
'อรรคพล'บ่นเสียดายไทยหลุดเวิล์ดเอ็กซ์โป
'อรรคพล'บ่นเสียดายไทยหลุด'เวิล์ด เอ็กซ์โป 2020'บี้'รบ.'แจงเหตุผล ด้าน'นิวัฒน์ธำรง'โบ้ยให้ถาม'รมว.ท่องเที่ยว' ยกเหตุตัวพ้นหน้าที่ดูแลแล้ว
13 มิ.ย.56 รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ(สสปน.) เปิดเผยว่า กรณีที่มติ ครม.วันที่ 7 ก.พ. 2555 เห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงระดับชาติและเห็นชอบการเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมโลกเวิล์ด เอ็กซ์โป 2020 เป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาลนั้น และต้องประสานกับเลขาธิการสำนักงานมหกรรมโลก BIE โดยรัฐบาลต้องมีจดหมายแจ้งกลับไป BIE ที่มีการประชุมในวันที่11 มิ.ย. 2556 กรุงมาดริด ประเทศสเปน ว่า ไทยจะต้องยืนยันการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลกหรือไม่นั้น แต่รัฐบาลไม่ได้ส่งจดหมายกลับไป ทำให้ที่ประชุมตัดรายชื่อไทยออกจากการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลกดังกล่าวไปโดยปริยาย
รายงานข่าวแจ้งว่า มหกรรมโลกดังกล่าวนั้นจะสร้างเครดิตให้ประเทศไทยเป็นอย่างมาก เมื่อรัฐบาลทำแบบนี้โดยไม่แจ้งเหตุผลหรือไม่ส่งจดหมายขอถอนตัวการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลกนั้น ในอนาคตนานาชาติจะไม่เชื่อมั่นกับการจัดเวทีประชุมนานาชาติของไทยเลย เพราะทราบมาว่า คณะกรรมการ BIE ที่ลงพื้นที่สำรวจ จ.อยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมโลกดังกล่าวนั้นพอใจไทยเป็นอย่างมาก และยังทราบว่า นานาชาติในเอเชีย เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ร่วมสนับสนุนไทยให้จัดมหกรรมโลกครั้งนี้ จนตอนนี้เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เสนอตัวแข่งขันร่วมกับไทยด้วยนั้นประกาศตัวเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งแทนไทยไปแล้ว หลังไทยโดนที่ประชุมตัดรายชื่อออกไป และไม่ทราบว่ารัฐบาลมีเหตุผลใดที่ไม่ดำเนินการตอบจดหมาย และไม่รู้ว่าใครบางคนที่มีอิทธิพลกับรัฐบาลนี้ล็อบบี้รัฐบาลไม่ให้ตอบจดหมายกับ BIE หรือไม่ และไม่เข้าใจว่าหากไทยไม่พร้อมจัดมหกรรมโลกครั้งนี้เหตุใดไม่ประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการ
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ทราบว่าช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา BIE แจ้งมายังไทยให้ส่งมอบเอกสารด้านการให้การสนับสนุนเพิ่มเติมในเรื่องนี้ของรัฐบาลรวม ทั้งคำมั่นต่างๆ เช่น สนับสนุนการเงิน และการจัดการในช่วงต้นเดือน เม.ย. เพราะต้องบรรจุสู่วาระการประชุมของ BIE ในเดือน มิ.ย.และพ.ย.ปีนี้ โดย BIE จะประกาศรายชื่อประเทศที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมโลกเวิล์ด เอ็กซ์โป 2020 ในเดือนพ.ย. แต่เมื่อรัฐบาลทำแบบนี้จน BIE ต้องตัดรายชื่อไทยออกไปนั้น มันเป็นการดิสเครดิตตัวเอง
รายงานข่าวแจ้งต่ออีกว่า ทราบมาว่าหลัง ครม.ออกวาระแห่งชาติในเรื่องนี้มาแล้วก็แทบไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย การชี้แจงในที่ประชุมระดับโลกก็ไม่ส่งรัฐมนตรีไปชี้แจง แม้ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะได้บพบผู้นำสำคัญหลายประเทศของเอเชียที่พร้อมสนับสนุนไทยทั้งแบบเป็นทางการ และไม่เป็นทางการในจัดมหกรรมโลกครั้งนี้ แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉยและปล่อยให้หมดเวลาในการชี้แจงด้วยเอกสารยืนยันกลับไปยัง BIE จนโดยตัดสิทธิโดยปริยาย
ด้านนายอรรคพล สรสุชาติ อดีตประธานสสปน. กล่าวว่า ตั้งแต่ตนออกจาก สสปน.ก็พอทราบว่า แทบไม่มีความคืบหน้าในการจัดมหกรรมโลกของรัฐบาลเลย และตามข่าวสารที่ปรากฎว่า ไทยโดน BIE ตัดสิทธิในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดมหรรมโลกนั้นน่าเสียดายมาก เพราะก่อนหน้านี้ทราบว่า BIE พอใจไทยทุกด้าน แต่ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลไม่เดินหน้าเรื่องนี้ต่อ ตนจึงเสียดายโอกาสการจัดงานระดับโลกที่จะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ซึ่งตอนนี้ได้หลุดลอยไปแล้ว และตอนนี้คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ของรัฐบาลก็ไม่ออกมาชี้แจงเหตุผลต่างๆ เลย เพราะหากไทยได้เป็นเจ้าภาพดังกล่าวนั้นจะสร้างชื่อเสียง รายได้ การลงทุน การท่องเที่ยว การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของไทย แต่เมื่อวันนี้ไม่มีโอกาสนั้นรัฐบาลควรชี้แจงกับสังคมให้ทราบถึงเหตุผลด้วย
ด้านนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในเรื่องเดียวกัน ว่า เรื่องการจัดประชุมเวิล์ดเอ็กซ์โปรนั้นคงจะต้องสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเเรื่องนี้โดยตรง ก่อนหน้านี้ตนเคยรักษาการแทน แต่เมื่อมีการโปรดเกล้ารัฐมนตรีคนใหม่มาแล้ว ตนก็พ้นการดูแลเรื่องนี้ ยอมรับว่า การดำเนินการจัดตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นสุดท้ายต้องใช้เงินมากพอสมควร และต้องประเมินประเทศคู่แข่งด้วยว่าประเทศไทยหรือคู่แข่งด้วยว่าใครมีความพร้อมกว่ากัน ไมใช่เสนอตัวแล้วจะได้เป็นเจ้าภาพเลย



