ข่าว

ปลอดภัยแล้ว!นิสิตสาวมก.โดนปาหิน

ปลอดภัยแล้ว!นิสิตสาวมก.โดนปาหิน

12 มิ.ย. 2556

ปลอดภัยแล้ว!นิสิตมก.โดนปาหิน ม.รับดูแลเรื่องเรียน ส่วน ผบช.ภ.7 สั่งชุดสืบสวนภาคลงพื้นที่เร่งไล่ล่าหามือปา


               เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์. อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวถึงกรณีที่น.ส.เจนจิรา หรือน้องวิว  ทองไชย นิสิตชั้นปีที่ 1 มก.วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ถูกมือปาหินได้รับบาดเจ็บสาหัสว่าศ.ดร.สมบัติ  ชิณะวงศ์   รองอธิการบดี ที่ดูแลวิทยาเขตกำแพงแสน  รายงานเรื่องดังกล่าวมายังตนแล้ว เท่าที่ทราบขณะนี้นิสิตรายดังกล่าวปลอดภัยแล้ว และกำลังจะย้ายเข้ามาทำการรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ทั้งนี้ส่วนของมหาวิทยาลัยจะดูแลเรื่องสิทธิ ตามกองทุนสวัสดิภาพนิสิตนักศึกษาให้อย่างเต็มที่ รวมถึงจะดูแลเรื่องการศึกษาในอนาคต  โดยให้นักศึกษาสามารถดร็อปเรียนรักษาตัวจนหายดีก่อน ค่อยกลับมาเรียนได้

               ศ.ดร.สมบัติ กล่าวว่า  ตนได้เดินทางไปเยี่ยมนิสิตคนดังกล่าวแล้ว ตอนนี้มีอาการดีขึ้นและออกจากห้องไอซียูแล้ว กำลังรอดูอาการทางสมอง เรื่องที่เกิดขึ้น ถือว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เกิดจากความคึกคะนองของวัยรุ่น ตนขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก  ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยเอง พยายามดูแลรักษาความปลอดภัยให้นิสิต ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมาส่งเสริม ให้นิสิตสวมหมวกกันน๊อคเวลาขับขี่จักรยานยนต์ ยอมรับว่าอาจจะมีการหละหลวมมาก ดังนั้นจากนี้ต้องเร่งสร้างจิตสำนึกให้นักศึกษา ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย สวมใส่หมวกกันน๊อคเวลาขับขี่จักรยานยนต์ทุกครั้ง  นอกจากนั้นตอนนี้ทางมหาวิทยาลัย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงแสน ดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ตรงหน้ามหาวิทยาลัย เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยให้นักศึกษา


ตร.ภาค7ลุยล่ามือปาหิน


               เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 มิ.ย.  ที่รพ.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม นางประไพ ทองไชย อายุ 36 ปี มารดา น.ส.เจนจิรา  ได้ทำเรื่องย้ายบุตรสาว ไปรักษาตัวต่อยัง รพ.พระมงกุฎฯ กรุงเทพฯ หลังทำการรักษาและผ่าตัดสมองอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว โดยนายแพทย์ทรงชัย ศรีโรจนกุล ผู้อำนวยการ รพ.สนามจันทร์ ออกมายืนยันการรักษาน้องวิวว่า ผลการรักษาอยู่ในอาการที่ดีขึ้น หลังจากที่ผ่าตัดพบว่าสมองได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนด้านคดี ทางพล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่เร่งรัดติดตามคดี และติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน

               นายแพทย์ทรงชัย กล่าวว่า  สำหรับการรักษาคนไข้รายนี้พบว่า กะโหลกศีรษะด้านหน้าแตกยุบกดเข้าไปในเนื้อสมอง กระดูกใบหน้าแตก กระดูกสันจมูกแตก กดไปที่เบ้าตา และตาทั้งสองข้างบวมมาก โดยเฉพาะตาข้างซ้ายเบื้องต้นมองไม่เห็นแสงไฟ โดยตามหลักการแพทย์แล้วไม่ทราบว่าตาข้างซ้ายจะบอดหรือไม่ ส่วนตาข้างขวาเห็นลางๆ แต่หลังจากที่คนไข้ได้รับการผ่าตัด แล้วดวงตาข้างซ้ายเริ่มมองเห็นแสงไฟ ดวงตาข้างขวาก็มองได้ชัดเจนขึ้น โดยรวมหลังการรักษาและพักฟื้นอยู่ในทิศทางที่ปลอดภัย

               พล.ต.ท.หาญพล  กล่าวว่า  หลังจากทราบเรื่องมีคนร้ายใช้หินปาใส่กระจกรถจนทำให้มีเหยื่อเคราะห์ร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนก็ได้สั่งการไปยังชุดสืบสวนภาค 7 ให้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลต่างๆจากพื้นที่เกิดเหตุและละแวกใกล้เคียง เพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาแก๊งปาหินได้หายจากการก่อเหตุไปนานมาก และที่ผ่านมาก็สามารถจับกุมได้ทุกราย ส่วนรายนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนอยู่ว่าคนร้ายกระทำไปด้วยความคะนองหรือประสงค์เพื่อการชิงทรัพย์ เพราะสถานที่เกิดเหตุเป็นสถานที่เปลี่ยว มืด และช่วงเกิดเหตุมีฝนตกตลอดทาง ซึ่งตนได้กำชับให้ตรวจหาจากกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุทั้งหมดแล้ว  และตนก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายด้วย และขอยืนยันว่าทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและนำกำลังออกสืบสวนหาตัวคนร้ายตลอด แต่ขอให้เวลาตำรวจได้ทำงานเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่นในละแวกใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ

             ด้าน พล.ต.ต.กลมสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยหลังประชุมทีมสืบสวนว่า ผู้เสียหายจะมุ่งหน้าไปต.ท่าเรือโดยใช้ถนนสายกำแพงแสน-พนมทวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากผู้ใหญ่บ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุไม่มากนักเห็นได้ว่ามีวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อกต้องสงสัยผ่านมาในระยะเวลาใกล้เคียงเวลาที่เกิดเหตุ อาจจะเป็นผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าวได้ ทั้งนี้ได้แบ่งกำลังออกเป็นหลายสายในพื้นที่และขอร้องให้กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงช่วยกันสืบหากลุ่มวัยรุ่นเพื่อหาเบาะแส

             นายเซี้ยง ทรัพย์จตุพร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.พระแท่น เล่าว่า เมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมาเกิดเหตุปากระจกรถขึ้น แต่เป็นรถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งจับคนร้ายได้ และไม่เคยเกิดเหตุอีก จนมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี และตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์แต่แรก เหตุเกิดผ่านไปกว่า 10 นาที จึงจะรู้ว่ามีรถถูกปากระจก จุดประสงค์ของการติดกล้องวงจรปิดเพื่อสอดส่องดูแลทรัพย์สิน เนื่องจากพฤติกรรมเด็กวัยรุ่นแถวนี้ไม่ค่อยน่าไว้ใจและขโมยเยอะ


หนองคายรวบแก๊งปาขวดกวนเมืองได้5คน

               เมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.อ.จารุพล  ยี่ตัน รองผบก.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กรองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.วิเศษ ลานอุ่น สวป., พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งวัยรุ่น 5 คน ประกอบด้วย นายกฤษฏา จันทฤกษ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 254/1 หมู่ 10 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย ,นายทองพูน กิจติราช อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 12 ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย, นายปิยะราช ศรีหะไตย์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/3 ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย, นายเอ (นามสมมติ)  อายุ 16 ปี และ นายบี (นามสมมติ)  อายุ 16 ปี ทั้งสองอยู่บ้านเนินหงส์ทอง ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน กวง 212 หนองคาย และ ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน ขงท 732 หนองคาย

               สืบเนื่องจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีแก๊งวัยรุ่นคอยปาขวดใส่รถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ตามถนนหนองคาย - โพนพิสัย บริเวณศาลาหน้าโรงเรียนเซนต์ปอลหนองคาย และสถานที่ใกล้เคียง ก่อความเดือดร้อนให้ประชาชน จนกระทั่งเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. 56 ได้รับแจ้งว่าแก๊งวัยรุ่นก่อเหตุอีกครั้งโดยปาขวดใส่ประชาชนที่นั่งอยู่หน้าโรงแรมบุศยรินทร์ ต.โพธิ์ชัย จนมีผู้บาดเจ็บบริเวณหัวเข่าและศีรษะ รวม 4 คน  เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจจึงออกตรวจสอบและตามจับกุมนายกฤษฎา และนายทองพูนไว้ได้ทันควัน ต่อมาในช่วงเช้าได้ติดตามจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งที่เหลือได้ที่บ้านพัก

               จากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุปาขวดจริง โดยในแต่ละวันจะรวมกลุ่มกันดื่มเหล้าในช่วงหัวค่ำที่ริมถนน และตามศาลาพักผู้โดยสารริมถนนหนองคาย - โพนพิสัย พอเมาได้ที่ก็ออกตระเวนปาขวดใส่รถยนต์ คนเดินถนนทั่วไปเพราะความคึกคะนอง พอถึงตอนดึกจึงแยกย้ายกันกลับบ้านนอน โดยในจำนวนนี้หลายคนยังเคยถูกจับคดีทะเลาะวิวาทมาแล้วหลายครั้งอีกด้วย จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันก่อเหตุทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ต่อไป