ข่าว

'มาร์ค'จวก'ปู'โดดประชุม'กขช.'

'มาร์ค'จวก'ปู'โดดประชุม'กขช.'

13 มิ.ย. 2556

'อภิสิทธิ์' จวก 'นายกฯ' โดดประชุม 'กขช.' หนีความรับผิดชอบ พร้อมแนะตำรวจสางคดีอุ้มฆ่า 'เอกยุทธ' ให้ชัดเจน-โปร่งใส คลายความสงสัยของสังคม

 

                     13 มิ.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่เข้าร่วมประชุม เท่ากับเป็นความพยายามที่จะหลีกหนีความรับผิดชอบ ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ แต่นายกฯกลับไม่จัดลำดับความสำคัญ ซึ่งตัวเลขการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลไม่ยอมเชื่อตัวเลขของหน่วยงานราชการ แล้วก็พยายามที่จะหาเหตุผลมาหักล้าง สิ่งที่สังคมต้องการเห็นคือ ใช้เงินไปแล้วเท่าไหร่ ขายข้าวไปได้เท่าไหร่ มีข้าวอยู่ในสต็อคเท่าไหร่ นี่คือภาพรวมทั้งหมด เราก็ยังยืนยันว่า ภายใน 1-2 วัน ก็ควรจะมีความชัดเจน

                     อย่างไรก็ตามแม้จะมีความชัดเจนในตัวเลขก็ต้องดูต่อไปว่า จะมีการประเมินนโยบายว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ซึ่งนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและประธาน กขช. กลับไม่มองว่าตัวเองจะต้องเข้ามารับรู้ รับทราบ แก้ไขปัญหานี้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็น่าเป็นห่วง

 

'มาร์ค' แนะตร.ทำคดีอุ้มฆ่า 'เอกยุทธ' ให้กระจ่าง

 

                     นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร เจ้าของธุรกิจและเว็บไซต์อินไซเดอร์ ว่า การบอกว่าคดีดังกล่าวแค่ชิงทรัพย์แล้วก็สรุปปิดคดี ก็ดูจะแปลก ทั้งที่ต้องมีการสืบสวน เปิดกว้างในการค้นหาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับกุมตัวผู้ลงมือที่อาจโยงถึงผู้จ้างวาน

                     นอกจากนี้ยังจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งต้องดำเนินการให้ชัดเจนและโปร่งใสที่สุด เพื่อให้คนมีความมั่นใจว่าทุกคนได้รับความเป็นธรรม เพราะขณะนี้ยังมีความสับสน ดังนั้นต้องติดตามความคืบหน้าของคดีต่อไป

 

'อภิสิทธิ์' แนะคุย 'บีอาร์เอ็น' ตั้งเป้าลดรุนแรงในพื้นที่

 

                     นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการเจราที่พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เดินทางไปพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นรอบที่ 3 ว่า ต้องบอกให้ชัดว่าข้อเสนอบีอาร์เอ็น 5 ข้อนี้ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญของไทย และเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำคือ การลดความรุนแรง ที่บีอาร์เอ็นต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ โดยเฉพาะคนในพื้นที่ ผู้นำทางศาสนา ปรารถนาจะเห็นเดือนรอมฎอนที่สงบ สันติ ขอให้ตรงนี้เป็นประเด็นหลักที่น่าจะไปพูดคุย

                     ส่วนข้อเรียกร้อง 5 ข้อนี้มันไม่ควรจะมาเป็นโจทย์ที่เป็นตัวตั้ง ในลักษณะที่ไปตั้งเงื่อนไข แต่ต้องเป็นการพูดคุยเพื่อให้มีความจริงใจในการทำงานที่จะร่วมกันลดความรุนแรง เพราะที่สุดแล้วสิ่งที่เป็นเป้าหมายร่วมกันก็คือต้องการให้พื้นที่นั้นสงบ ซึ่งการปฏิบัติก็ต้องสอดคล้องกับการพูดคุย และการปฏิบัติ แต่ดีที่สุดก็คือทำอย่างไรจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจว่าจะมีการพูดคุยเพื่อนำไปสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง และการพูดคุยนั้นไม่ใช่ว่า คุยไปเรื่อย ๆ ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีรูปแบบ มันก็ต้องพยายามมาปรับวิธีการพูดคุยตรงนี้ให้สำเร็จให้ได้

 

'อภิสิทธิ์' โวย 'รบ.' ไม่สานต่อขอเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป 2020

 

                     นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กล่าวถึงกรณีที่ทางคณะกรรมการจัดงาน World Expo ได้ตัดสิทธิ์ประเทศไทยออกจากการเป็นผู้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน World Expo 2020 ว่า เป็นการเสียโอกาสครั้งใหญ่ ซึ่งการประกาศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลตน โดยมีเมืองเข้าแข่งขัน 5 เมือง ซึ่งประเทศไทยเสนอจ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาก็ยังมีการดำเนินการตามโครงการนี้ต่อ จนไปถึงขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ของ World Expo เข้ามาเยี่ยมประเทศไทย เพื่อไปตรวจสอบพื้นที่ มาตรวจสอบแนวความคิดโครงการ แล้วก็พบปะกับฝ่ายต่างๆ ซึ่งรวมทั้งฝ่ายค้าน ซึ่งตนก็ได้สนับสนุนไปอย่างเต็มที่ว่า เป็นเรื่องที่น่าทำ เขาเองแสดงความประทับใจในแนวคิดที่เราจะเอาเรื่องของการพัฒนาที่สมดุล แนวพระราชดำริ เรื่องความพอเพียง การที่เราจะใช้พื้นที่ตรงนั้นหลังจากการแสดงนิทรรศการไปเป็นแหล่งเรียนรู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการตามแนวพระราชดำริ

                     นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ ความแสดงความจริงจังของรัฐบาลว่าอยากจะจัดงานนี้ และก็มีเสียงครหานินทาที่ไม่อยากจะเป็นเจ้าภาพนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าอยากให้ที่อื่นเป็นเจ้าภาพ แม้ฝ่ายค้านใช้การตั้งกระทู้ถามรัฐบาลก็ยืนยันมีนโยบาย แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่า นายกรัฐมนตรีไม่ทำหนังสือตอบไปยังคณะกรรมการฯที่สอบมา ดังนั้นวันนี้ต้องฟ้องพี่น้องชาวอยุธยาว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นคนตัดสินใจไม่ให้อยุธยามีโอกาสในการที่จะเป็นเจ้าภาพ World Expo คนที่รับผิดชอบคือรัฐบาล และนายกฯต้องตอบว่า มองว่าไม่คุ้มค่าหรืออย่างไร ถึงตัดสินใจตัดโอกาสของคนอยุธยา แต่ตนก็ไม่อยากจะวิเคราะห์ว่า เปิดโอกาสให้เมืองดูไบเป็นเจ้าภาพเพียงแต่เสียดายโอกาสของชาวอยุธยา

                     “ผมอยากจะเห็นว่า เวลามันมีเรื่องของการแสวงหาโอกาสให้กับประเทศ รัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจัง แล้วก็ไม่ต้องมาสนใจว่ามันเริ่มในรัฐบาลไหน ถ้าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ หากเริ่มแรกเห็นว่าไม่คุ้มจะจัดที่อยุธยาก็บอกความจริงให้คนไทยว่า รัฐบาลไม่สนับสนุน แต่นี่กลับพยายามบอกว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร ถือว่าเป็นความใจแคบของรัฐบาลชุดนี้ทำให้ไทยเสียโอกาส“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

'อภิสิทธิ์' ไม่เชื่อผลสรุปคดีอุ้มฆ่า 'เอกยุทธ' ปมชิงทรัพย์

 

                    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. แถลงปิดคดีว่าการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ว่าเป็นการชิงทรัพย์นั้น หลายคนยังสงสัย เพราะจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมีกระบวนการการวางแผนที่ไม่สอดคล้องกับการสรุปว่าเป็นการชิงทรัพย์ธรรมดา ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็อยากให้คนที่ยึดความถูกต้องไม่หวั่นไหว แต่รัฐบาลต้องดูแลให้บรรยากาศบ้านเมืองไม่ให้เกิดความหวาดกลัว และอย่าให้มีการข่มขู่คุกคาม เช่นในขณะนี้ก็มีการคุกคามในพื้นที่เลือกตั้งดอนเมือง สิ่งเหล่านี้ไม่ส่งเสริมประชาธิปไตย รัฐบาลต้องแก้ไข

                    ผู้สื่อข่าวถามว่ามีบางฝ่ายมองว่าประเทศไทยเข้าสู่ยุคมืดประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สังคมต้องไม่ยอมให้เกิดขึ้น

 

'อภิสิทธิ์' เมินรัฐปรับครม. จี้ 'ยิ่งลักษณ์' รับผิดชอบจำนำข้าว

 

                    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวถึงกระแสข่าวการปรับครม.ของรัฐบาลว่า ไม่สนใจว่าจะมีการปรับหรือไม่ หรือจะปรับตำแหน่งในกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ เพราะปัญหาอยู่ที่นโยบายจึงต้องปรับเรื่องนโยบาย และไม่เข้าใจว่าทำไมน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงไม่ดูแลปัญหาโครงการรับจำนำข้าวด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้ข้อยุติ เพราะนับวันมีแต่ความสับสนมากขึ้น ยิ่งช้าการตัดสินใจแก้ปัญหาความเสียหายก็จะทำได้ยากขึ้น และเป็นความรับผิดชอบของนายกฯโดยตรงในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ดังนั้นเมื่อเกิดกระแสวิจารณ์มากขนาดนี้ นายกฯก็รู้ดีว่าต้องทำความกระจ่างให้กับสังคม จึงควรเข้ามาดูแลด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและแจ้งจุดยืนต่อประชาชนว่าจะเดินหน้าหรือทบทวน ส่วนที่จะนำเรื่องนี้ไปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในการประชุมสภาเดือนส.ค.หรือไม่ นั้นยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่ถึงเวลา

                    นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมนายกฯไม่รับรู้รายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่ตัวเลขทั้งในรายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี และรายงานในครม.ก็ตรงกันว่าการขาดทุนอยู่ที่ประมาณ 2 แสนกว่าล้านบาท ดังนั้นนายกฯจะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะมีเอกสารราชการยืนยัน ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่หัวหน้ารัฐบาล ต้องเรียกข้อมูลและรายงานทั้งหมดมาพิจารณาเพื่อสรุปให้ชัดว่าตัวเลขเป็นอย่างไร แต่ถ้านายกฯไม่ลงมาแก้ปัญหานี้ตนก็มีความเป็นห่วงว่าเท่ากับตอนนี้ประเทศไทยมีหัวหน้ารัฐบาลที่ไม่รับผิดชอบงานสำคัญ และปล่อยให้เกิดความเสียหายไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้น

                    ส่วนที่มีการโอนความรับผิดชอบกลับไปให้น.ส.สุภา ปิยะจิตต์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่สรุปตัวเลขขาดทุนก่อนหน้านี้ให้กลับมาดูแลอีกครั้งหนึ่งจะถูกบีบให้เปลี่ยนแปลงตัวเลขหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มั่นใจในตัวน.ส.สุภา ว่าจะทำหน้าที่ตรงไปตรงมา เพราะไม่มีใครหนีความจริงได้ เพราะถ้าเปลี่ยนแปลงตัวเลขก็ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าของเดิมคำนวณผิดอย่างไร เพราะมีข้อมูลที่สอดคล้องหลายครั้งไม่ใช่ครั้งเดียว ครั้งนี้หากตัวเลขราชการไม่ชัดเจนหรือพยายามแต่งตัวเลขก็จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือในข้อมูลทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่เป็นผลดี ขณะนี้ไม่มีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง แต่เป็นความห่วงใยเรื่องการบริหารผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม จึงขอให้รัฐบาลทำอย่างตรงไปตรงมา หากมีความเสียหายก็รีบแก้ไข พรรคไม่ได้เรียกร้องอะไรมากไปกว่านั้น

                    นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ทุนนอกเริ่มไหลออกจากประเทศไทย ทำให้ราคาหุ้นในตลาดตกต่อเนื่องกัน ว่า เงินที่เข้ามาระยะสั้นจะไหลออกได้ และตนบอกกับรัฐบาลตลอดว่าที่รัฐบาลบอกว่าปัญหาอยู่ที่อัตราดอกเบี้ยนั้น ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ยังคิดว่าคงไม่ถึงขนาดที่ต่างชาติไม่มั่นใจต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจประเทศจึงถอนเงินทุนออกจากประเทศ แต่น่าจะเป็นปัญหาภูมิภาคด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานะเศรษฐกิจประเทศ แต่รัฐบาลไม่ควรประมาท เพราะมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปัญหานโยบายรัฐบาล

 

'มาร์ค' ลุยฝนช่วย 'อี้' หาเสียงดอนเมือง

 

                    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ดอนเมืองช่วยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. กทม.เขตดอนเมือง หาเสียงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 16 มิ.ย. โดยระหว่างการหาเสียงฝนได้ตกตลอดเวลา ทำให้นายอภิสิทธิ์ และนายแทนคุณ ต้องใส่ชุดกันฝนลุยหาเสียงด้วยการเคาะประตูบ้าน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

                    นายแทนคุณ กล่าวถึงปัญหาที่พบในการหาเสียงว่า มีลักษณะของการคุกคามผู้สนับสนุนพรรคด้วยการติดตามถ่ายภาพบ้านผู้สนับสนุน ซึ่งเชื่อว่าการหาเสียงเหลืออีกเพียงแค่ 3 วัน บรรยากาศจะเข้มข้นมากขึ้น เพราะขณะนี้ได้รับข่าวทั้งการแจกข่าวสาร 3 ลิตร 2 ถุง แจกพัด และเงิน มีประชาชนส่งหลักฐานเป็นภาพมาทางแอพลิเคชั่นไลน์ และตนก็ได้รับพัดที่แจกมาเป็นหลักฐานแล้ว รวมถึงมีภาพธนบัตรด้วย แต่ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไร

                    ส่วนการเข้าหาเสียงในพื้นทหารนั้นได้ทำหนังสือขออนุญาตเพื่อไปแจกสื่อประชาสัมพันธ์และชี้แจงนโยบายแต่ไม่ได้รับการตอบรับ ในขณะที่ผู้สมัครอีกเบอร์ เข้าไปหาเสียงเรียบร้อยแล้ว รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้หาเสียงในเขตทหาร จึงขอโอกาสจากพี่น้องทหารว่าตนอยากรับใช้ประชาชน เพราะเห็นความอยุติธรรมหลายเรื่องที่เกิดกับแวดวงข้าราชการ เช่น กรณีการโยกย้ายพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายถวิล เปลี่ยนศรี หากพี่น้องข้าราชการทหารและตำรวจ ต้องการให้มีการตรวจสอบและคานอำนาจ ขอให้กาเบอร์ 8

                    นายแทนคุณ กล่าวว่า ส่วนการปราศรัยใหญ่ในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะเน้นการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในเขตตอนเมือง ที่จะประสานกับกทม. รวมถึงปัญหาความปลอดภัย เพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก เช่น กรณีคดีของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ปัญหาสินค้าราคาแพง และการผลักดันโรงพยาบาลดอนเมือง

                    นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นห่วงว่าฝนจะทำให้ประชาชนไปเลือกตั้งน้อย จึงขอวิงวอนให้ไปใช้สิทธิ์มากๆ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม สะท้อนเจตนารมณ์ของคนดอนเมืองอย่างแท้จริง และในการปราศรัยใหญ่วันพรุ่งนี้ ซึ่งเดิมกำหนดที่ตลาดโกสุมรวมใจ ก็กำลังพิจารณาสถานที่อื่นเพิ่มเติม ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เนื่องจากเป็นที่โล่งอาจเกิดปัญหาฝนตก