
พิรุธคำให้การ'คนขับ'ไขปมจับทีมฆ่า'เอกยุทธ'
พิรุธคำให้การ'คนขับ'ไขปม..จับทีมสังหาร'เอกยุทธ' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
"..ผมได้ยินไม่ถนัด แต่พอจับใจความได้ว่า จะมารับหรือไม่ เดี๋ยวกูจะไปพม่า.."
"..มีรถเก๋ง 2 คันสีดำ ขับมาจอดต่อท้ายรถตู้ จึงมองไม่เห็นป้ายทะเบียน .."
"..นายให้เงินมา 1,000 บาท บอกให้กลับไปพักผ่อน.."
ส่วนหนึ่งจากคำให้การของนายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง คนขับรถวัย 23 ปี กลายเป็นข้อพิรุธที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเค้นสอบเพิ่มหลังจากนำตัวมาแถลงการจับกุม เมื่อช่วงสายวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา จนกระทั่งปริปากรับสารภาพว่า ลงมือฆ่า "เอกยุทธ" เพื่อชำระแค้นที่ไล่คนรักออกจากงานและต้องการเงิน 5 ล้านบาท!!
นายสันติภาพ ให้การอ้างว่า มีรถเก๋ง 2 คัน มารับนายเอกยุทธที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเดินทางต่อไปพม่า แต่อ้างว่าไม่เห็นผู้โดยสารบนรถว่ามีกี่คน ซึ่งผิดวิสัยของพนักงานขับรถโดยทั่วไป ที่มักจะต้องสนใจในรายละเอียดว่านายจ้างไปไหนกับใคร ที่สำคัญภายในรถตู้โฟล์ค สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กรุงเทพมหานคร มีกระจกกั้นกลางระหว่างเบาะนั่งคนขับกับผู้โดยสารด้านหลัง เป็นไปได้ยากที่นายสันติภาพจะได้ยินการสนทนาทางโทรศัพท์ที่นายเอกยุทธคุยกับปลายสายจนรับรู้ได้ว่านายเอกยุทธจะเดินทางไปพม่า
ภายในรถตู้ยังพบแหวนทองคำขาวประดับเพชรของนายเอกยุทธตกอยู่อย่างผิดวิสัย ส่วนรองเท้าหนังเปื้อนโคลน ที่พบบนรถแน่ชัดว่าไม่ใช่ของนายเอกยุทธ ซึ่งนายสันติภาพก็ไม่สามารถชี้แจงที่มาได้ ส่วนข้ออ้างที่ว่า นายเอกยุทธให้เงินไว้ 1,000 บาท ไม่น่าจะเพียงพอสำหรับการเดินทางจาก อ.ปราณบุรี ไปถึง จ.พัทลุง
ส่วนทรัพย์สินที่ตรวจพบจากนายสันติภาพมีจำนวนมาก อาทิ นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ AMERICA EAGLE 1 เรือน สร้อยคอทองคำ 1 เส้น พร้อมพระเครื่อง 1 องค์ เงินสด 66,300 บาท ปากกายี่ห้อ Oakwood สีดำ อีก 1 ชุด และโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ถึง 3 เครื่อง และก่อนถูกควบคุมตัวนายสันติภาพใช้เงินหลายหมื่นบาทซื้อสินค้าจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง เมื่อรวมกับเงินที่มีติดตัวแล้วเป็นเงินมากกว่า 1 แสนบาท
ข้อสงสัยเหล่านี้ถูกประมวลเป็นคำถามให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนหลายนายสลับสับเปลี่ยนเข้าไปสอบถามรายละเอียดจากปากของนายสันติภาพ แต่กลับพบว่า ให้การแตกต่างกัน ตำรวจจึงกดดันอย่างหนักจนยอมสารภาพหมดเปลือก!!
ปฏิบัติการอุ้มฆ่าชิงทรัพย์ครั้งนี้ มีผู้ร่วมขบวนการ 4 คน คือ นายสันติภาพ, นายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร, นายชวลิต หรือเชา วุ่นชุม และนายทิวากร หรือทิว เกื้อทอง เริ่มจากนายสันติภาพขับรถตู้โฟล์คไปรับนายสุทธิพงศ์มาซ่อนตัวอยู่ในรถ แล้วมารับนายเอกยุทธกลับจากร้านกระแต เข้าบ้านพักย่านทาวน์อินทาวน์ แล้วนำตัวไปกักขังไว้ที่บ้านเลขที่ 339/226 หมู่บ้านราชพฤกษ์ ถนนฉลองกรุง แขวงลำผักชี เขตลาดกระบัง กทม. โดยใช้ปืนขนาด .380 ของนายเอกยุทธ ขู่บังคับให้ทำตามคำสั่ง จนกระทั่งได้เงินสด 5 ล้านบาท
แล้ววางแผนนำตัวนายเอกยุทธไปฆ่าที่ จ.พัทลุง ระหว่างทางออกจากบ้านพักย่านฉลองกรุงยังไม่ทันพ้นเขต กทม. นายเอกยุทธฉวยโอกาสเปิดประตูหลังรถ แล้วกระโดดลงจากรถจนได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า แต่ก็ยังคงวิ่งหนี นายสันติภาพรีบจอดรถข้างทางแล้ววิ่งไล่ตามจนทัน และลงมือบีบคอนายเอกยุทธจากด้านหลัง นายสุทธิพงศ์วิ่งตามมา จึงใช้เชือกรัดคอนายเอกยุทธจนเสียชีวิต แล้วนำศพขึ้นรถมุ่งหน้าไป จ.พัทลุง และโทรศัพท์หานายทิวากรและนายชวลิต ให้ขุดหลุมรอฝังศพในพื้นที่เขาจิงโจ้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง เสร็จแล้วนำทรัพย์สินที่ติดตัวของนายเอกยุทธมาแบ่งกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.พัทลุง แล้วแยกย้ายกันหลบหนี นายสันติภาพขับรถตู้โฟล์คกลับเข้ากรุงเทพฯ นำรถตู้มาคืนบริษัทหวังตบตาไม่ให้มีใครสงสัย แต่ถูกตำรวจเข้าควบคุมตัว ระหว่างนำรถตู้เข้าปั๊มแก๊สในเขต จ.สมุทรสาคร เพื่อซ่อมแซมยางรถที่แตก
เพียงไม่นานความจริงก็ปรากฏว่า "เอกยุทธ" เสียชีวิตแล้ว...จากฝีมือ "คนขับรถ" ผู้ใกล้ชิดกับเขาที่สุด
ส่วนเงินสด 5 ล้านบาทนั้น มีรายงานข่าวแจ้งว่า เงินบางส่วนถูกนำไปซ่อนไว้ในท่อพลาสติกแล้วนำไปฝังไว้ในป่า อีกส่วนหนึ่งนำไปให้คนใกล้ชิดที่ จ.สงขลา ซึ่งชุดสืบสวนติดตามเงินสดกลับมาได้กว่า 4 ล้านบาท
บันทึก...นักสืบ
เวลา 00.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา นางศุภากร แหวนหล่อ เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สน.วังทองหลาง เพื่อให้ตามหา นายเอกยุทธ อัญชันบุตร น้องชาย ที่หายออกไปจากบ้านพักย่านทาวน์อินทาวน์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน ซึ่งได้เดินทางโดยรถตู้โฟล์คสวาเกน สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กรุงเทพมหานคร มีนายสันติภาพ เพ็งด้วง เป็นคนขับ
ตำรวจสืบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน นายสันติภาพอยู่กับนายเอกยุทธเป็นคนสุดท้าย และยังทราบว่านายเอกยุทธบอกให้นางศุภากรนำเช็ค 3 ฉบับ มามอบให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จึงมอบหมายให้ นายณัฎฐวรรธ์ แหวนหล่อ นำเช็คไปมอบให้นายเอกยุทธลงลายมือชื่อที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่พบนายเอกยุทธ มีเพียงนายสันติภาพ อ้างว่านายเอกยุทธให้มารับเช็คให้ไปลงลายมือชื่อ หลังจากนั้นนายสันติภาพหายไปประมาณ 10 นาที กลับมาพร้อมเช็คซึ่งนายเอกยุทธลงลายมือแล้ว
บ่ายวันที่ 7 มิถุนายน น.ส.เสาวลักษณ์ ฉัตรลมัย ได้รับโทรศัพท์จากนายเอกยุทธให้ไปรับเงินที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาทองหล่อ ซึ่งนายณัฎฐวรรธ์ได้ไปเบิกมาเรียบร้อยแล้ว และให้นำไปให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ น.ส.เสาวลักษณ์เดินทางไปถึงพบนายสันติภาพจอดรถตู้โฟล์คสวาเกน สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กรุงเทพมหานคร รออยู่บริเวณทางออกสนามบิน น.ส.เสาวลักษณ์ได้จอดรถด้านหลัง พร้อมลดกระจกรถด้านหน้าซ้าย แล้วพูดคุยกับนายสันติภาพ โดยแจ้งให้ทราบว่า เงินสด 5 ล้านบาทอยู่ในถุงพลาสติกให้หยิบไปให้นายเอกยุทธ หลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่มีใครติดต่อนายเอกยุทธได้อีก
จากการสอบสวนพยานแวดล้อมพบว่า เวลา 18.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน นายเอกยุทธไปรับประทานอาหารที่ร้านกระแต มีนายสันติภาพเป็นคนขับรถตู้ยี่ห้อโฟล์คสวาเกน สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 ให้จริง สอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน ปรากฏภาพนายเอกยุทธและนายสันติภาพขณะอยู่ที่ร้าน โดยออกจากร้านเวลา 22.30 น. จากนั้นกลับบ้านย่านทาวน์อินทาวน์
เวลา 08.06 น. วันที่ 7 มิถุนายน จึงพบความเคลื่อนไหวของนายเอกยุทธที่บ้านเลขที่ 339/226 หมู่บ้านราชพฤกษ์ ถนนฉลองกรุง แขวงลำผักชี เขตลาดกระบัง กทม. จากนั้นก็มีพยานเห็นรถตู้ละแวกสนามบินสุวรรณภูมิ
ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต้องสงสัยจนพบว่า รถตู้มาจอดที่บ้านของพี่สาวนายสันติภาพอีกครั้ง ก่อนออกจากบ้านไปอีกครั้งมุ่งหน้าภาคใต้ จึงเชื่อว่านายสันติภาพน่าจะกลับภูมิลำเนาที่ จ.พัทลุง
ระหว่างไล่เรียงจากกล้องวงจรปิด ชุดสืบสวนพบเห็นรถตู้ขับขี่อยู่บนถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าเข้า กทม. จึงติดตามมาถึงบริเวณปั๊มแก๊ส ริมถนนเพชรเกษม ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงเข้าตรวจสอบ พบนายสันติภาพนั่งอยู่ภายในรถ จึงแสดงตัวตรวจค้นพบสิ่งของของนายสันติภาพ และบางส่วนเชื่อว่าเป็นของนายเอกยุทธ จึงนำนายสันติภาพมาสอบสวน กระทั่งยอมรับว่าร่วมกับพวกฆาตกรรมนายเอกยุทธ
....................................
(หมายเหตุ : พิรุธคำให้การ'คนขับ'ไขปม..จับทีมสังหาร'เอกยุทธ' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



