ข่าว

'ปชป.'บี้'ปู'แจงหลุดโผจัดเวิลด์เอ็กซ์โป

'ปชป.'บี้'ปู'แจงหลุดโผจัดเวิลด์เอ็กซ์โป

12 มิ.ย. 2556

'ชวนนท์' บี้ 'ยิ่งลักษณ์' แจงเหตุไทยหลุดโผชิงเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ด้าน'ผอ.สสปน.'ยันไทยถูกตัดชื่อจริง ชี้เหตุ'รบ.'ไม่หนุน หวั่นไทยหลีกทาง'ดูไบ'ได้รับเลือก

                11 มิ.ย.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาล์ยสุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป (บีไออี)  2020  ได้ตัดสิทธิ์ประเทศไทย ออกจากการเป็นเมืองที่เข้าชิงการเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ว่า รัฐบาลจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเหตุใดไทย จึงถูกตัดสิทธิ์ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันมีความพร้อมในการจัดงานไปยังบีไออี ซึ่งบีไออียังทำหนังสือสอบถามมา แต่กลับไม่ยืนยันในโครงการนี้ทั้งที่รัฐบาลได้ใช้งบในการจัดทำการศึกษา แผนงาน หาเสียงประชาสัมพันธ์ไปกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเกินครึ่งของโครงการ และอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการตัดสินของคณะกรรมการฯ  ซึ่งประเทศไทยเองก็มีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะได้รับเลือก แต่เหตุใดจึงถอนตัวอย่างไม่สมเหตุสมผล  นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เตรียมแผนงานในการรองรับการจัดงาน อีกทั้ง กรรมการเวิลด์เอ็กโปร ได้เข้ามาดูการเตรียมการจัดงานของไทย ก็ไม่มีการต้อนรับเท่าที่ควร ซึ่งการที่ไทยถูกตัดสิทธิ์เข้าชิง ทำให้ประเทศไทย เสียโอกาสในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือในสายตาประชาคมโลก และเสียโอกาสของชาวอยุธยาในการพัฒนาพื้นที่ และสาธารณูปโภคต่างๆ

               “ผมอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาตอบคำถามเรื่องนี้กับประชาชน ว่ามีเหตุผลใด เพราะก่อนหน้านี้มีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะเป็นเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่  เพราะใน 4 ประเทศที่เข้ารอบสุดท้าย มีเมืองดูไบรวมอยู่ด้วย “ นายชวนนท์กล่าว

 

 

 

"ผอ.สสปน."ยันไทยถูกตัดชื่อ ชี้เหตุรบ.ไม่หนุน หวั่นไทยหลีกทางเพื่อให้ "ดูไบ" ได้รับเลือก

 

                นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวเนชั่น ต่อประเด็นที่มีข่าวว่าประเทศไทยถูกเพิกถอนจากการเสนอตัวเป็นผู้จัดงานเวิร์ล เอ็กซ์โปในปี 2563 โดยยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยเหตุผลที่ทางคณะกรรมการจัดงานดังกล่าวระบุไว้ในเอกสารที่ตนได้รับจากพรรคพวกในต่างประเทศ ได้ระบุว่า เป็นเพราะทางรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันไม่ได้ยืนยันการสนับสนุนโครงการดังกล่าวที่จะจัดในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และไม่ได้ทำการยืนยันตามที่คณะกรรมการจัดงานฯ ได้ทำหนังสือสอบถาม
       
         " รายงานของคณะกรรมการจัดงานฯ ที่เข้ามาตรวจสอบ ผลยืนยันชัดเจนว่า ประเทศไทยผ่านเกณฑ์ที่กำหนดทุกข้อ แต่เหตุที่ไทยถูกออกจากการเสนอตัวครั้งนี้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนับสนุนโครงการ โดยมีรายงานเป็นหนังสือยืนยันว่า ทางคณะกรรมการจัดงานฯ ได้ฝากหนังสือที่ขอให้รัฐบาลชุดนี้ยืนยันการสนับสนุนโครงการ ผ่านทางเอกอัครทูตไทย ประจำกรุงปารีส และขอให้รัฐบาลยืนยันภายในวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลไม่ได้ยืนยันกลับไป คณะกรรมการจัดงานเลยตัดชื่อประเทศไทยออกจากการเสนอตัวจัดงาน ” นายอรรคพล กล่าว

                นายอรรคพล กล่าวต่อว่า เมื่อไทยถูกตัดออกจากการเสนอตัวรอบนี้ เชื่อว่าประเทศดูไบ ที่เป็น 1 ในประเทศที่เสนอตัวเข้าแข่งขันจัดงาน จะชนะการแข่งขันครั้งนี้ อย่างแน่นอน ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคต ตนมองว่าประเทศไทยจะเสียเครดิตต่อการเสนอตัวจัดงานระดับนานาชาติอย่างแน่นอน รวมถึงถูกลดความน่าเชื่อถือ ขณะที่ภาคเอกชนจะได้รับผลกระทบเช่นกัน

                “ เรื่องนี้ผมอยากให้รัฐบาลออกมาอธิบาย เหตุที่รัฐบาลหยุดการเดินหน้าเรื่องนี้ต้องการหลีกทางให้ใครหรือไม่ ทั้งที่งานนี้ประเทศไทยถือเป็นตัวเต็งลำดับต้นๆ และหากมีการลงคะแนนคัดเลือกจริงไทยถือว่าไม่เป็นสองรองจากประเทศใด ทั้งนี้การประชุมของคณะกรรมการจัดงาน วันที่ 11 - 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา คนของประเทศไทยไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเพื่อพรีเซนต์ความพร้อมในการจัดงาน ผมเชื่อว่าเรื่องนี้มีจดหมายแจ้งมายังรัฐบาลไทยแล้ว แต่เขาพยายามปิดข่าว ” นายอรรคพล กล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุที่รัฐบาลไทยไม่สนับสนุนการเสนอตัวจัดงานครั้งนี้ เป็นเพราะมีเรื่องการเมืองระดับบุคคลหรือพื้นที่มาเกี่ยวหรือไม่ นายอรรคพล กล่าวว่า ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับประเทศ รัฐบาลจะนำประเด็นเรื่องนโยบายที่ต่างกัน หรือต่างรัฐบาลมาอ้างเพื่อหนีความรับผิดชอบไม่ได้ โดยเฉพาะในประเด็นที่ไม่ยืนยันการให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวหนีไปไม่พ้น  ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่ามีใบสั่งหยุดจากใคร หรือต้องหลีกทางให้ใครหรือไม่ ซึ่้งหากพูดภาษามวยต้องเรียกว่า ประทศไทยล้มมวย

                เมื่อถามถึงงบประมาณที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์การเสนอตัวจัดงาน นายอรรคพล กล่าวว่า ได้ใช้ไม่ถึง 200 ล้านบาท  ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่สูงแต่ไม่คุ้มค่า เพราะรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญ ตนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเสียใจแทนคนไทยที่พลาดโอกาส กรณีที่รัฐบาลไทยทำแบบนี้ อาจเป็นการตัดโอกาสในอนาคตที่ไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ตนขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศไม่ใช่ตัดสินใจถอยเพื่อให้ใครได้