
นครบาลเตรียมแถลงปิดคดี'เอกยุทธ'
'คำรณวิทย์' ส่งศพ 'เอกยุทธ' พิสูจน์สถาบันนิติเวชเร่งตรวจดีเอ็นเอเทียบ เตรียมแถลงปิดคดี 13 มิ.ย. ด้าน'ทบ.'เผย 'พ่อสันติภาพ' รับเอี่ยวอุ้มฆ่า
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 12 มิถุนายน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ท.พิสิฎฐ์ พิสุทธิศักดิ์ ผบช.ภ.9 ได้นำตัว นายสันติภาพ เพ็งด้วง อายุ 23 ปี คนขับรถของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นายชวลิตร วุ่นชุม อายุ 23 ปี และนายทิวกร เกื้อทอง อายุ 19 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ขึ้นรถตู้ของตำรวจ พร้อมรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวประมาณ 30 คัน ออกเดินทางจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ไปค้นหาศพ นายเอกยุทธ ที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้นำไปฝังดินไว้ใกล้เขาจิงโจ้ บริเวณบ้านคลองตรุด หมู่ที่ 8 ตำบลชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจุดที่ผู้ต้องหานำศพ นายเอกยุทธ ไปฝังดินไว้นั้น เป็นบริเวณที่ดินริมบ่อเลี้ยงปลาในแปลงเกษตรผสมผสานของนายน้อม เพชรสุวรรณ ท้องที่หมู่ 8 ต.ชัยบุรี ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาไปถึงบริเวณดังกล่าว พบว่า มีชาวบ้านที่มารอเฝ้าดูอยู่ก่อนแล้วร่วม 1,000 คน เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังในการกันผู้คนและรักษาความปลอดภัยกว่า 200 นาย และหลังจากที่เจ้าหน้าที่ใช้จอบขุดหาศพที่ใต้ต้นไม้ริมบ่อ ลึกประมาณครึ่งเมตร ก็พบศพนายเอกยุทธ ซึ่งอยู่ในสภาพเปลือยกาย เจ้าหน้าที่จึงนำขึ้นมาชันสูตรพลิกศพ พบว่า ที่ลำคอมีรอยช้ำคล้ายถูกบีบคอ ตามลำตัว แขนขาไม่พบบาดแผลร่องรอยการถูกทำร้าย สภาพร่างกายเริ่มขึ้นอืด โดยสันนิษฐานว่า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ส่งศพไปชันสูตรพลิกศพอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช กรุงเทพฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณตอนเที่ยงวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสันติภาพ ไปยังที่ฝังศพครั้งหนึ่งแล้ว โดยนายสันติภาพ จำเส้นทางไม่ได้ จึงได้พาเจ้าหน้าที่หลงไปในพื้นที่บ้านสะพานไทร หมู่ที่ 11 ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง และหลังที่พาหลงทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำนายสันติภาพ มาตั้งสติใหม่ที่กองบังคับการตำรวจภูธรพัทลุง พร้อมกับนำผู้ต้องหาอีกคนคือ นายชวลิต มาสอบปากคำเพื่อสอบถามเส้นทางที่จะไปยังจุดฝังศพ ซึ่งปรากฏว่า นายชวลิต จำเส้นทางดังกล่าวได้ ตำรวจจึงให้นายชวลิต นำทางไปจุดฝังศพและขุดพบศพดังกล่าว
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า รูปพรรณสัณฐานและตำหนิของศพที่ขุดพบครั้งนี้เชื่อว่า เป็นนายเอกยุทธ และทางด้านน้องสาวของนายเอกยุทธยืนยันว่าใช่ โดยเฉพาะรอยตำหนิที่หูตรงกัน อย่างไรก็ตาม จะเร่งนำส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ซึ่งศพนั้นจะมาถึงที่ รพ.ตำรวจ เวลา 09.30 น. วันที่ 13 มิถุนายน ส่วนผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมได้แล้วในขณะนี้มี 3 คน คือ นายสันติภาพ เพ็งด้วง อายุ 23 ปี คนขับรถของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นายชวลิตร วุ่นชุม อายุ 23 ปี และนายทิวกร เกื้อทอง อายุ 19 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนในรายละเอียดอีกครั้ง
นครบาลเตรียมแถลงปิดคดี"เอกยุทธ"
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่การตรวจค้นบ้านของ จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง อายุ 59 ปี บิดาของนายสันติภาพทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลว่าพบอะไรบ้าง ซึ่งจะนำตัว จ.ส.อ.อิทธพล มาสอบปากคำและแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง
พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า หลังจากฝ่ายสืบสวนและทีมค้นหาสามารถขุดพบศพนายเอกยุทธโดยได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยการประทุษร้ายจนถึงแก่ความตาย และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ แก่นายสันติภาพ , นายทิวากร เกื้อทอง, นายเชาวลิต วุ่นชุม รวม 3 คน ส่วน นายสุทธิพงศ์ พิมพิศาล ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปชี้จุดในพื้นที่ จ.พัทลุง ตามคำให้การของผู้ต้องหา ก่อนนำตัวกลับ กทม. ภายในคืนนี้ โดยจะพิจารณาว่าจะนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สน.วังทองหลางหรือไม่ โดยคาดว่า จะนำตัวไปชี้จุดก่อเหตุใน กทม. วันที่ 13 มิ.ย.
ด้าน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลภาพรวมคดี จะเป็นประธานการประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในเวลา 10.00 น.
ทบ.เผย "พ่อสันติภาพ" รับเอี่ยวอุ้มฆ่า "เอกยุทธ" ระบุนำเงินซ่อนไว้บ้านญาติ จ.สงขลา
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายสันติภาพ ผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปของนายเอกยุทธ มีบิดาเป็นทหาร คือ จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง สังกัด ช.พัน 401 จังหวัดพัทลุงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องการข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการในทางคดี ทางหน่วยต้นสังกัดจึงอำนวยความสะดวกให้ทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ประสานมายังหน่วย ช.พัน 401 มาเพื่อให้ตรวจสอบหายานพาหนะรถตู้ ยี่ห้อ โฟล์ค สีดำ ว่า ได้เข้ามาภายในค่ายหรือไม่ ทางหน่วยได้ตรวจสอบและรายงานกลับว่า ไม่พบหรือปรากฎรถตู้ ยี่ห้อ โฟล์คคันดังกล่าวภายในหน่วย จากนั้นทางหน่วยจึงได้เรียก จ.ส.อ.อิทธิพล มาสอบถามความเป็นมาเป็นไปในขั้นต้น โดย จ.ส.อ.อิทธิพล ได้ให้ข้อมูลว่า ได้พูดคุยกับบุตรชายล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. แต่เป็นเพียงการพูดคุยกันตามปกติไม่ได้พูดถึงเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อความมั่นใจหน่วยยังได้จัดกำลังพลเข้าตรวจสอบพื้นที่รอบค่ายฯ รวมถึงบ้านพักของ จ.ส.อ.อิทธิพล เพื่อหาสิ่งผิดปกติแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. จ.ส.อ.อิทธิพล ขอเข้าพบผู้บังคับบัญชา คือ ผบ.ช.พัน.401 เพื่อขอบอกเล่าข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่า เมื่อ 14.00 น. ของวันที่ 7 มิ.ย. นายสันติภาพได้โทรมา เล่าว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว และได้นำเงินที่ได้มาไปฝากให้แม่ที่อยู่ใน กทม.ไว้ เพื่อให้นำไปฝากต่อไว้กับ จ.ส.อ.อิทธพล ที่จังหวัดพัทลุง จากนั้นจ.ส.อ.อิทธิพล จึงได้ไปรับเงินมาแล้วนำไปแอบซ่อนไว้ที่บ้านของบิดา และบ้านญาติที่จังหวัดสงขลา ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้รับจาก จ.ส.อ.อิทธิพล เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ให้ไว้กับหน่วยต้นสังกัด จะเท็จจริงหรือน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดคงต้องให้ทางพนักงานสอบสวน เป็นผู้ดำเนินการขั้นต่อไป หลังจากนี้ทางกองพลพัฒนาที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยบังคับบัญชาของ ช.พัน.401 หน่วยต้นสังกัดของ จ.ส.อ.อิทธิพล จะประสานกับตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เพื่อนำตัว จ.ส.อ.อิทธิพล ไปให้ข้อมูลในวันนี้ เวลาประมาณ 16.00 น.ต่อไป
ด้านพล.ต.ยอดชัย ยั่งยืน ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4 กล่าวว่า วันนี้ เวลา 16.00 น. ทางต้นสังกัดจะส่ง จ.ส.อ.อิทธิพล ในฐานะเป็นบิดา นายสันติภาพ ผู้ต้องสงสัยไปให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะพ่อผู้ต้องหา โดยมีนายทหารพระธรรมนูญติดตามไปร่วมรับฟังด้วยตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ส่วนในเรื่องคดีต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจในการสอบสวน ทางเราพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ซึ่งตั้งแต่มีข่าวว่า จับสัญญาณจีพีเอสรถยนต์ของนายเอกยุทธ ได้บริเวณค่าย ช.พัน 401 ตนก็ได้สั่งการให้ตรวจสอบในพื้นที่ค่ายทหาร พร้อมตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด โดยทาง พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำว่า ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่างทหารเรามีหน้าที่แค่ดูแล จ.ส.อ.อิทธิพล และส่งตัวไปให้ตำรวจเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เราควบคุมตัว จ.ส.อ.อิทธิพล อยู่ภายในค่ายทหาร หาก จ.ส.อ.อิทธิพล ต้องการออกนอกค่ายจะมีทหารติดตามประกบอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่ใช่เพื่อป้องกันการหลบหนี แต่เผื่อการติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา เพราะตอนนี้เราได้ขอเก็บเครื่องมือสื่อสาร จ.ส.อ.อิทธิพล ทั้งหมดไว้ ทั้งนี้ ส่วนใครจะผิดจะถูกต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ



