ข่าว

'บิ๊กโอ๋'เมินข่าว'บิ๊กตู่'เจอ'แม้ว'

'บิ๊กโอ๋'เมินข่าว'บิ๊กตู่'เจอ'แม้ว'

12 มิ.ย. 2556

'บิ๊กโอ๋' ไม่สนกระแสข่าว 'บิ๊กตู่' เจอ 'ทักษิณ' ที่สหรัฐฯ ถก 17 กระทรวง เร่งพีอาร์งานดับไฟใต้ ชี้คุยบีอาร์เอ็นรอบ 3 ไม่ทำให้บึ้มลดลง

               12 มิ.ย.56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ วันที่ 1-10 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกองทัพบกได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และตนก็ไม่ได้สนใจเรื่องดังกล่าว

 

 

 

ถก 17 กระทรวง เร่งพีอาร์งานดับไฟใต้


 
               พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมร่วมกับ 17 กระทรวง 66 หน่วยงาน เพื่อบูรณาการการประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลเป็นห่วงเรื่องงานประชาสัมพันธ์ ในส่วนตนรับผิดชอบเรื่องแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอย้ำว่า เฉพาะงานประชาสัมพันธ์เท่านั้น ส่วนการแก้ไขปัญหายังมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศปก.กปต.) เป็นผู้รับผิดชอบอยู่ เมื่อได้ข้อสรุปว่า จะมีการประชาสัมพันธ์เรื่องใดและมีแนวทางอย่างไรจะส่งข้อมูลไปยังรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณากำหนดงบประมาณ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรียินดีสนับสนุน

              “ผมมีแนวคิดจะจัดตั้งนิทรรศการผลความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นในกทม. และขยายไปพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ รวมถึงจะนำแนวร่วมที่กลับใจ และหน่วยงานความมั่นคงด้านพัฒนาที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่มาร่วมตอบข้อซักถามที่ยังมีความสงสัยด้วย เพราะที่ผ่านมามีเพียงแค่การนำเสนอข่าวสถานการณ์ประจำวันเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น ซึ่งผมได้ดูตัวอย่างจากการจัดนิทรรศการด้านน้ำจำนวนเงิน 3.5 ล้านล้านบาทของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายรัฐมนตรี เป็นแบบอย่าง ถือว่าเป็นแนวทางที่ดี ในส่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ก็มีการจัดนิทรรศการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังอยู่ในวงแคบจึงมีแนวคิดที่จะยกนิทรรศการขึ้นมาจัดในกทม. เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น หากผลตอบรับดีจะขยายไปยังจังหวัดต่างๆ เพราะถือว่าสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นของคนไทยทุกคนแต่ในส่วนของกระทรวงกลาโหมไม่ได้มีงบประมาณในการจัดนิทรรศการจึงจำเป็นต้องขอนายกรัฐมนตรี” รมว.กลาโหม กล่าว

              พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า ตนได้แต่งตั้ง พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนงานโฆษกกระทรวงกลาโหม ด้านสารสนเทศและกิจการพลเรือน(สกร.) สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่ชี้แจงประชาสัมพันธ์ พร้อมประสานกับหน่วยงานต่างๆ ใน 17 กระทรวง 66 หน่วยงาน  เพื่อขอผลการดำเนินงานของหน่วยนั้นๆ เพื่อนำมาบูรณาการและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ สำหรับการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในปี 2557 ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แม้จะได้งบประมาณเพิ่มขึ้น แต่ต้องใช้เวลา ตนเป็นคนใจร้อน แต่ก็ทราบว่าการแก้ไขต้องค่อยๆเป็นค่อยๆ ไป เช่นในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้งบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เนื่องจากมีโครงการที่จะจัดบ้านพักครูในโรงเรียน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งก็ต้องมาแบ่งงานว่าสิ่งใดควรทำก่อนหรือหลัง แต่งานความมั่นคงต้องเดินหน้า หากสถานการณ์ดีขึ้นเราก็ถอยมาให้หน่วยพัฒนาเข้าไปแทนที่

              หลังจากการประชุม 1 ชั่วโมง พล.อ.อ.สุกำพล แถลงว่า จากการหารือ เราจะมีการนำข้อมูลการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และทุกมิติของภาคใต้ทั้งหมดนำลงเว็บไซต์ของกอ.รมน.  โดยทุกสัปดาห์หน่วยต่างๆจะส่งข้อมูลมาให้เรา ซึ่งในทุกวันศุกร์จะให้ทีมงานโฆษกชี้แจงผลงานความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ได้รับในหลายมิติ ที่สำคัญ คือ เราจะมีการจัดทำนิทรรศการภาคใต้ในทุกมิติ และจะมีการตอบทุกข้อสงสัย ทุกคำถามที่คาใจของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้เราจะตอบให้หมด  เพื่อให้เข้าใจว่าภาคใต้เป็นอย่างไร  ซึ่งจะจัดทำในเร็วๆนี้  ปัจจัยความสำเร็จ คือ ความต่อเนื่อง ซึ่งตนบอกในที่ประชุมว่า ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเพียง 1-2 เดือน จนกว่าปัญหาจะดีขึ้น

 

 

               
ชี้คุยบีอาร์เอ็นรอบ 3 ไม่ทำให้บึ้มลดลง

 

              พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงการพูดคุยสันติภาพในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ว่า ตนไม่ได้คาดหวังว่าหลังการพูดคุยรอบ 3 ความรุนแรงจะลดลง เพราะยังเป็นไปไม่ได้ ต้องแยกกันระหว่างการพูดคุยกับการปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่ถ้าเมื่อไรที่ผลการพูดคุยเกี่ยวพันธ์กับการปฏิบัติงานก็ต้องมาว่ากัน เท่าที่ทราบจากทีมงานที่จะไปพุดคุยสันติภาพกับบีอาร์เอ็นได้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประชาชนคนมุสลิมเรียกร้องมาว่า ในช่วงเดือนรอมฎอนเป็นเดือนถือศีลอด อยากให้ผู้ก่อการร้ายหยุดยิง ซึ่งจะต้องไปถามทางบีอาร์เอ็น ส่วนฝ่ายรัฐไม่ได้ดำเนินการอะไรอยู่แล้ว หากสามารถหยุดยิงได้ก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ผ่านมาอยากให้เข้าใจว่าเราอ่อนข้อให้มาก ต้องรู้สถานะตัวเองว่า เราเป็นใครและท่านเป็นใคร อย่างไรก็ตามงานในสามจังหวัดภาคใต้วันนี้มีความคืบหน้าตามลำดับ เราต้องมีความอดทน

               “อย่างที่เห็นวันนี้ผมยังยิ้ม หากวันใด ผมไม่ยิ้มคือ สถานการณ์ไม่ดี ส่วนแนวโน้มที่จะมีการปรับเพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้กับทหารนั้น เจ้าหน้าที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะได้รับเงินเท่ากัน แม้ว่าทหารจะมีความเสี่ยงมากกว่า แต่เจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ ก็ทำงานในลักษณะของเขา ซึ่งเราเป็นทหารทำหน้าที่ที่มีความเสี่ยงก็ต้องทำใจ ผมอยากให้ทหารได้เบี้ยเลี้ยงมาก แต่รัฐบาลต้องดูภาพใหญ่ เช่นกรณีที่มีทหารเสียชีวิตก็นำมาเปรียบเทียบกันว่า ทำไมได้ไม่เท่ากับกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งตรงนี้กำลังพลของเราก็เข้าใจ และที่ผ่านมาทางส.ส.ได้มีการนำเสนอว่า สมควรที่จะได้เท่ากัน แต่ต้องมองให้รอบคอบ หากเห็นว่าเหมาะสมเราก็จะให้ ในส่วนของกองทัพบกมีประกันชีวิตให้ ขอยืนยันว่าเราช่วยเต็มที่ เพราะเขาเป็นลูกน้องที่น่าสงสาร ไปทำงานด้านความมั่นคง แต่ไม่บ่นสักคำ เราเป็นทหารต้องมีวินัย และต้องทำงานที่อันตราย คนที่วิพากษ์วิจารณ์ขอให้เห็นใจและให้กำลังใจกัน อย่างเช่น สส.ที่มีฐานเสียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยากให้ช่วยด้วย" พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

               เมื่อถามถึงกรณีคนร้ายได้ก่อเหตุระเบิดที่ปืนใหญ่พญาตานีจำลอง บริเวณลานวัฒนธรรมกรือเซะ ห่างจากมัสยิดกรือเซะ 100 เมตร ต.ตันหยงวลูโล๊ะ อ.เมือง จ.ปัตตานี พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า  เรื่องนี้ไม่อยากพูดมาก เพราะไม่มีประโยชน์ และยังไม่ได้คิดที่จะนำปืนใหญ่พญาตานีของจริงที่ตั้งอยู่หน้ากระทรวงกลาโหมไปตั้งในพื้นที่ จ.ปัตตานี