
หวั่น'จอมแฉ'ถูกโดรนสังหาร!!
อดีตนักการเมืองดังสหรัฐหวั่น จอมแฉรายล่าสุดจะถูกสังหารด้วยโดรน ขณะที่ประธานสภาฯ ประณามเป็นคนทรยศ ด้านรัสเซียพร้อมอ้าแขนรับ
12 มิ.ย. 56 นายรอน พอล อดีต ส.ส.และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐถึง 3 ครั้ง ได้ให้ความเห็นในรายการ ฟ็อกซ์ บิสสิเนสส์ว่า เขาวิตกต่อความปลอดภัยของนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ตัวการเผยแพร่ข้อมูลลับสุดยอดของสำนักงานความปลอดภัยแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NSA โดยกลัวว่า อาจจะมีคนในรัฐบาลสังหารเขาด้วยครู้ซ มิสไซล์ หรือ โดรน มิสไซล์ // นายพอล อธิบายว่า เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่พลเมืองอเมริกัน ไม่มีแม้กระทั่งสิทธิของตัวเอง และอาจถูกสังหารได้ แต่มีสุภาพบุรุษคนหนึ่ง ที่พยายามจะพูดความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น // เขา บอกด้วยว่า ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่านายสโนว์เดน จะแปรพักตร์ไปต่างประเทศ ซึ่งหมายความว่า เขาจะไม่เป็นตัวอันตรายที่แท้จริง แต่ก็น่าละอาย ที่เราอยู่ในยุคที่ประชาชนที่พูดความจริงเกี่ยวกับรัฐบาล ต้องเจอปัญหาแบบนี้
ด้านพลเอกไมเคิล เฮย์เดน อดีตผู้อำนวยการ NSA ระหว่างปี 2538-2548 ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า มีแต่เจ้าหน้าที่ของ NSA ที่รู้ว่า มีไฟล์ข้อมูลใด ที่ถูกลำดับชั้นความลับและถูกเข้าถึงและเป็นไปได้ที่ถูกนายสโนว์เดนเอาไปเปิดเผย เขาเชื่อว่า เอกสารที่นายสโนว์เดน เอาไปเผยแพร่น่าจะหลายพันฉบับ และเขาประหลาดใจที่พนักงานระดับนายสโนว์เดน สามารถเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวในโครงการสอดแนมลับสุดยอดของ NSA ที่ต้องร้องขอผ่านกฎหมายว่าด้วยการสอดแนวข่าวกรองต่างประเทศ (Foreign Intellegence Surveillance Act.)
ด้านนายจอห์น เบอห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกนายสโนว์เดนว่า คนทรยศ ที่ทำให้คนอเมริกันตกอยู่ในอันตราย ด้วยการเอาข้อมูลลับสุดยอดไปให้สื่อ // ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ศัตรูของเขารู้ขีดความสามารถของเรา และถือเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง เขาบอกด้วยว่า โครงการลับสุดยอด 2 โครงการ คือ PRISM และ FISA ที่ช่วยให้ NSA รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ในสหรัฐ และข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยต่างชาติที่ได้จากการเข้าเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อรัฐบาลในการต่อต้านการก่อการร้าย และแน่นอนว่ามันเป็นโครงการที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องชาวอเมริกัน
นายสโนว์เดน วัย 29 ปี พนักงานของบริษัทคู่สัญญาของ NSA ได้ยอมรับว่า เขาเป็นคนเอาข้อมูลลับไปให้เดอะการ์เดียน และวอชิงตัน โพสต์ ก่อนจะหนีไปกบดานที่ฮ่องกง และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เชื่อว่า จะเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนโรงแรมที่พักเพื่อรักษาความลับเกี่ยวกับที่อยู่ของเขา // ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้แถลงว่า รัสเซียยินดีรับข้อเสนอขอลี้ภัยของนายสโนว์เดน หลังจากเขาเพิ่งเปิดเผยเมื่อสุดสัปดาห์ว่า กลัวการตอบโต้จากรัฐบาลสหรัฐ และอาจขอลี้ภัยไปประเทศอื่น เช่น ไอส์แลนด์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่า เขาได้ยื่นขอลี้ภัยหรือยัง
นายดมิทรี่ เพรสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีปูติน กล่าวว่า ถ้าได้รับการร้องขอ ก็จะรับไว้พิจารณา ซึ่งปรากฏว่า ความเห็นของเขาได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.โรเบิร์ต ชเลเกล ของพรรคยูไนเต็ด รัสเซีย ที่บอกว่า เป็นแนวคิดที่ดี เช่นเดียวกับนายอเล็กเซ พุชคอฟ ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย ที่บอกว่า การดักฟังโทรศัพท์ หรือการใช้อินเทอร์เน็ต ถือเป็นการละเมิดกฎหมายของหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐเอง และทำให้นายสโนว์เดน กลายเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน เช่นเดียวกับ จูเลียน อัสซานจ์
'มะกัน' เกือบครึ่งยอมรับการถูกสอดแนม
ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยรอยเตอร์ส ร่วมกับอิพซอส โพลล์ ระหว่างวันศุกร์ถึงวันอังคาร โดยสอบถามความเห็นคนอเมริกันทั่วประเทศทางออนไลน์ จำนวน 835 คน พบว่า เกือบครึ่งของผู้ถูกสำรวจ ระบุว่า กลยุทธ์การสอดแนมของรัฐบาลสหรัฐเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ถ้ามีขีดจำกัด
การสอบถามความเห็นของชาวอเมริกัน มีขึ้นหลังเกิดความวิตกเมื่อมีการเปิดโปงโครงการลับสุดยอดของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NSA เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่รวมถึงการแอบดักฟังโทรศัพท์และการเข้าอินเตอร์เน็ตของชาวอเมริกันหลายล้านคน
ผลสำรวจ ชี้ว่า 1 ใน 3 ของผู้ถูกสำรวจ ระบุว่า ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง ขณะที่คนอื่นๆ บอกว่ารัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นคงของชาติกับความเป็นส่วนตัวของบุคคลทั่วไป และต้องอธิบายด้วยว่า เหตุใดถึงจำเป็นต้องใช้วิธีการนี้
ผู้ถูกสำรวจราว 35 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า การบันทึกการใช้โทรศัพท์ภายในประเทศของ NSA นั้นยอมรับได้ภายใต้สถานการณ์ที่จำกัด ส่วนอีก 13 เปอร์เซนต์บอกว่า ยอมรับได้ในสถานการณ์สูงสุด // ผู้ถูกสำรวจ 47 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าไม่อยากให้ NSA ดูข้อมูลการใช้โทรศัพท์ แต่ก็ยอมรับได้ ถ้ามีเหตุผลที่ดี เช่นเดียวกับผู้ถูกสำรวจอีก 44 เปอร์เซ็นต์ ที่รู้สึกว่า ไม่ชอบให้สอดแนมการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ถ้ามีเหตุผลที่ดีก็ยอมรับได้
หลายคนตั้งคำถามว่า NSA จะมาคอยเก็บข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ด้วยทำไม เช่น โทรศัพท์จากคุณย่าในเมืองเล็กๆ ในรัฐเซาท์ ดาโกต้า // ผู้ถูกสำรวจ 37 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ยอมรับไม่ได้ที่ NSA จะตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของพวกเขา ส่วนอีก 44 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับไม่ได้ถ้าถูกตรวจสอบการเข้าอินเตอร์เน็ต
มีบางคนบอกว่า เป็นการล่วงละเมิดสิทธิ ไม่ต่างจากการถูกจับจ้องโดยบิ๊ก บราเธอร์ // และมีเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ ที่บอกว่า ยอมรับการที่ NSA ลอบบันทึกการใช้โทรศัพท์ ส่วนอีก 17
เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ไม่มีปัญหา และอีก 13 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ไม่ต่อต้านที่ถูกสอดแนมการเข้าอินเทอร์เน็ต
สหรัฐเล็งฟ้องคนเปิดโปง 'โครงการสอดแนม'
รัฐบาลสหรัฐเริ่มตรวจสอบความเสียหายที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติอันเกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลโครงการสอดแนมประชาชน และอาจดำเนินคดีทางอาญากับคนเปิดโปงข้อมูลลับ ขณะเดียวกันมีกลุ่มเคลื่อนไหวยื่นฟ้องต่อศาลให้สั่งยุติโครงการสอดแนมดังกล่าว
โฆษกทำเนียบขาวแถลงเมื่อวาน แสดงความกังวลอย่างมากว่า ข้อมูลชั้นความลับที่มีความสำคัญอย่างมากต่อความมั่นคงแห่งชาติอาจรั่วไหล จากกรณีที่นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่เทคนิคของสำนักงานข่าวกรองกลางหรือ CIA และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ของ บูซ อัลเลน แฮมิลตัน บริษัทคู่สัญญาของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ NSA ออกมาเปิดเผยเรื่องโครงการสอดแนมการใช้โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตของประชาชน โดยสำนักงาน NSA และโฆษกทำเนียบขาว บอกด้วยว่า ผู้ใดที่ให้คำสาบานว่าจะปกป้องข้อมูลชั้นความลับ มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐ
ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินคดีทางอาญากับสโนว์เดนหรือไม่ และบริษัท บูซ อัลเลน แฮมิลตัน แจ้งว่า สโนว์เดนถูกปลดออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันจันทร์ฐานละเมิดหลักจรรยาบรรณและนโยบายของบริษัท เขาเพิ่งทำงานให้บริษัทไม่ถึง 3 เดือน
นายสโนว์เดน วัย 29 ปี เพิ่งเปิดเผตัวว่าเป็นคนมอบข้อมูลลับให้หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน และวอชิงตัน โพสต์ ก่อนหนีไปกบดานที่ฮ่องกง และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เชื่อว่าเป็นแค่การเปลี่ยนที่พักเพื่อความปลอดภัยท่ามกลางความวิตกว่าอาจจะถูกจับตัว เพราะฮ่องกงมีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐ แต่ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน การส่งตัวใดๆ อาจจะต้องเกี่ยวข้องกับจีนด้วย ล่าสุดรัสเซียเผยพร้อมรับข้อเสนอขอลี้ภัยของนายสโนว์เดน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเขายื่นขอลี้ภัยไปประเทศไหนแล้วหรือไม่
การเปิดโปงของสโนว์เดนได้จุดประเด็นให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิเสรีภาพและความเป็นส่วนตัวของประชาชน และคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดการซักถามเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรอง กระทรวงยุติธรรมและสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางเกี่ยวกับโครงการสอดแนมประชาชนแล้วเมื่อวาน
นอกจากนี้สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน ยื่นฟ้องที่ศาลในนครนิวยอร์กเมื่อวานขอให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐบาลยุติโครงการสอดแนม และลบข้อมูลที่ได้ไปทั้งหมด ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอที อย่าง กูเกิล เฟซบุ๊ก และไมโครซอฟต์เรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตให้พวกเขาเปิดเผยเอกสารของทางการที่แจ้งให้บริษัทมอบข้อมูลการใช้งานของลูกค้าให้กับรัฐบาลเพื่อให้เรื่องนี้เกิดความโปร่งใส หลังมีข่าวว่ารัฐบาลสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอที 9 แห่งได้โดยตรง ซึ่งกูเกิ้ลบอกว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริง
ล่าสุดคณะกรรมาธิการยุโรป แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการสอดแนมในสหรัฐด้วย และต้องการคำชี้แจงจากรัฐบาลสหรัฐเพื่อต้องการความมั่นใจว่าสิทธิของชาวยุโรปไม่ได้ถูกล่วงละเมิดจากโครงการของสหรัฐ
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP , AFP)



