ข่าว

ตุรกีสปริง : อิสลามกับโลกวิสัยนิยม

ตุรกีสปริง : อิสลามกับโลกวิสัยนิยม

14 มิ.ย. 2556

ตุรกีสปริง : อิสลามกับโลกวิสัยนิยม : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์ [email protected]


               หลังจากที่อาณาจักรออตโตมันพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หรือในปี 1923 นายทหารที่ชื่อ มุสตอฟา กามาล อะตาเติร์ก (Mustafa Kemal Atat?rk) ได้นำกองทัพปลดแอกของตุรกีสู่ชัยชนะและมีการก่อตั้งตุรกีเป็นสาธารณรัฐ โดยยกเลิกตำแหน่งสุลต่าน ยกเลิกตำแหน่งทางการเมืองของผู้นำอิสลาม และละเมิดหลักการศาสนาหลายประการด้วยกัน เขาพยายามแปรประเทศให้มีความทันสมัยทัดเทียมกับชาติตะวันตก โดยการแยกศาสนาออกจากการเมือง ซึ่งกลายเป็นกระแสสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้
ตุรกีเปรียบเสมือนประเทศที่มีเมืองหลวงคู่ ด้านหนึ่งคือพื้นที่แทบทะเลมาร์มารา ซึ่งเป็นพื้นที่แคบๆ ทว่าเป็นที่ราบลุ่มและอุดมสมบูรณ์คั่นกลางระหว่างทะเลดำและทะเลอีเจียน ประชากรในพื้นที่บริเวณนี้มีความสัมพันธ์และมีการติดต่อค้าขายมายาวนานกับชาวยุโรป พื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของอิสตันบูลซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของตุรกี

               ในขณะที่ลึกไปในพื้นทวีปแถบเอเชียกลางหรือที่เรียกกันว่าบริเวณที่ราบสูงอนาโตเลีย ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่ใหญ่โต แต่แห้งแล้งกว่าบริเวณมาร์มารา พื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของอังการา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกีปัจจุบัน ประชากรในเขตอนาโตเลียมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจน้อยกว่าแถบมาร์มารา และมีความใกล้ชิดกับชาวอาหรับมุสลิมที่อยู่ในตะวันออกกลางมากกว่า

               ด้วยเหตุนี้ การเมืองของตุรกีจึงมีความเป็นพลวัตจากทั้งความเคลื่อนไหวที่ออกไปในทางเสรีนิยม ซึ่งเป็นอิทธิพลจากฝั่งมาร์มารา และการเคลื่อนไหวที่เน้นแนวทางนิยมอิสลามจากฝั่งอนาโตเลียควบคู่กันไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้ปกครองตุรกีก็จำต้องพยายามหาสมดุลระหว่างแนวทางของสองกระแสนี้

               ปัจจุบัน ตุรกีอยู่ภายใต้การนำของพรรค “ยุติธรรมและการพัฒนา” (Justice and Development Party: AKP) ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองนิยมแนวทางอิสลามที่มีรากฐานมาจากฝั่งอนาโตเลีย และเพิ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน แม้ว่าพรรค AKP จะนิยมอิสลาม แต่ตลอดช่วงเวลาของการบริหารประเทศกว่า 10 ปี พวกเขาก็ยังรักษาการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ สะสมความนิยมจากการสร้างภาพให้ประชาชนชาวตุรกีเชื่อว่า ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของตุรกีในปัจจุบันมาจากการบริหารของพรรค AKP ตั้งแต่ปี 2003

               นอกจากการพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลชุดนี้ยังมีนโยบายส่งเสริมความเป็นอิสลาม เพื่อสร้างความสมดุลหลังจากที่ประเทศตกอยู่ภายใต้อำนาจครอบงำของแนวคิดโลกวิสัยนิยมมานาน เช่น การพยายามยกเลิกกฎหมายห้ามสตรีคลุมฮิญาบ นโยบายเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของพนักงานต้อนรับบนสายการบินตุรกีแอร์ไลน์ให้อยู่ภายใต้กรอบอิสลามมากขึ้น การปลุกกระแสภาพยนตร์เชิดชูยุคอิสลามยุคจักรวรรดิออตโตมาน การออกกฎหมายจำกัดการขายสุรา ห้ามขายใกล้เขตมัสยิด ฯลฯ ซึ่งฝ่ายเสรีนิยมมองว่าเป็นการสอดแทรกอิทธิพลอิสลามของรัฐบาล ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนบางส่วน

               ฉะนั้น การลุกฮือชุมนุมประท้วงของประชาชนอย่างยืดเยื้อที่เกิดขึ้นในตุรกีวันนี้ คงไม่ใช่เกิดจากสาเหตุตื้นๆ เพียงเพราะความไม่พอใจนโยบายพัฒนาพื้นที่สาธารณะของรัฐบาลตามที่เป็นข่าวเท่านั้น แต่ลึกๆ แล้ว มันเป็นการต่อสู้แข่งขันกันระหว่างแนวทางโลกวิสัยนิยม (ซึ่งถือเป็นอำนาจเก่า) กับฝ่ายนิยมแนวทางอิสลาม (ซึ่งครองอำนาจอยู่ในปัจจุบัน) เป็นการต่อสู้เพื่อค้นหาอัตลักษณ์ของตุรกียุคใหม่ว่า ตุรกีต่อจากนี้จะเป็นอะไร? จะเป็นอิสลามหรือโลกวิสัยนิยม จะเป็นตะวันตกหรือเอเชียอาหรับ หรือหากจะผสมผสานกัน จะผสมผสานให้เกิดความสมดุลอย่างไร?

               การต่อสู้และการค้นหาอัตลักษณ์นี้คงต้องใช้เวลาอีกนาน แต่ที่สำคัญคือ กระแสการต่อสู้นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตุรกี แต่เป็นกระแสที่แพร่หลายอยู่ในโลกอาหรับทั่วไป โดยเฉพาะหลังปรากฏการณ์ ‘อาหรับสปริง’ ที่ได้เปิดทางให้พรรคการเมืองนิยมแนวทางอิสลามขึ้นไปสู่อำนาจในหลายประเทศของตะวันออกกลาง