ์อยู่ข้างหลังได้พยายามกอดปล้ำกับนายเอกยุทธ ซึ่งพยายามจะหลบหนี และนายสุทธิพงษ์ได้นำเชือกรองเท้าของนายเอกยุทธออกมารัดคอ จนทราบว่านายเอกยุทธเสียชีวิตจึงจอดรถลงมาดู และรีบพากันขับรถออกไปเพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ จุดต่อมาเป็นจุดบริเวณถนนเรียบมอเตอร์เวย์ฝั่งมุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้กับสนานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ลาดกระบัง เป็นจุดที่ตนและนายสุทธิพงษ์ช่วยกันยกศพนายเอกยุธไปไว้ที่ด้านเบาะหลังรถ จากนั้นพวกตนทั้งสองจึงนำศพนายเอกยุทธขับลงภาคใต้ที่ จ.พัทลุง เพื่อนำศพไปฝังอำพรางคดี

             พล.ต.ต.อนุชัย  กล่าวว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนทั้งหมด 14 จุด ตามคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการทำแผนที่บ้านพักของพี่สาวนายสันติภาพ ที่นายสันติภาพให้การว่า นำตัวนายเอกยุทธไปเก็บไว้ที่บ้านพักหลังอุ้มตัวมาในคืนวันที่ 6 มิ.ย.และช่วงเย็นของวันที่ 7 ที่ได้นำตัวนายเอกยุทธ กลับมาที่บ้านของพี่สาวอีกครั้ง หลังได้เงิน 5 ล้านบาทแล้วจากนั้นได้ฆาตกรรมนายเอกยุทธ และนำศพไปฝังอำพรางที่จังหวัดพัทลุง