ข่าว

'จรัมพร'ยันผลลายนิ้วมือใช่'เอกยุทธ'

'จรัมพร'ยันผลลายนิ้วมือใช่'เอกยุทธ'

13 มิ.ย. 2556

'จรัมพร'ชี้ชัดผลตรวจลายนิ้วมือเป็น 'เอกยุทธ' ด้าน'พี่ชายเอกยุทธ'ขอบคุณตำรวจคลี่คลายคดี ขณะที่ตร.ฝากขังพ่อ-แม่'สันติภาพ'คดีรับของโจร

                13 มิ.ย.56 พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร.  กล่าวว่า จากการตรวจสอบเปรียบเทียบลายนิ้วมือของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง กับศพเพื่อยืนยันตัวบุคคล สรุปผลออกมาแล้วว่า ตรงกับลายนิ้วมือของนายเอกยุทธ ทั้ง 10 นิ้ว ประกอบกับหลักฐานที่ตรวจพบในรถตู้คือกระดุม และแหวนที่สวมใส่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอของศพก็ตรงกับดีเอ็นเอของญาติ

               “การตรวจลายนิ้วมือจะรู้ได้ทันทีว่าเป็นนายเอกยุทธหรือไม่ ซึ่งนิ้วมือด้านขวาและซ้ายของนายเอกยุทธนั้นสามารถพิมพ์ลายได้  มีเพียงนิ้วด้านซ้ายมีผิวหนังชั้นนอกหลุดออกไปบ้าง  แต่ผิวหนังชั้นในยังพอเก็บได้อยู่ ซึ่งความจริงการตรวจเพียงนิ้วเดียวก็สามารถยืนยันเอกลักษณ์ตัวบุคคลได้แล้ว เพราะตำรวจมีประวัติเดิมอยู่"  พล.ต.ท.จรัมพร กล่าว

 

 

"นิติเวช"ยันผลตรวจลายนิ้วมือเป็น"เอกยุทธ"

 

               พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผย ผลการผ่าพิสูจน์ศพนายเอกยุทธว่า จากการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ เทียบเคียงกับฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันได้ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นนายเอกยุทธจริง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากการขาดอากาศหายใจ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เสียชีวิตมาแล้วกี่วัน แต่เพื่อความชัดเจน แพทย์จะตรวจทุกขั้นตอน รวมทั้งประวัติการทำฟันของนายเอกยุทธอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ผลดีเอ็นเอ ต้องรอผล1-2 วัน และภายในวันนี้ หลังแพทย์ผ่าพิสูจน์แล้ว ญาติสามารถนำศพนายเอกยุทธ ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลได้เลย ทางสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ จะรายงานต่อคณะกรรมการชันสูจน์ พร้อมรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงต่อไป

 

 

"พี่ชายเอกยุทธ" ขอบคุณตำรวจคลี่คลายคดี

 

               นายอัครนันท์ เรืองนันทวงษ์ อายุ 55 ปี พี่ชายนายเอกยุทธ เปิดเผยว่า ขอบคุณตำรวจโดยเฉพาะ ผบ.ตร.และผบช.น.ที่ให้ความสำคัญของคดีนี้ แล้วสามารถเร่งรัดการติดตามตัวผู้ต้องหาแล้วขยายผลจนสามารถพบศพน้องของตนได้ ส่วนเรื่องตำแหน่งใน บ.ไทยอินไซค์เดอร์ จำกัด ของนายเอกยุทธ ต้องเป็นเรื่องของทีมบริหารของบริษัทให้ดำเนินการ ส่วนเรื่องสาเหตุการฆ่าและผู้อยู่เบื้องหลังปล่อยให้เป็นตามขั้นตอนการสอบทางเจ้าหน้าตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

 

 

"รอง ผบ.ตร."สนธิ3หน่วยสางต่อคดีฆ่า"เอกยุทธ"หามูลเหตุแรงจูงใจ 

 

               พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังประชุมว่า คดีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมาดูแลคดี เพราะเหตุเกิดคาบเกี่ยวกันหลายท้องที่ เริ่มจากมีการวางแผนจับตัว นายเอกยุทธ ข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ นอกจากนี้ ยังมีการขู่บังคับให้เซ็นเช็คและได้เงินไปจำนวน 5 ล้านบาท จากนั้นจึงลงมือฆ่าและนำศพไปฝังซ่อนเร้นอำพรางที่ จ.พัทลุง รวมถึงมีการสืบสวนไปตรวจค้นเงินของกลางที่คนร้ายได้ไปและไปพบที่ จ.สงขลา จึงต้องตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นหน่วยหลัก (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (บช.ภ.9) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เบื้องต้นแบ่งมอบคดีกันทำงานแล้ว โดยเหตุที่คนร้ายก่อไว้ในพื้นทีกรุงเทพมหานคร บช.น.จะรับผิดชอบ ส่วนศพที่พบใน จ.พัทลุง และเงินของกลางที่พบ บช.ภ.9 รับผิดชอบ ส่วนบก.ป.จะรับผิดชอบเรื่องแรงจูงใจที่ผู้ต้องหากระทำความผิด ซึ่งจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ความเกี่ยวข้องของกลุ่มผู้ต้องหา รวมถึงเรื่องการเงินของผู้ต้องหาด้วย

               พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวต่อว่า การสอบสวนถึงขณะนี้มีการแจ้งข้อหาผู้กระทำผิดในคดีแล้ว คือ 3 คนที่ร่วมก่อเหตุวางแผนจับตัวและฆ่ารวมถึงนำศพไปฝัง และอีก 1 คนที่หลบหนีอยู่ และออกหมายจับไปแล้ว รวมถึงพ่อและแม่ของนายสันติภาพที่รับเงินไปเก็บไว้ สำหรับแนวทางต่อไปก็จะสอบสวนและหากพบว่า มีการเชื่อมโยงถึงผู้ใด ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีทันที ส่วนตัวผู้ต้องหาคือ นายสันติภาพนั้น ภายหลังจากการประชุมเสร็จจะมีการนำตัวไปชี้จุดที่ลงมือก่อเหตุต่อไป และจะเน้นในจุดที่นายเอกยุทธกระโดดลงจากรถ เพื่อหลบหนีก่อนถูกจับตัวอีกครั้ง และสั่งการให้ทำโดยละเอียด

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ประเด็นการก่อเหตุยังคงเป็นเรื่องฆ่าชิงทรัพย์ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ทั้งหมดยังเป็นประเด็นประสงค์ต่อทรัพย์อยู่ แต่ได้มอบให้บก.ป.ไปตรวจสอบเรื่องแรงจูงใจ และหาข้อมูลในประเด็นต่างๆ เพื่อหาสาเหตุการลงมือ และจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์กันอีกครั้ง

               เมื่อถามว่า เหตุใดนายสันติภาพเมื่อได้เงินมาแล้วจึงไม่แบ่งให้นายเบิ้มทันที พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้อยู่ในสำนวนการสอบสวน คงไม่สามารถจะเปิดเผยได้ อีกทั้งยังต้องมีการสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมด้วย และต้องรีบทำเพราะในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะต้องนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาที่จับกุมได้นั้นได้สั่งการให้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาเพิ่มเติมด้วย

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนประเด็นการสอบสวนที่ต้องสอบเพิ่มเติมมีจุดใดบ้าง พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า เรื่องของพยานบุคคลในจุดต่างๆ ที่นายเอกยุทธเดินทางตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยเฉพาะร้านอาหารกระแตย่านสะพานควาย รวมถึงเส้นทางต่างๆ ที่คนร้ายนำนายเอกยุทธมากักขังไว้ รวมถึงต้องไล่รายละเอียดตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.เป็นต้นมา ถึงวันที่นำศพไปฝัง ต้องมีพยานบุคคลรองรับกับเหตุการณ์ รวมถึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ กล้องซีซีทีวี และดีเอ็นเอที่ต้องตรวจสอบ สิ่งทั้งหมดจะมารวบในสำนวนการสอบสวน

               ถามว่า ทำไมหลังก่อเหตุที่นำศพไปฝังแล้ว ผู้ต้องหาไม่หลบหนี แต่ย้อนกลับมาเส้นทางเดิม พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้ต้องหากำลังหลบหนี แต่ตำรวจเป็นฝ่ายไปจับกุมผู้ต้องหาได้เอง และผู้ต้องหาก็ไม่มีเจตนาจะเข้ามามอบตัวด้วย อย่างไรก็ตาม จะมีการสอบสวนเพิ่มเติมจากตัวนายสันติภาพอีกครั้ง

               พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวต่ออีกว่า เรื่องทุกอย่างที่ปรากฎออกมา หากผู้ใดที่ข้อมูลหรือมีเบาะแสต่างๆ เกี่ยวกับคดีนายเอกยุทธที่พนักงานสอบสวนควรจะทราบ ก็สามารถแจ้งมาได้ แต่ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องทำคดีไปตามความเป็นจริง ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

               เมื่อถามว่า ญาติของนายเอกยุทธติดใจในเรื่องการสอบสวนของตำรวจหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่อยู่ด้วย ขอตอบเองว่า จะมีการประสานนัดคุยกันเร็วๆ นี้รวมถึงทนายของนายเอกยุทธด้วย อีกทั้ง ขณะนี้ทางญาติกำลังทำธุระเกี่ยวกับศพของนายเอกยุทธอยู่ จึงยังไม่สะดวกที่จะพูดคุย

                 ด้านพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวภายหลังได้รับรายงานการตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคลของศพที่พบใน จ.พัทลุงว่า ได้รับการยืนยันจากกองทะเบียนเจ้าหน้าที่ประวัติอาชญากรว่า ศพที่เจอเป็นร่างของนายเอกยุทธ ด้วยการตรวจพิสูจน์ทางลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ เพราะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน แต่ทราบว่า มีรอยช้ำที่ข้อมือของนายเอกยุทธ สันนิษฐานว่า เกิดจากการใส่กุญแจมือ เพราะสอดรับกับคำให้การของผู้ต้องหาที่รับว่ามีการใส่กุญแจมือนายเอกยุทธ

               นอกจากนี้ ยังพบว่า ที่ลำคอมีการบีบรัด ทำให้ขาดอากาศหายใจเป็นเหตุให้เสียชีวิต และใบหน้ามีรอยเชือกคาดอยู่ ซึ่งต้องกลับไปดูศพอีกครั้งว่ารอยดังกล่าวตรงกันกับเชือกรองเท้าที่ตำรวจตรวจพบใกล้ๆ กับหลุมฝังศพหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบเสื้อผ้ารองเท้าของนายเอกยุทธ แต่ในวันที่นำตัวนายสันติภาพผู้ต้องหามานั้น พบว่า รองเท้าของนายสันติภาพมีรอยดินโคลน ซึ่งก็จะนำดินที่หลุมฝังศพมาเปรียบเทียบกับดินที่พบในรองเท้าของนายสันติภาพว่าตรงกันหรือไม่

               ผู้สื่อข่าวถามว่า สภาพร่องรอยที่พบศพเป็นอย่างไรบ้าง พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า ขณะนี้ได้เก็บรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมดจากจุดที่พบศพแล้ว รวมถึงจุดที่มีการลักพาตัว ในรถตู้ และบ้านญาติที่มีการกักตัวไว้ รวมถึงเงิน 5 ล้านบาท และสายรัดเงินด้วย ซึ่งต่อไปจะอยู่ในขั้นตอนพิสูจน์ทราบ อีกทั้งยังพบเม็ดกระดุมเสื้อที่ตกอยู่ในบริเวณหลุมศพ เข้าใจว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย แต่ยังหาเสื้อผ้าไม่พบ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบสักระยะ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่องรอยบนตัวของผู้ตายมีอะไรบ้าง พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ามีรอยบีบรัดที่ลำคอ แต่ก็ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง รวมถึงหาสารพิษในร่างกายของผู้ตายว่ามีหรือไม่ รวมถึงการกินอาหาร มีข้อมูลว่ามีการนำอาหารมาให้ผู้ตายกินระหว่างกักตัว ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเป็นอาหารประเภทใดจะได้ตรวจสอบต่อไป ส่วนรายงานการเสียชีวิต นับจากวันที่พบศพพบว่าเสียชีวิตมาแล้ว 5 วัน

               “ส้นเท้าด้านซ้ายของผู้ตายมีรอยฟกช้ำ คาดว่า นายเอกยุทธคงจะกระโดดออกมาจากรถบริเวณสะพานกลับรถแห่งหนึ่ง เพราะเท่าที่ทราบมา รถรุ่นนี้หากชะลอ หรือจอดนิ่งอยู่ จะสามาถเปิดประตูรถได้จากภายใน นายเอกยุทธน่าจะรู้ดีเพราะเป็นเจ้าของรถ จึงตัดสินใจเปิดประตูและกระโดดลงจากสะพานกลับรถ แต่คงได้รับบาดเจ็บเดินหรือวิ่งหนีไม่ได้ เพราะมีความสูงประมาณตึก 1-2 ชั้น ซึ่งจะต้องผ่าศพตรวจสอบกันก่อน” พล.ต.ท.จรัมพรกล่าว

                พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวต่อว่า ทราบว่าหลังจากที่นายเอกยุทธกระโดดลงจากสะพานและได้รับบาดเจ็บที่ขาและส้นเท้า นายสันติภาพกับผู้ต้องหาอีกคนได้จอดรถและค่อยๆ ห้อยตัวตามลงมานำตัวนายเอกยุทธกลับขึ้นรถอีกครั้ง หลังจากนี้อาจจะมีการทำร้ายกันจนถึงแก่ชีวิต แต่ยังไม่ยืนยัน ซึ่งยังต้องดูว่าการทำแผนจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะได้หลักฐานมาเชื่อมโยงกัน

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ในรถตู้พบร่องรอยการต่อสู้หรือไม่ พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า ตอนที่ตำรวจได้รถมา รถตู้คันนี้ผ่านการเช็ดถูทำความสะอาดมาแล้ว แต่ก็ยังมีหลักฐานอื่นๆ ที่เก็บได้อยู่ ทั้งขวดน้ำ หรือร่องรอยอื่นๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยังบอกไม่ได้ว่าภายในรถตู้คันนี้มีร่อยรอยของบุคคลอื่นๆ อยู่กี่คน

               
 

 

ฝากขังพ่อ-แม่ "สันติภาพ"คนขับรถ"เอกยุทธ" คดีรับของโจร

 

               ร.ต.ท.ศุภชัย หมื่นอักษร พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ได้ควบคุมตัว จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง อายุ 51 ปี และนางจิตอำไพ เพ็งด้วง อายุ 48 ปี บิดาและมารดาของนายสันติภาพ คนขับรถของนายเอกยุทธ ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดีร่วมรับของโจร มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่วันที่ 13 มิ.ย.-24 มิ.ย.นี้ เนื่องจากสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 3 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร
 
               ทั้งนี้ ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ สะเทือนขวัญและทรัพย์สินของผู้ตายส่วนใหญ่ รวมทั้งเงินส่วนที่เหลือยังติดตามหาไม่พบ หากให้ประกันตัวไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปทำลายหลักฐานและหลบหนีได้
 
               โดยคำร้องระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่ 6-12 มิ.ย.56 เวลาประมาณ 14.00 น. นายสันติภาพ ได้ร่วมกับนายสุทธิพงษ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร , นายชวลิต วุ่นชุม และนายทิวากร เกื้อทอง ได้ใช้อาวุธปืนและมีดเป็นอาวุธประทุษร้ายร่างกาย นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 54 ปี นักธุรกิจชื่อดังและบังคับขืนใจให้นายเอกยุทธเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 5 ล้านบาท เมื่อได้เงินแล้วก็ได้ร่วมกันฆ่านายเอกยุทธ จนถึงแก่ความตาย

               จากนั้นนายสันติภาพ ได้นำเงินสดจำนวน 4,242,000 บาท ที่ได้จากการปล้นทรัพย์ มามอบให้กับนางจิตอำไพ ก่อนนำไปมอบให้กับ จ.ส.อ.อิทธิพล ที่ จ.พัทลุง จากนั้น จ.ส.อ.อิทธิพล ได้แยกเงินสดไปซุกซ่อนฝังดินไว้ข้างบ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.เขาย่า อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จำนวน 2 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 2,097,000 บาท นำใส่ท่อพีวีซีขนาดใหญ่ นำไปฝังดินไว้หลังบ้านเลขที่ 300/12 หมู่ 8 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.พัทลุง และอีกจำนวน 145,000 บาท ฝังไว้ข้างบ้านเลขที่ 300/12 เช่นกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามและอายัดเงินจำนวนดังกล่าว เป็นของกลาง ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 56 ผู้ต้องหาทั้งสองเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน จึงแจ้งข้อหาร่วมกันรับของโจรที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรค 2 ประกอบ มาตรา 83 ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
 
               ศาลพิจาณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้


 

หมอพรทิพย์ชี้เอกยุทธถูกฆาตกรรมอำพราง

             
              พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันทน์ ผู้ตรวจราชการสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกายว่า คดีหาตกรรม นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง และเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ไม่ได้แตกต่างจากคดีของนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เพราะยังไม่รู้ประเด็นว่าคืออะไร และผู้ตายไม่ใช่ประชาชนธรรมดา ที่ไม่เคยมีเรื่องกับอำนาจรัฐ

              "ถ้าพูดกันตรงๆ นายเอกยุทธถือเป็นตัวอย่างของคนที่สู้กับอำนาจรัฐ จะเป็นฝั่งอะไรก็ช่าง แต่เมื่อมีการตาย เจ้าหน้าที่รัฐและการเมืองต้องระวัง ระวังต่อการเข้าไปก้าวก่าย ระวังต่อการที่ทำให้เห็นได้ว่ามันมีการดำเนินการไม่สุด"พญ.พรทิพย์กล่าว

              ทั้งนี้ หลักการในต่างประเทศซึ่งเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่จะไม่มีการผูกขาดอำนาจอย่างในประเทศไทยเช่นปัจจุบัน โดยผู้ตรวจเก็บพยานหลักฐาน ผู้ตรวจพิสูจน์ และผู้ทำสำนวนต้องไม่เป็นหน่วยงานเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันผู้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าวเกี่ยวพันกับตำรวจ และผู้ถืออำนาจรัฐทั้งหมด ซึ่งทำให้ประชาชนครหาได้ว่าปัจจุบันรัฐไทยเป็นรัฐตำรวจ

              "นอกจากนี้ เท่าที่ตนเห็นจากสื่อทำให้เกิดความเป็นห่วง เพราะคดีนี้ถือเป็นฆาตกรรมอำพราง ซึ่งตำรวจไม่ควรสืบทางโทรทัศน์ ซึ่งตำรวจจับผู้ต้องหามาแถลงทีหนึ่ง เมื่อมีผู้ต้องสงสัยก็กลับไปหาหลักฐานมาเพิ่มอีกที ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ประเด็นต่อมาคือ ข้อมูลและหลักฐานอื่นๆ เช่น ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้ต้องหาทางเจ้าหน้าที่กลับไม่ทำให้ปรากฎออกมา" พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวและว่า
             
              ทั้งนี้ แม้ทางญาติของผู้เสียชีวิตอยากให้ตนเข้าไปตรวจสอบคดีนี้เพิ่มเติมเหมือนในอดีต ตนก็คงทำไม่ได้เนื่องจากบทบาทของตนเองในปัจจุบันคือผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม แม้จะมีสถานะของความเป็นผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์อยู่ก็ตาม