ข่าว

'มาร์ค'รับได้!ตั้ง'วราเทพ'แจงจำนำข้าว

'มาร์ค'รับได้!ตั้ง'วราเทพ'แจงจำนำข้าว

11 มิ.ย. 2556

'อภิสิทธิ์' ไม่ติดใจครม.ตั้ง 'วราเทพ' ชี้แจงจำนำข้าว แต่ต้องพูดความจริง แฉข้อมูลค่าบริหารจัดการ-ดอกเบี้ย ไม่รวมตัวเลขขาดทุนจำนำข้าว

               11 มิ.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท เพื่อรับจำนำข้าวฤดูกาลต่อไปว่า รัฐบาลยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งคำพูดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่ตรงประเด็นในปัญหาของโครงการนี้ และไม่ใช่นโยบายนี้ดีแต่มีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะโครงการนี้ฝืนราคาตลาด แม้จะปรับราคาลงมาก็ยังสูงกว่าราคาตลาด แม้จะปฏิบัติดีอย่างไรก็เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกขั้นตอน ทั้งนี้ การที่ตั้งนายวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รวบรวมข้อมูลจำนำข้าวนั้น เห็นว่าข้อมูลที่นายวราเทพจะนำมาชี้แจงก็เป็นข้อมูลชุดเดิม ซึ่งไม่ติดใจว่าใครจะชี้แจง แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง โดยต้องตอบว่าตัวเลขที่กระทรวงการคลังเคยนำเสนอในการปิดบัญชี ต้องแก้ไขเพราะอะไร ถ้าข้อมูลไม่ตรงก็ต้องเอาข้อมูลมาหักล้างได้ว่าทำไมถึงไม่ตรง และถ้าข้อมูลเป็นอย่างนั้นเหตุใดรัฐบาลยังเดินหน้าโดยไม่สนใจว่ามันสุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะลุกลามบานปลายกันต่อไป

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลขค่าบริหารจัดการที่มาจากตัวเลขงบประมาณจ่ายขาดให้ ธกส. เช่น การจำนำข้าวปี 2554/55 เป็นตัวเลขขาดทุนน้อยที่สุดใน 3 ฤดูกาลปลูกข้าวที่ผ่านมาในรัฐบาลนี้ เฉพาะฤดู 2554/55 นี้ กำลังมีการของบประมาณให้ ธกส. เพื่อไปชดเชยดอกเบี้ย เฉพาะดอกเบี้ย 15,000 ล้านบาท จ่ายขาดให้กับ ธกส. เพื่อนำไปชดเชยภาระดอกเบี้ยอย่างเดียวในฤดูกาลเดียว รวมแล้วเป็นก้อนที่บอกว่า 4 หมื่นกว่าล้านบาท โดยจะมีค่าขนข้าว ค่าบริหารทั่วไป ชดเชยภาระดอกเบี้ย ชดเชยต้นเงิน   จึงอยากให้รัฐบาลอธิบายด้วย เพราะปีที่ผ่านมามีการขอดอกเบี้ยจ่ายขาดจากงบประมาณแล้ว 2 หมื่นล้านบาท จึงไม่เชื่อว่าตัวเลขนี้รวมอยู่ในตัวเลขขาดทุนที่มีการประเมินกันอยู่

               
 

 

เล็งสอบรัฐประมูลโครงการน้ำ 3.5 เเสนล้านบาท

 

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเปิดซองประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ เมื่อวันที่ 10มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า การประมูลโครงการครั้งนี้มีวงเงินสูงมาก ซึ่งตั้งข้อสังเกตถึงการต่อรองราคาเห็นว่าที่ใช้เวลาสั้นมาก เพราะต้องสรุปส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า ทำให้มีจุดอ่อนว่าจะไปต่อรองอะไรกับใคร เมื่อรู้อยู่แล้วว่ารัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินภายในสิ้นเดือนนี้ แต่ขณะนี้ประชาชนยังไม่รับรู้รายละเอียดของโครงการต่างๆ เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ การสร้างเขื่อน ที่ยังไม่ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งเรื่องการฮั้วจะมีหรือไม่ แต่กลุ่มบริษัทที่เข้าประมูลมีเพียง 4 กลุ่ม เพราะเจ้าใหญ่ 2 เจ้าถอนตัวออกไปทำให้การแข่งขันครั้งนี้มีข้อจำกัดมาก ขณะที่การรวมกลุ่มโครงการจะทำให้การตรวจสอบราคาค่างานต่างๆ คำนวณออกมาเป็นอย่างไร จะทำให้มีปัญหาอีก ทั้งนี้ตนตั้งข้อสังเกตข้อเสนอราคามีการเสนอในการประมูล เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.นั้น เหตุใดพอดีกับวงเงิน ก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไปรวมทั้งตรวจสอบกระบวนการจัดทำทีโออาร์ที่มีทักท้วงก่อนหน้านี้ว่าไม่โปร่งใส