
เตือน'ฝนตกหนัก-คลื่นลมแรง'ฉบับ10
อุตุฯเตือนฉบับ 10 'ทั่วทุกภาค' มีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ 'อันดามัน-อ่าวไทยตอนบน' มีคลื่นสูง 2-4 ม. เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง 'ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง' ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2556 ระบุ ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04.00 น. ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ และชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 11-14 มิถุนายน 2556 ไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 วันนี้ ถึง 06.00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฏร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ โดยกลุ่มฝนจะเคลื่อนจากทางด้านตะวันตกไปทางด้านตะวันออก
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
'ลำพูน' เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก - ดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยง
นายวิชัย ตินโนเวศ ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยาลำพูน เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 10-12 และ 15-16 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งและลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ในช่วงวันที่ 13-14 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. เกษตรกรควรระวังอันตรายจากสภาวะดังกล่าว เนื่องจากสภาพอากาศชื้น เกษตรกรที่ปลูกไม้ดอก และไม้ผล ควรป้องกันศัตรูพืชจำพวกหนอนชนิดต่างๆ เข้าทำลายกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช รวมทั้งควรกำจัดวัชพืชเพื่อมิให้หนอนไปอาศัยหลบซ่อน
ขณะที่นายชุมพร อินตะเทพ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลำพูน กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันนี้ (11 มิ.ย.) ได้เกิดฝนตกในหลายอำเภอ ทาง จ.ลำพูน โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลำพูน กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง แม่ทา บ้านธิ ป่าซาง บ้านโฮ่ง ทุ่งหัวช้าง ลี้ และเวียงหนองล่อง เฝ้าระวังและวัดปริมาณน้ำฝนสะสม ซึ่งในระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในภาวะปลอดภัย
สำหรับแนวโน้มหากเกิดฝนตกติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ลักษณะอากาศอาจก่อให้เกิดอันตราย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้ รวมทั้งระดับแม่น้ำสายต่างๆ 4 สาย ประกอบด้วย แม่น้ำกวง แม่น้ำทา แม่น้ำปิง และแม่น้ำลี้ มีระดับสูงขึ้นเช่นกัน จึงขอให้ประชาชนระวังภัยดังกล่าว โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยใน อ.ลี้ บ้านโฮ่ง แม่ทา ที่อาศัยอยู่ติดกับริมแม่น้ำ 4 สาย
ปภ.เชียงใหม่ เตรียมพร้อมมือน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่ม
นายคมสัน สุวรรณอัมพา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงความพร้อมรับมือเกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติจากฤดูฝนว่า ทางปภ.เชียงใหม่มีศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัย ร่วมกับหลายหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2556 รวมทั้งได้มีการติดตามระบบของเตือนภัย ที่มีการติดตั้งทั้งหมด 22 อำเภอ243 หมู่บ้าน ทั้งนี้ระบบดังกล่าวจะมีการแจ้งเตือนเมื่อมีประมาณน้ำฝน 50 มิลลิเมตร ซึ่งระบบแจ้งเตือนภัยจะส่งข้อมูล SMS ไปยัง ปภ.จังหวัด และหากเกิน 70 มิลลิเมตร ปภ.จังหวัด จะแจ้งเตือนไปยังอำเภอเพื่อ กระจายข่าวไปถึง ตำบล หมู่บ้าน ตลอดจน ประมาณน้ำฝน เกิน100 มิลลิเมตรขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ทางปภ. จะแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม รวมทั้งจะต้องมีการประสานงานความร่วมมือกับประชาชน จนท.อาสาสมัคร หรือมิสเตอร์เตือนภัย ในการแจ้งเตือนประชาชนด้วย
สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่ทางปภ.จะต้องมีการเฝ้าระวังในช่วงระยะนี้ คือ พื้นที่อำเภอแม่แจ่ม รวมทั้งอีก 28 สถานี ที่มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัย ซึ่งอยู่บริเวณพื้นภูเขาและเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เบื้องต้นได้มีการเฝ้าติดตามทุกพื้นที่ ขณะที่การตรวจวัดปริมาณน้ำฝนสะสมสูงสุดของจังหวัดเชียงใหม่ ในวันนี้ (11 มิ.ย.) พบว่าอำเภอพร้าว มีปริมาณฝนสะสมสูงสุด 87.4 มิลลิเมตร พร้อมจับตาเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
นายคมสัน กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติจากฤดูฝนเป็นอย่างมาก ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร สถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้มีการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการรับมือ ตลอดจนมีการซักซ้อมมือในการเผชิญเหตุ เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ตลอดจนเป็นการตรวจสภาพความพร้อมของอุปกรณ์ในการใช้งานด้วย
ขณะที่ทางด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการประกาศแจ้งเตือนไปยังทั่วทุกภาคของประเทศไทย ว่าในช่วงนี้ ทุกภาค จะมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักมากในหลายพื้นที่ เตือนประชาชนเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติ
'น่าน' น้ำป่าไหลหลาก ต.แม่ขะนิง เสียหายกว่า 10 หลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน ได้รับแจ้งเหตุน้ำป่าไหลหลากบ้านห้วยเลียบ หมู่ 5 ต.แม่ขะนิง อ.เวียงสา จ.น่าน หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ทำให้บ้านเรือนราษฎร ได้รับความเสียหาย ประมาณ 10 หลังคาเรือน รถจักรยานยนต์หาย 1 คัน และมีผู้สูญหาย 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ ถูกน้ำป่าพัดหายไป ตามหาแต่ก็ยังไม่พบ เพราะยังมีฝนตกหนักและถนนทางเข้าหมู่บ้านได้รับความเสียหาย
โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยของอบต.แม่ขะนิง และอบจ.น่าน เร่งตามหาโดยด่วน ขณะเดียวกันนายทัศนัย สุขเจริญ นายอำเภอเวียงสา และนายนิติวัทธน์ นิธินันท์ธาร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน
นายชาญนรินทร์ ลาภิยะ นายกอบต.แม่ขะนิง อ.เวียงสา จ.น่าน เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ได้เกิดฝนตกอย่างหนักและเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณบ้านห้วยเลียบ หมู่ 5 ต.แม่ขะนิง อ.เวียงสา ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนประมาณ 10 หลังคาเรือน โดย 6 หลังคาเรือน ตัวบ้านชั้น 1 ที่มีการเก็บสิ่งของมีค่าทั้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การเกษตร เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ถูกน้ำพัดพาไปเกือบหมด ขณะที่อีก 4 หลังคาเรือนตัวบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน
ทั้งนี้ พบว่ามีผู้สูญหาย 1 คน ทราบชื่อ นายธิติวัฒน์ กันใจแก้ว อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 8 ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน ถูกน้ำป่าพัดพาไป จนถึงขณะนี้ยังไม่หาไม่พบ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากอบต.แม่ขะนิง และอบจ.น่าน ได้ตามหาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝนหยุดตกแล้วและระดับน้ำป่าที่ไหลหลากได้ลดระดับลงแล้ว เบื้องต้นอบต.แม่ขะนิง ได้ให้ความช่วยเหลือ เรื่องอาหาร ข้าวสาร และสิ่งของอุปโภคบริโภค เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
'ภูเก็ต' สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลันพลังฝนถล่มหลายวัน
นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายธวัชชัย ทองมั่ง ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบระดับน้ำบริเวณคลองบางใหญ่ ช่วงสถานีสูบน้ำโกมารภัทร และบริเวณสะพานต่วนประดิษฐ์ แยกธนาคารชาร์เตอร์ ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2-3 วัน อันเป็นผลมาจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย ส่งผลให้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีคลื่นลมแรงในทะเล
จากการตรวจสอบน้ำภายในลำคลองพบว่า จากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำในลำคลองมีความสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เมตร ทั้งยังพบว่า มีผักตบชวาไหลลงมาจากต้นน้ำในพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังพบว่ามีสิ่งปฎิกูลอื่นๆ ไหลรวมมาบ้างแต่ไม่มาก จากการประเมินความเร็วการไหลของน้ำจองทางเทศบาลนครภูเก็ตที่ไหลลงสู่ทะเลบริเวณปากอ่าวปลายแหลมสะพานหิน ยังคงสามารถไหลได้สะดวก เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมีฝนตกลงมาได้มีการขุดลอกคลองดังกล่าวแล้ว
นายไมตรี กล่าวภายหลังจากตรวจสอบระดับน้ำทั้งสองจุด กล่าวว่า เนื่องจากในระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 11 มิ.ย. ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบทั้งจังหวัดพบว่าในพื้นที่หัวเกาะและท้ายเกาะไม่มีปัญหา เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนไม่มาก ในส่วนของเครื่องบินก็ยังสามารถขึ้นลงได้ตามปกติ แต่ที่ประสบปัญหาค่อนข้างมาก คือ ในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง โดยเฉพาะบริเวณถนนผังเมืองสาย ก. โรงพยาบาลป่าตอง และ สภ.กะทู้ ซึ่งมีระดับน้ำค่อนข้างสูง แต่เมื่อฝนหยุดตกก็จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก็สามารถระบายได้
นอกจากนั้น ที่น่าเป็นห่วงอีกจุด คือ ภายในเขตเทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำฝนมากถึง 126 มิลลิเมตร แต่นับว่าโชคดีเนื่องจากได้มีการเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว โดยเฉพาะการขุดลอกคลองทำให้น้ำระบายได้เร็วขึ้น ส่วนในเขตเทศบาลนครภูเก็ตนั้น หากมีฝนตกหนักเป็นเวลานานอาจทำให้น้ำระบายไม่ทัน ปัญหาที่พบขณะนี้ คือ ผักตบชวาที่ไหลมาจากต้นน้ำคลองบางใหญ่ ล่าสุดได้เก็บขึ้นมาได้แล้วกว่า 20 คันรถ จึงได้สั่งการให้หาที่มาว่าอยู่จุดใด เพราะจะเป็นอุปสรรคในการไหลของน้ำ หากฝนตกและหยุดเป็นช่วงๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่หากมีปัญหาน้ำท่วมขึ้นมาทางเทศบาลนครภูเก็ตก็ได้เตรียมพื้นที่ไว้รองรับการอพยพของประชาชนไว้ 4 จุด คือ โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว โรงเรียนพิบูลสวัสดี และโรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต”
นายไมตรี กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเรือประมงและเรือท่องเที่ยวต่างๆ ก็ได้มีหนังสือสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวขอความร่วมมือในการงดนำเรืออกจาฝั่งในระยะนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด นอกจากนี้ ยังฝากเตือนไปใช้ประชาชนในการเพิ่มความระมัดระวังการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งต้องสวมหมวกนิรภัย เพราะถนนค่อนข้างลื่นและการจราจรจะคับคั่งมากกว่าปกติ รวมทั้งได้แจ้งเตือนไปยังสถานศึกษาต่างๆ ว่าให้มีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องหากพบว่ามีฝนตกหนักก็ขอให้ประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม นายไมตรี ยังกล่าวถึงปัญหาดินสไลด์ว่า ได้รับรายงานจากนายอำเภอกะทู้เกี่ยวกับดินสไลด์ฝั่งทางเข้าพื้นที่ป่าตองบริเวณศาลเจ้าบุ้นเถ้าก้อง (ศาลเจ้าพ่อเสือ) ซึ่งก็ได้จัดการเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว และได้สั่งการให้เฝ้าระวังสิ่งก่อสร้างบริเวณที่ลาดเชิงเขาต่างๆ โดยเฉพาะอาคารที่มีประชาชนพักอาศัย ซึ่งจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม รวมทั้งฝากเตือนไปยังประชาชนให้ติดตามสถานการณ์หรือรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจะต้องเตรียมความพร้อมของตนเองก่อนเป็นลำดับแรก ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ไปไว้ในที่สูง
ปภ.ระนอง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงดินเลื่อนไหล น้ำป่าไหลหลาก
นายชวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทาง ปภ.ระนองยังคงแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ 5 อำเภอ ของจังหวัดระนองเฝ้าระวังอันตรายจากดินเลื่อนไหล และน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาฝนจะตกไม่มากนัก แต่พบว่าจากปริมาณฝนที่ตกมาก่อนหน้านี้ ทำให้ดินมีความอิ่มตัวสูงทำให้หลายจุดมีความเสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหลหากมีฝนตกซ้ำอีกในระยะนี้
นายชวลิต กล่าวว่า ทาง ปภ.ยังคงเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดระนอง ให้เฝ้าระวังจุดเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหลปิดทับเส้นทาง และน้ำป่าไหลหลาก หลัง จ.ระนองเกิดฝนตกหนักในระยะนี้ อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้นพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้พื้นที่รับลมด้านตะวันตกโดยเฉพาะจังหวัดระนองมีฝนตกหนักกระจายกว่า 70% ของพื้นที่
นายชาลิต กล่าวว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมพร้อมบุคคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักร พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดดินเลื่อนไหลปิดทับเส้นทาง และเกิดน้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้น
นายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระนอง กล่าวว่า ทางสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระนอง ออกประกาศคำเตือนไปยังประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ,เรือประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 5 อำเภอให้ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก และคลื่นลมแรงในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย. 2556 โดยจากการตรวจสอบสภาวะอากาศพบลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงจะพัดเข้ามาปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยในระยะนี้
ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ร่องมรสุมจะพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในภาคเหนือและภาตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในช่วงวันที่ 11-13 มิถุนายน 2556 สำหรับทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กในทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย



