
'ประชา'สั่ง'ธาริต'ดูแลปมรถหรู
'ประชา'สั่ง'ธาริต'ดูแลคดีรถหรู ด้าน'เครือข่ายต้านคอร์รัปชั่นฯ'ยื่นผู้ตรวจฯ จี้หน่วยงานเร่งสอบ'สส.-สว.'ครองรถชอบด้วยกม.หรือไม่
11 มิ.ย. 56 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตรวจเยี่ยมให้นโยบายการดำเนินคดีกับรถหรูต้องสงสัยเลี่ยงภาษี กำชับให้ดีเอสไอจัดมาตรการดูแลคุ้มครองผู้บริโภค ที่จะนำรถมาให้ตรวจสอบ โดยให้จัดคิวอำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนที่ใช้รถหรูเข้าใจวิธีปฏิบัติ รวมทั้งให้จัดพื้นที่เก็บรักษารถหรูที่นำมาให้ตรวจด้วย
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอได้ตั้งวอร์รูมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถาบันนิติวิทยาศาตร์ กรมขนส่งทางบก กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรม และวันนี้ ได้เพิ่มกรมสรรพากรอีกหน่วยงาน โดยกำหนดให้ตัวแทนหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาคณะพนักงานสอบสวน สำหรับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ดีเอสไอจะยังไม่ตั้งเป็นที่ปรึกษาคดี เพราะเป็นหน่วยงานปลายทาง หากมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดจึงส่งเรื่องให้ ปปท.รวมถึงการประสานยึดทรัพย์จึงติดต่อกับ ปปง. ทั้งนี้ดีเอสไอ จะร่วมกับ 6 หน่วยงาน เริ่มตรวจสอบรถของกลาง 6 คันที่ไฟไหม้ที่นครราชสีมา ซึ่งดีเอสไอรับมาถึงกรมสอบสวนฯ ในเย็นวันนี้เป็นชุดแรก ส่วนรถหรูที่ยึดมาก่อนหน้านี้ กว่า 100 คัน จะตรวจสอบทางกายภาพในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ และจะเริ่มตรวจรถหรูตามที่ประกาศรายชื่อ 488 คันไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา และในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ ดีเอสไอ จะตั้งศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จในเรื่องนี้ ที่ชั้น G กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ.แจ้งวัฒนะ ติดต่อหมายเลข 084-757-3737 การตรวจสอบจะใช้เวลาเพียง 1 วันก็แล้วเสร็จ เพราะในขั้นตอนการตรวจจะไม่มีการผ่าเครื่อง หากรถคันใดถูกต้อง ก็รับคืนได้เลย แต่หากคันใดตรวจทางกายภาพแล้ว ไม่ถูกต้อง ก็จะยึดไว้และดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงรถยนต์ของ พล.ต.ต.เกษม รัตนสุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ก่อนหน้านี้ ติดต่อมายังดีเอสไอเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ตรวจสอบ นายธาริต กล่าวว่า พล.ต.ต.เกษม ติดต่อมายังตนเป็นสายแรก จากที่ได้รับการชี้แจงข้อมูลทางโทรศัพท์ ดีเอสไอค่อนข้างเชื่อว่า รถของ พล.ต.ต.เกษม หากเป็นรถจดประกอบก็ไม่ผิดแน่ เพราะ พล.ต.ต.เกษม เป็นปลายทางแล้ว และรถของพล.ต.ต.เกษมยังไม่อยู่ในจำนวน 488 คัน ที่ประกาศไป ซึ่งจะเหมือนกับรถนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่ตนได้รับคำชี้แจงแล้ว เบื้องต้นแม้จะยังไม่ผ่านการตรวจทางกายภาพ แต่เชื่อว่าไม่มีความผิดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอไม่ต้องการให้เกิดความสับสนหรือลัดคิวในการนำรถเข้าตรวจ จึงขอเรียกตรวจตามรายชื่อ 488 คันก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ปปท.เคยตรวจสอบรถยนต์นำเข้าสำแดงราคาต่ำเพื่อหลบเลี่ยงภาษี โดยกลุ่มผู้นำเข้าอิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ได้ให้นโยบายให้ดีเอสไอ ประสานข้อมูลกับปปท. และปปง. โดยเกรย์มาร์เก็ต เป็นผู้ประกอบการนำเข้ารถหรู แต่การจดประกอบเป็นวิธีการเลี่ยงภาษี ดีเอสไอต้องตรวจสอบทั้งหมด ว่าผู้ประกอบการเกรย์มาร์เก็ตที่มีการจดประกอบรถยนต์ มีพฤติการณ์เลี่ยงภาษีด้วยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในระหว่างนี้หากเจ้าของรถหรูที่มีรายชื่อใน 488 รายชื่อ ซึ่งแจ้งจดทะเบียนเป็นรถยนต์ติดแก๊ส อาจมีการนำรถไปติดแก๊สก่อนเข้ารับการตรวจสอบ หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนบางชิ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการประกอบรถยนต์ นายธาริต กล่าวว่า ได้สอบถามดีลเลอร์หรือตัวแทนจำหน่ายรถหรู ที่ดีเอสไอเชิญมาร่วมตรวจสอบ ยืนยันว่าไม่สามารถที่จะไปติดแก๊สอำพรางเพื่อตบตาได้ รวมทั้งไม่สามารถถอดอะหลั่ยชิ้นส่วนเพื่อแสดงว่าเป็นรถจดประกอบ โดยวิศวกรผู้เชี่วชาญระบุว่า หากเป็นรถที่นำเข้ามาทั้งคัน ชิ้นส่วนจะมีเลขซีรีย์เดียวกัน แต่หากเป็นจดประกอบ จะมีอะไหล่ที่หลากหลายและต่างซีรี่ย์กัน นอกจากนี้ยังมีเทคนิคเฉพาะในการตรวจสอบที่ไม่สามารถเปิดเผยได้
เครือข่ายต้านคอร์รัปชั่นฯ ยื่นผู้ตรวจฯ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสอบ "สส.-สว." ครอบครองรถยนต์หรู
กลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) นำโดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการ ภตช. และคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์หรูของ สส. สว. คณะรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงทุกหน่วยงาน ที่ได้ครอบครองหรือมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรู ที่มีราคาตามท้องตลาดเกินกว่า 3 ล้านบาท ว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
โดยนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ได้ดำเนินการติดตามตรวตจสอบการนำเข้ารถยนต์หรูทั้งแบบจดประกอบและการนำเข้าโดยกลุ่มผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ(เกร์มาเก็ต) ตั้งแต่ปี 53 พบว่า มีการกระทำเป็นการเลี่ยงภาษีจำนวนมาก บางรายมีการใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานโดยมิชอบ หรือร่วมมือกระทำความผิดกับฝ่ายบริหารหรือข้าราชการประจำ เพื่อให้ได้การครอบครองรถยนต์หรูโดยมีพฤติกรรมสมคบกันเลี่ยงภาษี ทำให้ประเทศชาติขาดรายได้ ปีละ 20,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงอยากขอให้ผู้ตรวจการฯ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตร กรมการขนส่งทางบก กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์หรูที่เป็นกรรมสิทธิ์หรือได้ครอบครอง ทั้งโดยตรงหรือใช้ชื่อผ่านบุคคลอื่นของ สส. สว. คณะรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงทุกหน่วยงาน ที่มีราคาตามท้องตลาดเกินกว่า 3 ล้านบาท ว่าได้ดำเนินการเสียภาษี การจดทะเบียนเพื่อเลี่ยงภาษี การสวมทะเบียน และได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
นายรักษเกชา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวผู้ตรวจการฯ ต้องไปพิจารณาดูว่าจะอยู่ในอำนาจหรือไม่ เนื่องจากการตรวจสอบทรัพย์สินของ สส. สว. นั้นไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการฯ แต่ผู้ตรวจการฯ เห็นว่าข้อมูลของผู้ร้องนั้นเป็นประโยชน์ก็สามารถประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้



