ข่าว

ลือหึ่ง!พบศพ'เอกยุทธ'ซุกพัทลุง

ลือหึ่ง!พบศพ'เอกยุทธ'ซุกพัทลุง

11 มิ.ย. 2556

ลือหึ่ง!พบศพ 'เอกยุทธ' 'พี่สาว' เชื่อน้องชายหายตัวมีเงื่อนงำ ระบุไม่ไว้ใจ'สันติภาพ' ด้าน 'คนขับรถ' เปิดปาก 'ไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ 'นักธุรกิจดัง'

               11 มิ.ย.56 น.ส.สุภากรณ์ แหวนหล่อ พี่สาวนายเอกยุทธ กล่าวภายหลังฟังการแถลงข่าวความคืบหน้าทางคดีจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.และคำให้การของ นายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถพานายเอกยุทธไปส่งขึ้นรถเก๋งอีกคันในจุดสุดท้ายว่า เท่าที่ฟังนายสันติภาพ พูดมาทั้งหมดนั้นบอกตามตรงว่า ไม่เชื่อคำให้การใดๆ และยังไม่คลายความสงสัยอยู่ดี เพราะปกติน้องชายจะเดินทางไปต่างประเทศ หรือไปไหน มักจะโทรมาบอกเสมอทั้งก่อนไปและก่อนกลับจะโทรบอกว่าขึ้นเครื่องเวลานั้นเวลานี้ให้คนขับรถมารับที่สนามบินด้วย และหลายครั้งที่โทรไปหาไม่ว่าเขาจะยุ่งอยู่หรือติดธุระใดๆ ไม่เกิน 5 นาที ก็จะโทรกลับมาแต่นี่มันหลายวันแล้วมันผิดปกติอย่างมาก

              "ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมองว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองนั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่อย่างแน่นอน เชื่อว่า การหายตัวของน้องชายครั้งนี้ต้องมีเงื่อนงำและมีคนอุ้มพาตัวไปและในความรู้สึกก็ไม่ค่อยไว้วางใจตัวนายสันติภาพเท่าไหร่ เพราะเพิ่งมาทำงานได้เพียง 6 เดือน" น.ส.สุภากรณ์ กล่าว

              พี่สาวนายเอกยุทธ กล่าวต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทั้งหมดแล้ว แม้กระทั่งล่าสุดเมื่อวานนี้พ่อของนายสันติภาพได้โทรศัพท์มาหาและถามว่า ลูกชายของเขาอยู่ไหนเขาไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ เข้าใจว่าคงเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ตำรวจควบคุมตัวนายสันติภาพอยู่และเมื่อฟังคำพูดของนายสันติภาพเมื่อสักครู่ก็รู้สึกขัดแย้งขึ้นมาทันทีว่า ทั้งที่นายสันติภาพ บอกว่า หลังจากส่งนายเอกยุทธลงแล้วได้ขับรถกลับไปบ้านเกิดที่ จ.พัทลุง ไปหาพ่อแม่ แต่เหตุใดทำไมพ่อถึงบอกว่าไม่ได้เจอลูกเลยและติดต่อไม่ได้

              " ขอยืนยันว่าน้องชายหายตัวไปครั้งนี้มีเงื่อนงำแน่นอน เพราะปกติน้องชายไม่เคยปิดมือถือและติดต่อไม่ได้แบบนี้ทั้งที่มีโทรศัพท์หลายเครื่องและเขาจะเป็นคนที่ระมัดระวังตัวเองตลอดเวลา ดิฉันพยายามตามหาน้องชายทุกวิถีทางแต่ก็ยังไม่มีวี่แววใดๆ ฉันรู้นิสัยน้องชายดีว่า เขาไม่ชอบนั่งรถนานๆ ยิ่งนั่งรถไปต่างประเทศไปประเทศพม่าตามคำให้การของนายสันติภาพด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องมาหลบซ่อนหนีออกนอกประเทศทางรถยนต์ ดิฉันเช็ค ตม.แล้วไม่มีชื่อของน้องชายเดินทางออกต่างประเทศ น้องชายไม่เคยหายไปนานๆแบบนี้และมีพิรุธตั้งแต่ช่วงที่มีการเซ็นเช็คเบิกเงินแล้วคงต้องรอการสืบสวนของตำรวจต่อไป" พี่สาวนายเอกยุทธ กล่าว

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้วเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำตัวนายสันติภาพไปชี้จุดต่างๆ ตามคำให้การ และตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดในทุกจุดว่า มีการเดินทางมาจริงหรือไม่ และในขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวการเสียชีวิตของนายเอกยุทธออกมาอย่างหนาหูว่า พบศพแล้วในพื้นที่ จ.พัทลุง ในค่าย ตชด.บ้าง และในย่านบ้านพักของบิดานายสันติภาพด้วย แต่ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้บังคับบัญชาพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 และ ผบช.ตชด.แล้วยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างใด

 

 

"คนขับรถ" เปิดปาก"ไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ"เอกยุทธ"

 

              พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นำตัวนายสันติภาพ คนขับรถของนายเอกยุทธ ที่ถูกควบคุมตัวได้ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มาแถลงข่าวข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนพร้อมชี้แจงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนทางคดีภายหลังพี่สาวและญาตินายเอกยุทธได้แจ้งความไว้ที่ สน.วังทองหลาง โดยมีญาติเข้าฟังการแถลงข่าวด้วย

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และชุดสืบสวนนำตัวนายสันติภาพเดินเข้ามาในห้องแถลงข่าวญาติของนายเอกยุทธ เก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้ปรี่เข้าไปทำร้ายนายสันติภาพต่อหน้า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เอาตัวเองเข้าขวางไว้และกันตัวญาติคนดังกล่าวออกไป พร้อมให้ตำรวจตรวจค้นตัวและนำออกไปควบคุมตัวนอกห้องแถลงข่าวทันที จากนั้นได้พาตัวนายสันติภาพขึ้นนั่งแถลงข่าวบนเวทีห้องประชุมใหญ่ บช.น.

                ท่ามกลางบรรดาสื่อมวลชนทุกแขนงต่างให้ความสนใจมาทำข่าวเป็นจำนวนมากกว่า 200 คน โดยจัดวางของกลางทั้งหมดที่ตรวจค้นได้ในตัวของนายสันติภาพ และแหวนของนายเอกยุทธที่นายสันติภาพ อ้างว่า ไม่รู้ว่ามีแหวนตกอยู่ในรถ ซึ่งของกลางประกอบด้วย ของใช้ส่วนตัวนายสันติภาพเป็นพวกสบู่แปรงสีฟัน โฟมล้างหน้า ครีมทาผิว โรออนด์ใส่รวมไว้ในถุงพลาสติก นาฬิกาข้อมือ 1 เรือน แหวนทองคำขาวของนายเอกยุทธ 1 วง บัตรประชาชน และใบขับขี่ของนายสันติภาพ ใบเสร็จร้านซักรีก เงินสด 6,500 บาท รองเท้าสีน้ำตาลของนายสันติภาพที่เปรอะเปื้อนขี้โคลน 1 คู่ โดยฝ่ายสืบสวนนครบาลได้ควบคุมตัวนายสันติภาพในปั๊มแก๊สแห่งหนึ่ง ต.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา

                นายสันติภาพ เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขับรถตู้โฟล์คไปส่งนายเอกยุทธ ที่ร้านอาหารกระแต ย่านสะพานควาย เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. จากนั้นได้รอนายเอกยุทธทานอาหารร่วมกับเพื่อนๆ กระทั่งเวลา 23.00 น. จึงขับรถมารับนายเอกยุทธ เพื่อกลับบ้านพักย่านทาวน์อินทาวน์ โดยใช้เส้นทางถนนลาดพร้าว แต่รถติดหนักจึงเลี่ยงขึ้นทางด่วนมาลงที่เลียบทางด่วนรามอินทรา ขับผ่านร้านอาหารต้นซุง ก่อนเลี้ยวเข้าบ้านพักนายเอกยุทธย่านทาวน์อินทาวน์

                จากนั้นได้ลงไปเปิดประตูบ้านให้นายเอกยุทธ โดยนายได้สั่งให้รอก่อน เพราะอาจจะให้ขับรถพาลงไปภาคใต้ แต่ไม่ระบุจังหวัดไหน และหันมาถามตนเองว่าพร้อมหรือไม่ และตอบไปว่าพร้อม เพราะเส้นทางไปภาคใต้คุ้นเคยดี เนื่องจากมีบ้านอยู่ที่ จ.พัทลุง จากนั้น นายเอกยุทธมีท่าทีลุกลี้ลุกลน เหมือนจะรีบออกเดินทาง และเดินขึ้นลงภายในบ้านตลอดทั้งคืนพร้อมกับคุยโทรศัพท์ กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. นายเอกยุทธสั่งการให้ตนไปถอดสายเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดภายในบ้านออกให้หมด ส่วนนายเอกยุทธนำฮาร์ดิสที่เก็บข้อมูลภาพกล้องวงจรปิดเก็บไว้และทำตามคำสั่งของเจ้านาย

                นายสันติภาพ กล่าวต่อว่า จากนั้นนายเอกยุทธได้สั่งให้ขึ้นรถตู้เลย แต่นายเอกยุทธบอกว่า ดึกมากแล้ว มีบ้านพักอยู่แถวไหนหรือไม่ ตนเลยตอบไปว่า มีบ้านพี่สาวอยู่ย่านลาดกระบัง นายเอกยุทธสามารถไปพักได้ เพราะมีแอร์อยู่ทุกห้อง ซึ่งไม่ทราบว่า ทำไมนายเอกยุทธถึงไม่นอนพักที่บ้านก่อนเดินทาง แต่นายเอกยุทธก็บอกว่า ไปนอนบ้านพี่สาวตนเองก่อนก็ได้ และในระหว่างเดินทางนายเอกยุทธคุยโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ลักษณะเป็นการสั่งงานพร้อมพกมือถือไปด้วยถึง 4 เครื่อง กระทั่งรุ่งเช้าประมาณ 10.00 น. นายเอกยุทธสั่งให้ขับรถไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ และบอกว่า จะมีคนนำเอกสารมาให้ ซึ่งตนก็ทราบแต่เพียงว่า ชื่อแบงก์ และนายเอกยุทธให้ตนลงไปรับเอกสารซึ่งเป็นเช็คเงินสด จากนั้นให้ขับวนอยู่ภายในสนามบิน และเห็นนายเอกยุทธตรวจดูเอกสารดังกล่าวพร้อมกับเซ็นชื่อด้วย กระทั่งนำเอกสารชุดเดิมมาขึ้นนายแบงค์ ต่อมานายเอกยุทธสั่งตนให้ขับออกไปจากสนามบิน กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. นายเอกยุทธให้ขับเข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกครั้ง พร้อมกับให้ลงจากรถ ไปรับซองเอกสารจากผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ อิน ซึ่งขับรถยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซีวิค จอดรอ โดยซองเอกสารเป็นซองสีน้ำตาล และไม่รู้ว่าข้างในเป็นเงิน แต่ระหว่างที่ลงไปเอาเอกสารให้นายเอกยุทธ หญิงที่ชื่ออิน พยายามถามว่า “นายอยู่ไหน” แต่ไม่ได้ตอบไปเพราะถือเป็นความลับของเจ้านาย อีกทั้งนายเอกยุทธสั่งการไม่ให้บอกใครเด็ดขาด กระทั่งกลับมาขึ้นรถอีกครั้ง นายเอกยุทธซึ่งรออยู่ในรถตู้ก็สั่งการให้ขับรถไปยังภาคใต้ทันที แต่ไม่บอกว่าไปจังหวัดไหน

                นายสันติภาพ กล่าวต่อไปว่า ใช้เส้นทางมอร์เตอร์เวย์บางปะอิน ขึ้นทางยกระดับมุ่งหน้าไปพระราม 2 และเข้าสู่เส้นทางมุ่งลงสู่ภาคใต้ โดยระหว่างที่อยู่ในรถนายเอกยุทธจะคุยโทรศัพท์อยู่เกือบตลอดเวลา มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องทางธุรกิจและตนไม่ทราบว่า คุยกันเรื่องอะไรเพราะไม่มีความรู้ แต่มีประโยคหนึ่งที่นายเอกยุทธคุยโทรศัพท์ว่า “ไปพม่าจะดีหรือไม่”กระทั่งขับรถมาถึง จ.เพชบุรี เป็นเส้นบายพาสก่อนถึงปราณบุรี นายเอกยุทธสั่งให้จอดรถข้างทาง และคุยโทรศัพท์ในลักษณะที่ว่า “อยู่ไหนแล้ว รีบๆ มาเลย”

                จากนั้นประมาณ 10 นาที ตนมองไปยังกระจกหลังเห็นรถเก๋ง 2 คัน ไม่ทราบยี่ห้อและป้ายทะเบียนมาจอดด้านหลังรถตู้ และนายเอกยุทธได้ยื่นเงินให้ตนเองจำนวน 1,000 บาท พร้อมกับบอกว่า “ให้หยุดงานได้เลย ส่วนจะกลับมาทำงานวันไหนรอจะโทรบอกอีกครั้ง และอย่าบอกใคร” จากนั้นนายเอกยุทธได้ลงจากรถพร้อมด้วยกระเป๋าเจมส์บอนส์ และกระเป๋าเดินทางอีก 1 ใบ ไปขึ้นรถเก๋งคันดังกล่าว และมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ทันที ทั้งนี้ ระหว่างที่ลงจากรถไม่มีการฉุดกระชากกันแต่อย่างใด เพราะคนขับรถเก๋งก็ไม่ได้ลงจากรถ แต่นายเอกยุทธเดินไปขึ้นรถเอง ส่วนที่ว่ามีการเจอสัญญาณจีพีเอสของรถตู้ในค่ายทหารนั้น ยืนยันว่า ไม่ได้ขับรถไปในค่ายทหารแต่อย่างใด

                “จากนั้นตรงกับวันหยุดของผมพอดี ไม่รู้จะไปไหนเลยคิดว่า จะขับรถนายไปอวดเพื่อน จึงมุ่งหน้าไป จ.พัทลุง กระทั่งมาถึงวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย. กำลังจะขับรถตู้กลับมาส่งไว้ที่บ้านนาย แต่รถยางแตกเมื่อถึง จ.สมุทรสงคราม ขณะกำลังเอารถเข้าปั๊มแก๊สเพื่อปะยาง ก็ถูกตำรวจเชิญมาสอบปากคำ ส่วนตัวไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายกับนายหรือไม่ เพราะผมก็ไม่รู้จักนายดี เพิ่งเข้ามาทำงานได้ราว 2-3 เดือน ที่ได้มาทำงานกับนาย เพราะนายเกิดความสงสาร เห็นใจผมที่ถูกต่อยตอนเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้านคาราโอเกะซิตี้เมื่อปลายปีก่อน” นายสันติภาพ กล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมานายเอกยุทธเคยหายตัวไปในลักษณะนี้หรือไม่ นายสันติภาพ กล่าวว่า มีอยู่ 1 ครั้ง ซึ่งก็หายไปแบบนี้ เพราะนายเอกยุทธเป็นคนระมัดระวังตัว และไม่ค่อยบอกใครว่าหายไปไหน หรือเมื่อให้ไปส่งที่ใดก็จะย้ำว่า ห้ามบอกใครเด็ดขาด แม้แต่ครอบครัวของนายเอกยุทธเอง เหมือนกับครั้งนี้ที่เพิ่งหายตัวไป ซึ่งก็ยังไม่นานนักเพียงแค่ไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนการเล่นพนันนั้น ตนไม่ทราบว่า นายเอกยุทธเล่นการพนันด้วยหรือไม่

                ด้านพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ปล่อยให้นายสันติภาพพูดถึงเหตุการณ์จนหมด กล่าวว่า ตำรวจยังไม่เชื่อคำพูดของนายสันติภาพทั้งหมด เพราะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบพิสูจน์ว่าตรงกับคำให้การหรือไม่ ตำรวจจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะยังไม่พบตัวนายเอกยุทธ อย่างไรก็ตาม ได้ออกคำสั่งตั้งคณะชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ขึ้นมา โดยมอบหมายให้พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เป็นหัวหน้าชุด

                ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังสงสัยและต้องหาคำตอบ เช่น ทำไมมีการต้องให้ถอดกล้องวงจรปิด หรือการเซ็นเช็คเงินสดที่ต้องเซ็นบนรถตู้โดยที่ไม่ให้เจ้าหน้าที่เห็น และตอนไปรับเอกสารก็ให้คนขับรถลงไปรับ ซึ่งบอกตามตรงว่า เป็นห่วงในเรื่องนี้ และก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องทำแบบนั้น ตำรวจยังต้องสืบสวนกันต่อไป รวมถึงตัวแปรต่างๆ ทั้งคนขับรถที่มารับตัวนายเอกยุทธไปตามที่นายสันติภาพให้การ ก็ต้องไปแกะรอยเช่นกัน

                “ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า นายเอกยุทธมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือไปโดนอุ้มอย่างไร ตำรวจไม่ทราบ แต่เรื่องนี้ยังมีตัวแปรอีกหลายตัวละคร ตำรวจก็จะทำเต็มที่เพื่อให้กระจ่าง และยืนยันว่าจะตรงไปตรงมา หากญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงมีเบาะแสก็ขอให้มาแจ้งกับตำรวจ” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

                ขณะที่ชุดสืบสวนที่ไปรวบตัวนายสันติภาพได้นั้น เป็นชุดของกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี บช.น. ซึ่งถูกสั่งการให้วางกำลังดูในพื้นที่กรุงเทพมหานครรอบนอกเรื่อยไปจนถึง จ.เพชรบุรี กระทั่งไปเจอรถตู้ของนายเอกยุทธที่แยกวังมะนาว จ.เพชรบุรี ก่อนจะตามต่อมากระทั่งถึงปั๊มแก๊ซที่ ต.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร ก่อนเข้าไปเชิญตัวมาสอบปากคำ

                ทั้งนี้ ระหว่างนำตัวมาแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจทรัพย์สินขณะที่เจอตัวนายสันติภาพมาแสดงด้วย โดยมีเงินสดราว 6.5 หมื่นบาท ใบสั่งกระทำผิดกฎจราจร สำเนาเอกสารรถตู้ และรองเท้าของนายสันติภาพที่อยู่ในลักษณะเปื้อนโคลนเต็มไปหมด และยังมีจดหมายของนายสันติภาพ เขียนไว้ใจความว่า “ผมไม่ได้หนีไปไหน ผมแค่ไปส่งนาย และนายสั่งไม่ให้บอกใคร” ลงชื่อบอล

                โดยจากนี้ ตำรวจจะนำตัวนายสันติภาพไปชี้จุดต่างๆตามที่ได้ให้ปากคำไว้ โดยจุดแรกจะไปที่ร้านอาหารกระแต ย่านสะพานควาย ในเวลา 14.00 น.ของวันนี้ จากนั้นจะไปในจุดอื่นๆ ต่อไป

               
 

 

ผกก.ตชด.42ยันไม่เกี่ยว'เอกยุทธ'ล่องหน

 

               พ.ต.อ.สิงหนาท สีกาแก้ว ผู้กำกับการ กองกำกับการ ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังจากมีกระแสข่าวว่าลักพาตัว นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจ มาเก็บตัวไว้ในเซฟเฮาส์ภายในค่าย ตชด.ศรีนครินทรา เนื่องจากตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และจีพีเอสของรถนายเอกยุทธ ปรากฏอยู่ในค่าย ตชด.42

              จากการตรวจสอบเบื้องต้นอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ ตชด.ทุกนาย ไม่พบเหตุผิดปกติ น่าจะเป็นเพียงข่าวลือมากกว่า ทั้งนี้ พร้อมจะให้ความร่วมกับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบภายในค่าย

                

                

ทนาย"เอกยุทธ"ไม่ฟันธง"นักธุรกิจดัง"มีชีวิตอยู่หรือไม่ ชี้ต้องรอคำตอบจาก "คนขับรถ"

                               

              นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความนายเอกยุทธ กล่าวถึงความคืบหน้าคดี มีข่าวที่ยืนยันได้ว่า ขณะนี้ตำรวจได้ตัว นายสันติภาพ เพ็งด้วง อายุ 25 ปี คนขับรถประจำตัว มาแล้ว แต่เจ้าตัวยังไม่ยอมบอกว่า นายเอกยุทธอยู่ที่ไหนอย่างไร โดยทาง บช.น. จะแถลงวันนี้ เวลา 10.00 น.

              "ส่วน นายเอกยุทธ จะยังใช้ชีวิตอยู่หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอคำตอบจาก นายสันติภาพ ส่วนประเด็นการก่อเหตุคือ เกลือเป็นหนอน เนื่องจากไปไล่แฟนเขาออกจากงาน จึงเกิดความคับแค้นจึงร่วมมือกับแก๊งมืออาชีพทำงานครั้งนี้ ส่วนประเด็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ก็ยังไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ก็กังวลเรื่องการทำงานของตำรวจอยากให้เป็นไปตามความจริง อย่างกรณีจัดฉากหายตัวไปเอง เพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้น" นายสุวัตร กล่าว